xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ศรัทธา มาร์เก็ตติ้ง ? - "คุณแม๊" เพื่อไทย - เปิดกะลา BBC อ.จุฬาฯ - จับโกหกชิวาวาอเมริกา!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 25 มี.ค.65 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ ช่องยูทูป Sondhitalk และแอปพลิเคชัน Sondhi App โดยประเด็นเล่าในวันนี้ เริ่มจาก “วัดท่าไม้” มหากาพย์การตลาดพุทธพาณิชย์ จากเลื่อมใสกลายเป็นหมดศัทธา เพราะอะไร??

- อุ๊งอิ๊ง ขึ้นแท่นประธานที่ปรึกษาฯ พรรคเพื่อไทย ประกาศตัวเป็นหัวหน้า “ครอบครัวเพื่อไทย” ขนาดหัวหน้าพรรค ยังต้องก้มหัว แล้วจะพา "ทักษิณ" กลับไทยได้หรือไม่

- จับโกหกกระทรวงการต่างประเทศ ไทยกำลังจะตกเป็นสมาชิก NATO ภาค 2 แถจนสีข้างถลอก

- “ทำไมฝ่ายอนุรักษ์นิยมในไทยจึงเอนเอียงมาทางมอสโก” คุณสนธิจะเปิดกะลา BBC Thai จะได้เลิกเป็นสื่อเสี้ยมเสียที



[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ศรัทธา มาร์เก็ตติ้ง ?

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" หรือ SONDHI TALK
แอปพลิเคชัน: SONDHI APP
ระบบ iOS ดาวโหลดได้ที่ AppStore : https://apps.apple.com/th/app/sondhi-app/id1588046647.
ระบบ Android ดาวโหลดได้ที่ Google Play : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.sondhitalk.asia.android
เฟซบุ๊กแฟนเพจ:คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube :Sondhitalk
เว็บไซต์ :www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean:SONDHI TALK

สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565 ก็เหมือนเดิมครับ ทุกๆ วันศุกร์ เป็นเวลาสองปีกว่า เกือบๆ สามปีแล้ว ไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ศุกร์เดียว ไม่ว่าฝนตก ฟ้องร้อง สบาย หรือไม่สบาย ผมก็จะมาออกรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ไม่เคยขาดเลยแม้แต่ศุกร์เดียว ทริปนี้จะเป็นการพูดเรื่องของคนในครอบครัวหน่อย ท่านผู้ชมทนฟังไปนิด แต่ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องคุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ ขอเรียนท่านผู้ชมว่า "ยาลม ๓๐๐ จำพวก" นั้น ของมาแล้ว แต่ก็ใกล้หมดอีกแล้ว เพราะว่าวัตถุดิบหายากมาก ผมทราบว่ามีคนเข้ามาสอบถามตลอดเวลา ท่านผู้ชมครับ อยากจอง "ยาลม ๓๐๐ จำพวก" ให้เข้าไปที่ inbox เลย จะมีเจ้าหน้าที่คอยตอบให้ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบนะครับ ส่งมาทีละ 500 กล่อง 1,000 กล่อง ไม่กี่วันยอดก็เหลือไม่ถึง 100 กล่อง

วันนี้ผมจะพูดถึงเรื่องคนที่ผมรู้จักดีมา 18 ปี ตั้งแต่ปี 2547 เหมือนลูกสาวหรือน้องสาวผม แต่จะเป็นลูกสาวมากกว่า คุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ ท่านผู้ชมจำคุณแอ้มได้ไหม คุณแอ้มอยู่กับผมมาพักหนึ่ง จนกระทั่งในช่วงหลังก็เริ่มมีคนสนใจดึงตัวคุณแอ้มไป และประกอบกับช่วงนั้น ASTV มีปัญหาเรื่องการเงินการทอง ผมก็อวยชัยให้พร ให้คุณแอ้มไปอยู่ที่อื่น คุณแอ้มก็ไปทำงานมาหลายๆ ที่ คุณแอ้มทำงานทางสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำทางด้านโทรทัศน์มาทั้งหมด 25 ปีแล้ว


พอมาถึงปี 2561 เธอเริ่มรู้ว่าเธอป่วยเป็นมะเร็ง เธอไปทำเคมีบำบัดถึง 12 เข็ม ฉายรังสีอีก 30 ครั้ง ติดต่อกัน ผมจำได้ว่าเธอจะมีการแจ้งมาว่าเธอช็อก ลิ้นเธอชา แล้วพอเธอกลับมาทำงานได้อีกปีกว่าๆ หลังจากรักษามะเร็งแล้ว ก็ปรากฏว่าเธอเป็นมะเร็งอีกรอบหนึ่ง คุณแอ้มก็เลยตัดสินใจไม่ทำคีโมแล้ว เธอลาออกจากงานประจำ เธอเคยอยู่ช่อง 18 JKN ในที่สุดแล้วเธอก็ไม่มีงานทำ ผมก็เลยเอาเธอมาทำ WORLD TALK ซึ่งปรากฏอยู่ใน Sondhi App

ทีนี้ เกิดอะไรขึ้น ผมถึงต้องพูดถึงเรื่องคุณแอ้ม ? คุณแอ้ม มีคุณพ่อคุณแม่ที่อายุมากแล้ว แล้วเธอก็เป็นกังวลว่าเธออาจจะอยู่ในโลกนี้ได้อีกไม่นาน แล้วเผอิญประสบการณ์ที่เธอทำงานหน้าจอมา 25 ปี เธอต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ที่ใช้บำรุงผิวหน้ามาตลอด สมัยที่เริ่มทำงานใหม่ๆ เงินน้อย ก็ใช้ยี่ห้อโนเนม ราคาถูก แล้วพอเริ่มลืมตาอ้าปากได้ ก็ไปใช้แบรนด์ดังระดับโลก ที่ต้องจ่ายเงินกันกระปุกละหลายพัน บางกรณีแตะหลักหมื่น

คุณแอ้มเป็นคนชอบ สนใจศึกษาในเรื่องส่วนตัว เธอศึกษาเรื่องราวพูดคุยกับแล็บหลายแห่ง ในที่สุดเธอตัดสินใจจะผลิตสกินแคร์ (Skin Care) ที่มีคุณภาพออกมาในราคาที่ไม่แพง เธอตั้งชื่อสินค้าของเธอว่า Aravinda เป็นภาษาบาลี-สันสกฤต แปลว่า "ดอกบัว" เพราะชื่อ "สโรชา" แปลว่า "ดอกบัวสีขาว"


คุณแอ้มมาเล่าให้ผมฟัง ผมก็บอกว่าเดี๋ยวผมเป็นธุระให้ ผมจะพูดให้กับท่านผู้ชมที่เป็น FC คุณแอ้มมาก่อน ที่รู้จักคุณแอ้มมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 2547 คุณแอ้มบอกว่า Aravinda เป็นผลิตภัณฑ์ที่เธอได้ทดลองกับผิวหน้าของเธอเองมาเป็นเวลา 3 ปี เธอมั่นใจในสินค้าตัวนี้มาก หลายคนทักเธอว่าหน้ายังเด้งอยู่ ไม่เหมือนคนป่วย เธอให้ผลิตภัณฑ์อะไรหลายอย่างมาให้ดู แต่ผมจะนำเสนอแค่ 2-3 อย่าง อย่างแรกคือ COMPLETE SERUM ที่ช่วยแก้ทุกปัญหาผิวในขวดเดียว อันนี้ขายดีมาก อันที่สอง MOISTURE COMPLETE ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นที่ทดสอบในห้องแล็บแล้ว คุณสมบัติไม่แพ้แบรนด์ดังราคาแพง นอกจากนั้น เธอก็ยังมีอีกหลายตัว เอาเป็นว่าหลักๆ ก็มีสองตัวนี้ที่ผมจะเล่าให้ฟัง ผมไม่ชำนาญในเรื่องของการรีวิวสินค้าพวกนี้ แต่เอาเป็นว่า เดี๋ยวทางทีมงานเขาจะเอารูปขึ้นแล้วจะบอก

คุณแอ้มกระซิบบอกผมว่า ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเธอไม่ยอมรักษาด้วยคีโม การตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนนี้มาลงทุนทำ Aravinda นี้ เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะถ้าคิดในแง่เลวและไม่ดีแล้ว ลงทุนไปหมด เปิดตัวไปได้แป๊บหนึ่ง แอ้มเกิดตายไป หมดอายุขัย ทุกอย่างก็สูญเปล่า แต่สุดท้ายเธอตัดสินใจเดินหน้าทำอย่างจริงจัง เพราะเธอมีเพื่อนรักคนหนึ่งมาร่วมทุน เป็นเพื่อนรักกันมาเกือบสามสิบปี คุณแอ้มบอกว่า เพื่อนคนนี้สัญญาว่า ถ้าแอ้มเป็นอะไรไป ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว เขาจะพยายามทำ Aravinda ต่อ ทำแบบไม่ต้องหวือหวา ขอให้เกิดการเจริญเติบโต ให้พอไปได้ มีรายได้หรือปันผลเอามาให้พ่อแม่ของเธอที่อายุมากแล้ว จนกว่าพ่อแม่จะหมดอายุขัย


ท่านผู้ชมครับ ผมฟังแล้วผมก็น้ำตาซึม เธอทำงานนี้ด้วยคุณภาพสินค้าที่เธอคิดเอง เธอทดสอบมาแล้ว ใช้กับตัวเองว่าดีมากๆ ราคาถูก เพื่อหารายได้ตอบแทนพ่อแม่ให้มีกินมีใช้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้วก็ตาม ที่สำคัญที่สุด Aravinda คือสินค้าคุณภาพดี ราคาจับต้องได้ เดี๋ยวผมจะเอาเฟซบุ๊กของคุณแอ้มขึ้นให้ดูนะครับ Aravinda Skin Care ท่านผู้ชมติดต่อเข้าไปในเฟซบุ๊กของเธอได้เลย หรือว่าที่ไลน์ (LINE) aravindaskincare ผมอยากให้ทีมงานแช่เฟซบุ๊กเอาไว้นานหน่อย เพื่อให้ท่านผู้ชมที่สนใจ

และนี่คือเรื่องในครอบครัวของผม แอ้มก็เหมือนกับลูกสาวของผมคนหนึ่ง เหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง วันนี้แอ้มเขาเอาของที่ดี เขาไม่ได้มาหลอกขายอะไรทั้งสิ้น และตัวนี้ก็คือสิ่งที่เป็นงานชิ้นสุดท้ายที่คุณแอ้มจะทำทิ้งเอาไว้ เพราะเธอไม่รู้ว่าเธอจะไปเมื่อไร เนื่องจากว่ามะเร็งกลับมาหาเธออีกครั้งหนึ่งแล้ว ท่านผู้ชมครับ นี่คือเรื่องภายในครอบครัว ต้องขอโทษด้วยที่เอาเรื่องภายในครอบครัวมาเล่าให้ฟัง


ศุกร์นี้เรามีหลายเรื่องที่จะเล่าให้ฟัง แต่ก่อนที่จะเข้าสู่หลายเรื่องนั้น ขอพูดในเรื่องของ Sondhi App หน่อย ท่านผู้ชมคงเริ่มเคยชินแล้วใช่ไหมกับรายการ WORLD TALK การพูดถึงเหตุการณ์ในโลกนี้ ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณโสภณ องค์การณ์ อาจารย์สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร คุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ คุณนงวดี ถนิมมาลย์ คุณอุษณีย์ เอกอุษณีย์ ทั้งหมดที่ผมเอ่ยชื่อมานี้ เป็นกระดูกเบอร์ใหญ่ในวงการข่าวต่างประเทศ ผมคงไม่กล้าจะไปอ้างอิงว่าเป็นทีมข่าวต่างประเทศที่แข็งที่สุด อยู่อันดับสองของประเทศไทย เพราะว่าถ้าพวกเราอยู่อันดับสอง ไม่มีใครกล้าขึ้นอันดับหนึ่งหรอกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณโสภณ องค์การณ์ นั้น กลายเป็นกระบี่มือหนึ่งเลย ในเรื่องของการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศที่เฉียบคม

เราออกทางเฟซบุ๊กมาตลอด เพื่อให้ท่านผู้ชมได้ดู แต่ขึ้นเมษายนแล้ว ทั้งหมดที่ผมเอ่ยชื่อไปเมื่อกี้นี้ รวมทั้งรายการ BIG Story ที่เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง จะเข้าไปอยู่ใน Sondhi App เพียงอย่างเดียวแล้ว จะไม่มีอยู่ในเฟซบุ๊ก เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมที่ยังไม่ได้สมัคร หรือยังไม่ได้ลงทะเบียน และยังไม่จ่ายเงินค่าสมาชิก ก็จะไม่สามารถรับชมได้ ท่านผู้ชมอยากจะรับชมรายการ ให้รีบกดเข้าไปสมัคร Sondhi App และค่าใช้จ่ายในการรับชมข้อมูลข่าวสารทั่วโลกและในประเทศไทยที่เฉียบคมหลายอย่าง ที่ไม่มีที่อื่นมอบให้ได้ แค่ 99 บาทต่อเดือน วันละ 3.30 บาท หรือถ้าท่านสมัครเป็นรายปี ก็แค่ปีละ 990 บาท แถมฟรีให้ 2 เดือน ที่สำคัญ รายการใน Sondhi App นั้นไม่มีโฆษณาให้เปลืองตา ให้น่ารำคาญใจ

ส่วนรายการ BIG Story นั้น เราได้ออกไป 2 เรื่องแล้ว เรื่องแรกที่ออกคือเรื่องช้าง และมีอีกเรื่องหนึ่งที่ออกไป ก็เป็นเรื่องที่คนสนใจมาก คนสนใจ BIG Story มาก ในขณะนี้ เนื่องจากเดือนเมษายน วันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2565 ปีนี้ 17 เมษายน เป็นปีที่ 13 ที่ผมถูกลอบสังหารด้วยอาวุธสงคราม 200 นัด


ผมรู้ว่าทีมงานกำลังทำเรื่องนี้อยู่อย่างขมักเขม้น และเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ BIG Story ออกมาเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ต่างๆ ให้ทำ และคนที่ดูแลเรื่องนี้ และคนที่เป็นเสาหลักในเรื่องนี้ก็คือ ท่านอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านงานพิสูจน์หลักฐานของตำรวจ คือ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี อดีตรอง ผบ.ตร. และยังมีนายตำรวจอดีตสายสืบมืออันดับต้นๆ ที่ปิดคดีมาแล้วนับพันคดี ยังมีตัวละครในเรื่องที่ร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน และหาดูไม่ได้จากการเสิร์ชในอินเทอร์เน็ต หลายๆ เรื่อง เรื่องนี้ก็จะออกใน Sondhi App ครบรอบ 13 ปี ของการลอบสังหารผม ซึ่งยังจับใครไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ท่านผู้ชมครับ รีบๆ สมัครไป เมษายน WORLD TALK และ BIG Story และอีกหลายต่อหลายเรื่องที่กำลังเตรียมให้อยู่ จะปรากฏใน Sondhi App เท่านั้น ท่านผู้ชมรีบๆ เข้ามาเป็นสมาชิกเลยครับ และอีกไม่นาน ภายในปีนี้ รายการ SONDHI TALK ก็อาจจะไปปรากฏใน Sondhi App อย่างเดียวแล้ว โดยถ้าท่านผู้ชมอยากจะดูที่ผมเรียกว่า Netflix ทางปัญญา ก็สมัครเป็นสมาชิก Sondhi App เพราะว่านโยบายของเรา กับนโยบายของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก อาจจะต้องมีสักวันหนึ่งซึ่งมันไปด้วยกันไม่ได้ แล้วเขาอาจจะไม่ให้เราออก ท่านผู้ชมอย่าลืมนะครับ

ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะเป็นรายการไฮบริด ผสมเรื่องของพระ เรื่องของการเมือง พระก็คือ หลวงพี่อุเทน เรื่องการเมืองคือ อุ๊งอิ๊ง แล้วก็เรื่องที่กึ่งๆ ในประเทศผสมต่างประเทศ ก็คือผมจับโกหกนายดอน ปรมัตถ์วินัย และท่านอธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ คุณธานี แสงรัตน์ ที่แถสีข้างออกมาชี้แจงจนสีข้างถลอกไปหมด และยังมีรายการข่าวเรื่อง ททบ.5 จับมือกับรัสเซีย จีน อิหร่าน เสนอข่าวครบถ้วนทุกมิติรอบด้าน

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง เปิดกะโหลกกะลาของบีบีซีไทย ท่านผู้ชมคงจำได้ใช่ไหม บีบีซีไทย ก็คือไปสัมภาษณ์อาจารย์คนหนึ่งที่มากล่าวหาว่าผมเป็นพวกอนุรักษ์นิยมหนุนรัสเซีย และแสดงความผิดหวังที่คุณสมศักดิ์ เจียมฯ ที่เผอิญเรื่องนี้เห็นด้วยกับผม ด่าอเมริกา เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวมาดู


ถ้าวันนี้ไม่พูดถึง "หลวงพี่อุเทน" วัดท่าไม้ แล้ว ดูเหมือนจะไม่ทันสมัย ตอนนี้ท่านเป็นพระขวัญใจไฮโซ ดารา คนดัง ที่ขึ้นชื่อว่าดูดวงแม่น แก้กรรมเก่ง เจ้าของลิขสิทธิ์สติกเกอร์แปะท้ายรถ "วัดท่าไม้" ที่เห็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ตอนนี้ท่านกำลังตกอยู่ในข่าวทางลบ เป็นจำเลยของสังคม ในกรณีเมื่อวันพุธที่ 16 มีนาคม 2565 หลวงพี่รับบวชพราหมณ์ให้กับนายปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ และนายโรเบิร์ต-ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ สองผู้ต้องหาในคดีแตงโม นิดา ที่ธรรมสถานวิโมกสิวาลัย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สาขาปฏิบัติธรรมของวัดท่าไม้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันขรมว่าคดียังไม่สิ้นสุด หลวงพี่ออกมาแจงว่า เป็นทางออกสำหรับผู้ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น โดยใช้หลักธรรมคลี่คลายปัญหา


หลวงพี่อุเทน มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นคนในวงการบันเทิง ดารา นักร้อง นักแสดงดัง คนมีชื่อเสียงในสังคม นักธุรกิจนับไม่ถ้วน มีทั้งฌเดชน์ คูกิมิยะ ญาญ่า อุรัสยา อั้ม พัชราภา มาริโอ้ เมาเร่อ เบลล่า ราณี จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี หรือแม้กระทั่ง ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลลุงตู่ ก็มาเป็นลูกศิษย์ลูกหา ท่านผู้ชมครับ คนดังพวกนี้แวะเวียนไปทำบุญ ให้หลวงพี่อุเทนสะเดาะเคราะห์ แก้กรรม ดูดวง ว่ากันว่าหลวงพี่อุเทนนั้นดูดวงมาก แต่ละวันมีแต่คนเข้าคิวมาตรวจสอบดวงชะตานับร้อย มาตั้งแต่ตีห้า เงินไหลเข้าวัดแต่ละวันมหาศาล


หลวงพี่อุเทน คือใคร ? มาจากไหน ? หลวงพี่อุเทน วัดท่าไม้ ชื่อทางธรรมคือ พระญาณวิกรม ชื่อเดิมคือ อุเทน นโรตมางกูล ปัจจุบันอายุ 47 ปี เป็นคน อ.นครชัยศรี มีพี่น้องรวม 3 คน พระอุเทน สัมผัสกับผ้าเหลืองครั้งแรกเมื่อญาติแนะนำให้บวชเพื่ออุทิศกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรของแม่ที่กำลังป่วย โดยทำพิธีอุปสมบทที่วัดท่ากระบือ จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2540

ต่อมา เมื่อแม่ของพระอุเทนป่วยอีกครั้ง ก็เลยขอให้พระอุเทนบวชต่อไปโดยไม่สึก ซึ่งท่านก็รับปาก บวชมาเรื่อย ท่านศึกษาธรรมมาจนกระทั่งท่านสอบได้นักธรรมเอก และด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ได้รับการถวายปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แต่งตั้งเป็นพระราชาคณะสามัญ โดยเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ด้วยอายุเพียง 31 ปี

ท่านผู้ชมครับ เรื่องของหลวงพี่อุเทนนั้น ถ้าเราจะดูกันให้ดีๆ แล้ว มันมีประวัติที่มีเกร็ดหลายเกร็ดที่ต้องการจะเล่าให้ฟัง


เส้นทางของหลวงพี่อุเทน และวัดท่าไม้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไม่ใช่ธรรมดาเลย บวชอายุ 22 อยู่ที่วัดท่ากระบือ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ของหลวงปู่รุ่ง ซึ่งมรณภาพไปแล้วตั้งแต่ปี 2500 โดยหลวงปู่รุ่ง ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 3 เกจิอาจารย์ชื่อดังทางภาคตะวันตก ตอนเป็นพระลูกวัดท่ากระบือ หลวงพี่อุเทนชำนาญในสายมู มีทั้งปลุกเสกยันต์ ตำราโหราจารย์ อยู่มาวันหนึ่ง หลวงพี่อุเทนเกิดนึกอะไรไม่รู้ เล่าว่าตัวเองฝันเห็นหลวงปู่รุ่งเรียกร้องให้ไปพัฒนาที่วัดท่าไม้ ซึ่งเวลานั้นยังเป็นวัดยากจน มีกุฏิแค่ 2 หลัง


เมื่ออ้างหลวงปู่รุ่งหนุนหลังเสียขนาดนั้น หลวงพี่อุเทนจึงย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าไม้ สมดังใจเมื่อปี 2549 อายุได้ 31 ปี หรือใช้เวลาบวชแค่ 9 ปี สอบ pass ชั้นขึ้นไปเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ แต่ก็มีข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ก็จะเล่าให้ฟังว่า แท้จริงแล้วหลวงพี่อุเทนไม่ได้ขอย้ายจากวัดท่ากระบือ โดยอ้างนิมิตฝันถึงหลวงปู่รุ่งแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นข่าวที่ยังไม่ได้ยืนยันว่า เป็นการถูกขับออกจากวัด โดยมติกรรมการวัด เนื่องจากตรวจพบว่าหลวงพี่อุเทนก่อปัญหาเรื่องเงิน

นอกจากนี้ ที่้อ้างถึงประวัติการศึกษาวิชาอาคมของหลวงปู่รุ่ง ก็เต็มไปด้วยพิรุธ เพราะตำราต่างๆ ที่หลวงปู่รุ่งบันทึกไว้นั้น บันทึกบนใบลานเมื่อนานมาแล้ว เป็นการเขียนด้วยภาษาขอม หลวงพี่อุเทนอ่านภาษาขอมไม่ออก ด้วยหลักการไม่น่าจะศึกษาวิชาอาคมของหลวงปู่รุ่งได้ น่าจะเป็นการแอบอ้างเช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ ความที่ท่านเคยดูดวงให้กับทหารและตำรวจมากมาย ก็เลยมีบารมีมาก สมัยก่อนเวลามีเรือแล่นเสียงดังตามแม่น้ำนครชัยศรี ไหลผ่านข้างวัด ทางวัดจะมีลูกศิษย์ที่เป็นบิ๊กตำรวจ ก็เลยแสดงอำนาจกับชาวบ้าน โดยพระเลขาฯ ของหลวงพี่อุเทนจะคอยโทรศัพท์ฟ้องตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ให้มาขับไล่พวกเรือที่แล่นส่งเสียงดังรบกวน นอกจากนี้ ตำรวจและทหารนักวิ่ง ซึ่งวิ่งเข้าหาหลวงพี่อุเทนกันมากมาย ตีสนิทหลวงพี่อุเทนให้ช่วยฝากฝังตำแหน่งกับบรรดาบิ๊กๆ ที่เป็นลูกศิษย์ ซึ่งหลายคนประสบความสำเร็จจากวิธีการวิ่งเต้นกับหลวงพี่อุเทน

ในส่วนของซุป'ตาร์ที่ขึ้นกับวัดท่าไม้ มีมากมาย ผมเล่าให้ฟังแล้วเมื่อกี้ ไม่เล่าอีก แต่คนที่ร่วมพิธีสายมูของหลวงพี่อุเทนแบบเต็มตัวกว่าใคร ก็คือ คุณจั๊กจั่น อคัมย์สิริ มานอนโลงที่วัดท่าไม้นานหลายวัน ช่วงที่อกหักรุนแรงจากพระเอกไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม


ท่านผู้ชมครับ ทุกวันนี้ถนนหนทางเข้าวัดจะมีการปักป้ายดาราดังเหล่านี้ พร้อมคำคมด้วย อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวในวงการดาราว่า ดาราที่มาช่วยงานวัดท่าไม้ ไม่ได้มาช่วยฟรีๆ บางคนทางวัดมีค่าตอบแทนให้

ในส่วนของหลวงพี่อุเทน งานประจำคือรับดูดวงให้ประชาชน ไม่แบ่งชั้นวรรณะ หลายคนแหกขี้ตามาจองคิวกันตั้งแต่ตีห้า หรือหกโมงเช้า แต่พอมีแขกผู้ใหญ่ VVIP โผล่มากลางคัน ก็จะมีขบวนการลัดคิวให้ได้พบหลวงพี่ก่อน พวกที่ตื่นมารอคิวตั้งแต่ตีห้า ก็นั่งตาปริบๆ กัน

ผมเอาให้ดูนะครับ เรื่องการบริจาคสร้างเรื่องต่างๆ มีท่านมหาอุบาสก ดร.สุทธิพล ท่านมหาอุบาสิกา เจียมจิตต์ จิราธิวัฒน์ ท่านมหาอุบาสก จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ท่านมหาอุบาสิกา ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และครอบครัว ท่านมหาอุบาสกรัตนชัย วงษ์เจริญสิน ท่านมหาอุบาสิกา อุสา วงษ์เจริญสิน และครอบครัว มีแม้กระทั่งท่านประวิทย์ และภริยา อรัญญา มาลีนนท์


หลวงพี่เคยดูดวงกับตัวเอง บอกว่าจะมรณภาพเมื่ออายุ 41 ปี ก็รีบสร้างกุศล แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ 47 ยังดูแข็งแรง ไปตลุยชายแดนตอนดึกๆ กับสองโยคีเพลย์บอยได้สบายๆ

ทุกวันนี้ สภาพในวัดท่าไม้เป็นพุทธพาณิชย์ที่ชัดเจน มีสั่งศิษย์มารองรับแบบจับฉ่าย ทั้งแขก ไทย จีน พม่า พร้อมรับทำพิธีสายมูสารพัดเลย โดยเฉพาะคนพม่าในพื้นที่สมุทรสาคร ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของวัดท่าไม้ เนื่องจากคนพม่าชอบทำบุญ เพราะฉะนั้นแล้ว งานทอดกฐินประจำปีจะได้เงินก้อนโตระดับ 20-30 ล้าน ตลอด แม้แต่ในช่วงที่มีโควิดระบาด เหตุผลเพราะว่าหลวงพี่อุเทนจะมีลูกศิษย์ที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ เหล่าดารา มาช่วยอย่างคึกคัก

การหาช่องทางหาเงินของหลวงพี่อุเทนส่วนใหญ่คิดและทำด้วยตัวเอง แต่ต้องยอมรับว่าหลวงพี่อุเทนเป็นคนสมองไว สายตาแหลมคม จิตวิทยาเป็นเลิศ ตอนแรกทำเอง แต่ต่อมาก็จ้างออแกไนซ์มาช่วยทำให้ ผลงานที่ถูกนินทาว่าเป็นเรื่องหาเงินจนออกนอกหน้าก็เป็นงานยกช่อฟ้าอุโบสถวัดท่าไม้ หลวงพี่อุเทนจัดช่อฟ้าถี่ยิบเลย หลายช่อ ผิดธรรมดาในการยกช่อฟ้า ซึ่งจะมีประธานช่อฟ้าหน้าอุโบสถ ช่อฟ้าบริวารก็มีไม่กี่ช่อ แต่ของหลวงพี่อุเทนมีเยอะแยะ


งานที่วัดท่าไม้ที่เน้นการหาเงินเข้าตู้บริจาค มีทั้งปี รัวๆ ถี่ๆ ด้วย มีงานบุญเดือนเพ็ญ มีงานไล่/รับราหู แก้กรรม งานปีใหม่ สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา เรียกว่าวัดท่าไม้ไม่เคยเหงา

เรื่องความรวยหรูหราหมาเห่าของวัดท่าไม้ เป็นโมเดลที่วัดธรรมกายเคยทำให้ดูมาก่อน คนใกล้ชิดพระอุเทนรวยกันถ้วนหน้า คนที่รวยเห็นได้ชัดเป็นตัวอย่างคือญาติสนิทของหลวงพี่อุเทน จากฐานะที่ยากจน กลายเป็นเศรษฐินี ซื้อรถเบนซ์ให้ลูกสาวขับไปเรียนมหาวิทยาลัย ยังร่ำรวยถึงขนาดเปิดร้านทองคำอีก

ตู้บริจาคของวัดเขาใช้กลยุทธ์ยั่วใจให้หยอดเงินทำบุญ โดยทางวัดจะทำเป็นตู้อะคริลิคร่วม 20 ใบ แต่ละใบติดข้อความชวนแตกต่างกันไป เช่น ขอให้ถูกหวยเบอร์ใหญ่ ขอให้มีแฟนรวย ขอให้ได้ขึ้นสวรรค์ ขอให้พ่อตาแม่ยายรัก ขอให้เรียนเก่งๆ เป็นต้น


ชื่อเสียงของการดูดวงของหลวงพี่อุเทนนั้นไม่ใช่ธรรมดา คุณนพรัฐ พรวนสุข ให้ข้อมูลผมว่า ชื่อเสียงในการเป็นหมอดูของหลวงพี่อุเทนนั้นดังเป็นพลุแตกจากกรณีของ พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พฤศจิกายน 2562


2548-2549 ตอนนั้น พล.ต.ต.ฉลอง มีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มาให้หลวงพี่อุเทนตรวจดวงชะตา หลวงพี่อุเทนแนะนำ พล.ต.ต.ฉลอง อยากขึ้นเป็นผู้บัญชาการภาค 7 เพราะบารมีไม่ถึง ขึ้นได้ก็อยู่ได้ไม่นาน ให้ขึ้นตำแหน่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยหลักจะดีกว่า แต่ พล.ต.ต.ฉลอง สวนกลับหลวงพี่ว่า ตัวเขาเป็นถึงเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยของ พ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรี ที่กำลังมีอำนาจสูงสุดในเวลานั้น ทำไมจะเป็นผู้บัญชาการภาค 7 ไม่ได้ พอขึ้นเป็นผู้บัญชาการภาค 7 ติดยศพลตำรวจโท ปรากฏว่าอยู่ได้แค่ปีเดียว ทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหารยึดอำนาจไป ส่วน พล.ต.ท.ฉลอง ถูกล้างบางตามเพื่อนไปด้วย อยู่ได้ไม่นานจริงๆ ตามคำทำนายของหลวงพี่อุเทน

นอกจากนั้นแล้ว บิ๊กตำรวจที่เป็นศิษย์วัดท่าไม้ ยังมี พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ในยุคเรืองอำนาจ รวมทั้ง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ซึ่งรายหลังนี่มีศรัธามาก ถึงกับให้ลูกชายมาบวชที่วัดท่าไม้ ส่งภรรยามานุ่งขาวห่มขาวช่วยงานวัดอย่างสุดกำลัง


ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเคยเห็นสติกเกอร์ของวัดท่าไม้ใช่ไหม ความจริงของสติกเกอร์ยอดฮิต นี่คือหลักการทำมาร์เกตติ้ง (Marketing) กระพือความดังด้วยการตลาด ที่คนจำได้คือพระอุเทนเป็นผู้คิดค้นสติกเกอร์ติดท้ายรถ "วัดท่าไม้" ที่เป็นกระแสไปทั่วบ้านทั่วเมือง

พระอุเทน เล่าให้ฟังถึงความหมายผ่านสื่อมวลชนว่า เป็นแนวคิดที่ได้มาจากสติกเกอร์ อุโบสถหินอ่อน วัดหลวงพ่อโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ที่ใครเห็นก็รู้ทันทีว่ารถคันข้างหน้านั้นเคยไปไหว้หลวงพ่อโสธร ด้วยความศรัทธา จึงเอาสติกเกอร์มาเป็นสัญลักษณ์ของวัดท่าไม้บ้าง


แต่คนที่ประสบเจอมาเล่าให้ฟัง จริงๆ แล้วช่วงแรกเจ้าหน้าที่วัดจะเดินเอาสติกเกอร์มาติดรถทุกคันที่้เข้ามาจอดในวัดเลย ไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของรถ เจ้าของรถบางทีไม่รู้ แต่พอรู้ทีหลังขี้เกียจแกะออก ต่อมา คนที่เห็นยิ่งมีความเชื่อว่าวัดนี้น่าจะศักดิ์สิทธิ์ นี่คือหลักการทำการตลาดที่ลึกซึ้ง ก็เลยเอาสติกเกอร์มาติดรถตัวเองบ้าง จนช่วงหนึ่งกลายเป็นกระแสวัดท่าไม้ไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ทุกวันนี้สภาพในวัดท่าไม้ พูดได้ว่าเป็นพุทธพาณิชย์อย่างชัดเจน อย่างที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้นี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมหมด ทั้งแขก ไทย จีน พม่า บูชาราหู กวนอิม พระพิฆเนศ พระอินทร์ พระพรหม เจ้าแม่ตะเคียน พร้อมรับทำพิธีสายมูสารพัด ถือเป็นหนึ่งในวัดดังสายมูลำดับต้นๆ ของเมืองไทย ครั้งหนึ่งวัดท่าไม้เคยโด่งดังอย่างมากในเรื่องการบูชาพระราหู


นี่วันที่ 30 นี้ ก็จะต้องบูชาพระราหูอีกแล้ว สงสัยคนก็จะแน่นวัดท่าไม้อีก ทำบุญสะเดาะเคราะห์ แก้กรรม แก้ชง การดูดวง เสริมดวง ที่มีดารา เซเลบ คนดังจำนวนมากมาทำบุญ ณ ที่แห่งนี้ เพราะว่าที่นี่มีทั้งเทพเจ้าจีน เจ้าแม่กวนอิม พระราหู พระพิฆเนศ เรียกได้ว่าเป็นวัดที่กวาดรวมเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาจากทุกสาย หลายวัฒนธรรม และหลายความเชื่อ

อย่างที่ผมเล่าให้ฟังว่า คนที่ใกล้ชิดญาติสนิทของหลวงพี่อุเทนที่ร่ำรวยขึ้นมา ซื้อรถเบนซ์ให้ลูกสาวขับไปเรียนที่มหาวิทยาลัย และตั้งร้านทอง สมัยก่อนมีอาชีพร้อยมาลัยขาย

คนที่อยู่แถวนั้นไม่ค่อยให้ความศรัทธา มีแต่คนต่างถิ่นที่มาเที่ยว ยกตัวอย่างข้อความคนในพื้นที่ โพสต์ออกมาว่า ผมเป็นคนในพื้นที่ เกิดและโตที่ ต.ท่าไม้ ที่นี่ไม่มีเมรุเผาศพ ไม่มีการจัดงานศพ ไม่มีการจัดงานบวช รับแต่งานอีเวนต์บุญ ก็คือพูดง่ายๆ อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าช่วงหลังหลวงพี่อุเทนท่านฉลาด ท่านจ้างออแกไนเซอร์มาจัดอีเวนต์ต่างๆ

โพสต์นี้เขาโพสต์ออกมาพูดถึงเบื้องหลัง เขาบอกว่าประเด็นการเจอตำราหลวงปู่รุ่งที่วัดท่ากระบือ (ถ้าจริง) ปัจจุบันพิธีกรรมที่พระอุเทนทำ ทั้งดำน้ำ เอาพระไว้บนหัว แก้กรรม เสริมดวง เกินกว่าตำราหรือพิธีกรรมที่หลวงปู่รุ่งเคยทำไปอักโขแล้ว ท่านผู้ชมครับ ยังมีข้อความต่อว่า ข้อดีสำหรับคนแสวงหาโชคลาภ บารมี แคล้วคลาด มาที่นี่ไม่ผิดหวัง ได้หมด ครบ มีหมด ทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จีน อินเดีย ไม่เว้นแม้กระทั่งท่อนไม้ สร้างสตอรี่ขึ้นมา ข้อเสียก็คือว่า ถ้าต้องการแสวงหาปัญญาหรือแก่นแท้ของธรรมะ อย่าได้มาวัดท่าไม้เลย


ท่านผู้ชมครับ เหตุการณ์ที่วันนี้ท่านรับบวชให้ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ และโรเบิร์ต ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ สองผู้ต้องหาในคดีแตงโมนั้น ที่ท่านอ้างว่าเป็นการบวชพราหมณ์ โยคี ท่านผู้ชมครับ ผมเกิดมาผมยังไม่เคยเจอการบวชโยคีที่วัดไหนเลย หรือว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ผมเคารพนั้น คนละสายกับหลวงพี่อุเทน ของผมนี่สายปัญญา สายธรรม สายสมาธิภาวนา ให้ตายสิ ผมไม่เคยเจอมีการบวชโยคีจากวัด หลวงพี่อุเทนท่านทำขึ้นเป็นคนแรกเลย

พอหลังจากบวชให้ปอกับโรเบิร์ต 2 วัน เฟซบุ๊กของหลวงพี่อุเทน พระญาณวิกรม เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ก็ออกมาโพสต์ข้อความ พรุ่งนี้ฟังข้าพเจ้า จะแถลงข่าวเรื่องสำคัญมาก เรื่องโยคีปอ โยคีโรเบิร์ต จะให้เขาพูดแล้ว แค่เอาคนมาบวชโยคี ผมก็ยกมือไหว้หลวงพี่อุเทนไม่ได้แล้วนะ ให้ตาย ผมไม่คิดว่าท่านเป็นพระไปแล้วนะวันนี้ ท่านอาจจะดูดวงแม่น แต่ก็มีคนที่ดูดวงแม่นหลายคนที่ผมรู้จัก ที่ไม่ได้อ้างอิงตำราของหลวงปู่รุ่ง แต่อ้างอิงตำราโบราณหลายตำรา ก็แม่น แต่ผมไม่เข้าใจ


ท่านผู้ชมครับ การแก้กรรม ท่านผู้ชมว่าแก้ได้ไหม ? หลวงพี่อุเทนอาจจะบอกว่าแก้ได้ แต่สำหรับผมแล้ว แก้ไม่ได้หรอก กรรมเป็นของตัวเอง กรรมมันติดตามเรามาตั้งแต่ชาติก่อนมาถึงชาตินี้ การแก้กรรม แก้ไม่ได้ แต่การทำความดีเพื่อลดกรรมที่ตัวเองมีอยู่ ทำให้เรายังไม่เผชิญหน้ากับกรรมที่เรามีอยู่ อย่างนั้นทำได้ พ่อแม่ครูอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็นสายวัดป่า สายหลวงปู่มั่น สายหลวงตามหาบัว สายหลวงปู่ฝั้น พูดออกมาในแนวทางเดียวกันหมด เหมือนอย่างคุณจั๊กจั่นไปนอนในโลงไม้ตั้ง 3-4 วัน ผมไม่รู้ว่าไปนอนทำไม อยู่บ้านดีๆ ถ้าอกหักจากชาคริต แย้มนาม ก็หัดทำใจบ้างสิ แล้ววันนี้คุณจั๊กจั่นทำใจได้หรือยังล่ะ อกหักจากชาคริต ผมคิดว่าทำใจได้แล้ว ผมก็ถามกลับ เมื่อคุณมองย้อนกลับไปตอนคุณไปนอนในโลงไม้ คุณไม่ตลกตัวคุณเองบ้างหรือ ถ้าคุณทำใจได้ตอนนี้ สมัยก่อนที่คุณทำใจไม่ได้เพราะว่าคุณไม่ได้ฝึกจิตให้ทำใจ อะไรมากระทบใจ สติคุณแตก คุณก็เลยต้องไปพึ่งการแก้กรรมด้วยการนอนในโลงไม้ มันจะบ้าไปแล้ว ท่านผู้ชม ขอประทานโทษหลวงพี่อุเทน ผมเห็นด้วยว่าท่านเป็นพุทธพาณิชย์เต็มตัว ผมคิดว่าต้องมีการตรวจสอบเงินทองที่หลวงพี่อุเทนได้มา ผมว่ามันเป็นหลักร้อยล้าน หลายร้อยล้าน ไม่ใช่น้อยๆ

อย่างว่าครับท่านผู้ชม คนที่เชื่อแล้ว หลวงพี่อุเทน หลวงพี่คนนั้น หลวงพ่อคนโน้น ดูดวงแม่น คนไทยชอบดูดวง ไม่รู้เป็นอะไร พอดู ก็เข้าทางล่ะสิ ดวงตอนนี้กำลังตก ถ้าจะตกต้องแก้กรรม ดวงตอนนี้กำลังจะตก ต้องหล่อพระ มาทำพิธีที่นี่ เยอะแยะไปหมด ดูแค่พุทธพาณิชย์ที่มีอยู่เยอะแยะไปหมดในวัด ก็พอจะดูออกแล้วว่าทิศทางของหลวงพี่อุเทนไปอย่างไร ด้วยความเคารพ ผมไม่ได้กลัวเหาขึ้นหัวหรอก ผมกล้าวิจารณ์ตรงๆ เพราะว่าผมเอาหลักธรรมวิจารณ์ หลวงพี่อุเทนอาจจะเหมาะในการดูดวง แต่ไม่เหมาะในการที่ผมจะไปเคารพในฐานะที่เป็นพระ เป็นผู้ที่จะให้ปัญญาคน ไม่ใช่ ผมไม่กราบหรอกพระแบบนี้ แต่ถ้าท่านดูดวงแม่น ก็โอเค ก็ว่ากันไป ผมไม่ติดใจทั้งสิ้น

ท่านผู้ชมครับ ตู้บริจาคก็เยอะแยะไปหมด เขาบอกว่าข้างในกุฏิหลวงพี่อุเทนนั้น เป็นที่ต้องห้ามเลยนะ ห้ามเข้าเด็ดขาด ไม่รู้ว่าท่านซ่อนอะไรไว้หรือเปล่า ผมอยากให้ตรวจสอบทรัพย์สินหลวงพี่อุเทนสักที คนที่เคารพหลวงพี่อุเทน ผมต้องกราบขออภัย แต่ผมรับไม่ได้จริงๆ พระแบบนี้ และผมเชื่อว่าท่านมีหน้าที่ให้ปัญญาคน แต่ท่านมอมเมาคนด้วยไสยศาสตร์หลายอย่าง นอนในโลงไม้ แก้กรรม แก้ได้ที่ไหนกัน แก้ไม่ได้ ท่านผู้ชมท่านอย่าโดนหลอก เพราะฉะนั้นแล้ว การที่ชาวเน็ต หรือโซเชียล ที่ไม่พอใจที่หลวงพี่อุเทนรับนายปอ กับนายโรเบิร์ตเข้าไป ก็ไม่ผิดหรอก เพราะว่าท่านเลอะเทอะ และตลกขบขัน ผมนี่ขำที่สุด มีด้วยเหรอบวชโยคี ผมเกิดมาไม่เคยเจอ

ท่านผู้ชมครับ ขอโทษที ท่านผู้ชมที่รักชอบหลวงพี่อุเทน ผมจำเป็นต้องพูดแบบนี้ ผมชื่อ สนธิ ลิ้มทองกุล ครับ ขอบคุณมากครับ


ท่านผู้ชมครับ อาทิตย์นี้คงต้องพูดถึงเรื่องคุณแพทองธาร ชินวัตร หรือชื่อเล่นคือ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับขึ้นแท่นเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย และมีโอกาสได้ถูกโชว์ตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

คุณอุ๊งอิ๊ง เปิดตัวในฐานะเป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย แล้วก็ประกาศเป็น "หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย" สักขีพยานคือบรรดาแกนนำพรรคที่ยกขบวนไปเพื่อจัดกิจกรรม "ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม" ที่ จ.อุดรธานี

ท่านผู้ชมครับ อย่างที่เรียนให้ทราบว่าในข้อมูลข้อเท็จจริงนั้น คุณทักษิณ มองว่า ส.ส. ในพรรคเพื่อไทย ก็เปรียบอุปมาอุปไมยเหมือนเป็นหมาที่บ้าน พอตอนนี้คุณอุ๊งอิ๊งเข้ามาเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว ก็คือว่า คุณอุ๊งอิ๊งเป็นตัวแทนของทักษิณ ชินวัตร ในการที่้จะมาดูแลหมาต่างๆ ดูรูปนะครับ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังต้องก้มหัวโค้งคำนับ ท่านผู้ชมครับ ให้มันรู้ว่าใครใหญ่กว่ากัน


นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศเปิดตัว น.ส.แพทองธาร เมื่อคุณแพทองธารเดินขึ้นบนเวที นายแพทย์ชลน่านโค้งคำนับอย่างนอบน้อมถ่อมตนอย่างยิ่ง ก่อนจะเดินลงจากเวที เพราะว่านี่คือลูกสาวของเจ้าของคอกหมา การแสดงออกดังกล่าวของนายแพทย์ชลน่าน ทำให้ชาวเน็ตนำคลิปไปเผยแพร่ต่อในโลกออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์นายแพทย์ชลน่านอย่างกว้างขวาง ว่าไม่ได้มีศักดิ์ศรีเหมือนกับที่เป็นหัวหน้าพรรค

จริงๆ แล้วหัวหน้าครอบครัวที่เปิดตัวนั้น ใหญ่กว่าหัวหน้าพรรค เหมือนบริษัทครอบครัวที่ลูกสาวเถ้าแก่ใหญ่กว่า CEO เข้ามาโค้งคำนับอย่างงามๆ เป้าหมายที่อุ๊งอิ๊งประกาศในวันนั้น คือ ชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ 14 ล้านเสียง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อนำพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลให้ได้ โดยอุ๊งอิ๊งย้ำว่าเผด็จการต้องหมดไป ก็เป็นปกติธรรมดาครับท่านผู้ชม

วันนี้ผมจะเอาความเห็น คำวิจารณ์ในตำแหน่งใหม่ของคุณอุ๊งอิ๊ง คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นในกรณีดังกล่าว ว่า การเปิดตัวอุ๊งอิ๊งในทางการเมืองมีความหมายว่าอย่างไร ? ความหมายก็คือ หนึ่ง ครอบครัวใหญ่กว่าพรรค ก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าพรรคเพื่อไทย หรือก่อนหน้านั้นคือพรรคพลังประชาชน ก่อนหน้านั้นคือพรรคไทยรักไทย ล้วนแล้วแต่เป็นพรรคของตระกูลชินวัตร โดยคนที่กุมบังเหียนที่แท้จริงก็ยังเป็นทักษิณ


คุณสมชัย พูดต่อ ข้อที่สอง การเป็นสมาชิกครอบครังทำลายกำแพงข้อจำกัดของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่สมาชิกพรรคต้องเสียค่าสมาชิก 200 บาท มาเป็นสมาชิกครอบครัวที่ไม่ต้องเสียเงิน สาม การเป็นสมาชิกครอบครัวจึงไม่มีข้อจำกัดใดๆ แต่กลายเป็นฐานสนับสนุนของพรรคในการเลือกตั้ง ข้อที่สี่ ต้องถือว่าเป็นการเดินเกมการเมืองใหม่ของพรรคเพื่อไทย แต่ต้องระวังในเรื่องการให้สิทธิประโยชน์แก่คนในครอบครัวเพื่อไทย เพราะยังถือว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างหนึ่ง และยังถูกควบคุมด้วยพระราชบัญญัติพรรคการเมือง

ข้อห้า มีคำทำนายว่าหัวหน้าครอบครัวคืออีกก้าวที่เข้าใกล้ตำแหน่งผู้ที่พรรคเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่คุณสมชัยเขาดูเหตุการณ์แล้ว ดูรายการแล้ว ดูทีวีแล้ว เขาบอกว่าอุ๊งอิ๊งวันนี้ดูไม่สดใส ไม่เฉียบเท่ากับการเปิดตัวครั้งแรก น่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทาง ถ้าเป็นแบบข้อห้าแล้ว เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องเทรนให้มีพลังแบบคุณพ่อ และมีเสน่ห์แบบคุณอา คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


ในขณะเดียวกัน ทางแรมโบ้ หรือ เสกสกล ก็เตือนอุ๊งอิ๊งว่าอย่าหลงคารมพ่อแม้ว-อาปู สุดท้ายจะเจอชะตากรรมไม่ต่างกัน แรมโบ้ หรือ เสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เห็นว่าที่อุ๊งอิ๊งประกาศว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ คงเป็นเรื่องยาก เพราะประชาชนรู้พฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างดี ทำตัวเป็นฝ่ายค้าน มุ่งจะช่วยเหลือพ่อและอาให้พ้นผิด กลับประเทศไทย ซึ่งประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากพรรคเพื่อไทยเลย

คุณเสกสกล พูดต่อ มีคนมากมายฝากมาบอกด้วยความห่วงใยและสงสารน้องอุ๊งอิ๊ง กลัวโดนชะตากรรม วิบากกรรมเหมือนคุณพ่อและคุณอาเป็นที่สุด สิ่งที่คุณพ่อและคุณอากำลังจะทำให้น้องอุ๊งอิ๊งเข้ามาสู่อำนาจเพื่อจะออกกฎหมายโดยมิชอบ หรือใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ช่วยเหลือเรื่องคดี ล้างมลทิน นำคุณพ่อและคุณอากลับบ้าน

ประเด็นที่ผมอยากจะพูดวันนี้คือว่า การแต่งตั้งลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นการยืนยันว่าทักษิณยังคงกุมอำนาจ อยู่เบื้องหลังพรรคอย่างชัดเจน และกุมมานานแล้ว การเลือกมาเปิดตัวที่ จ.อุดรธานี ในครั้งนี้ แทนที่จะเป็น จ.เชียงใหม่ หรือจังหวัดทางภาคเหนือที่เป็นบ้านเกิดของทักษิณ ชินวัตร ส่วนสำคัญน่าจะเป็นเพราะต้องการจะปักธงลงในอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีสานเหนือ และต้องการชิงมวลชนให้กลับมา หลังจากในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ ได้แตกสานซ่านเซ็นไปคนละทิศละทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมวลชนคนเสื้อแดง ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าท่อน้ำเลี้ยงตีบตัน เงินทองไม่ไหลมาเหมือนแต่ก่อน


เมื่อวกมาที่ จ.อุดรธานี การเลือกตั้งคราวที่แล้วพรรคเพื่อไทยกวาด ส.ส. ได้ทั้งจังหวัด 8 คน คะแนนทิ้งคู่แข่งแบบม้วนเดียวจบ การประกาศชูอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่านี่คือเดิมพันครั้งสุดท้ายของทักษิณ ชินวัตร ถึงกับต้องงัดเอาทายาทโดยสายเลือดโดยตรงเข้ามาเสี่ยง เพราะคุณทักษิณ ไม่เคยไว้ใจนอมินีคนนอกไส้อีกต่อไปแล้ว เคยได้รับบทเรียนมาแล้วในยุคของสมัคร สุนทรเวช แล้วยังต้องการสร้างความมั่นใจให้กับ ส.ส. ให้กับนักการเมือง รวมถึงมวลชนผู้สนับสนุนว่าคราวนี้ทักษิณ ชินวัตร เอาจริง เมื่อลูกสาวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว ท่อน้ำเลี้ยงที่ตีบตันก็จะต้องเริ่มถูกเปิดออกมาแล้ว เงินทองก็จะไหลมาเทมา จนทำให้แกนนำ ส.ส. ภาคอีสานบางคน อย่างนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส. อุบลราชธานี ประธาน ส.ส. อีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวอย่างมั่นใจว่า ประเมินการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. เขต 250 คน บัญชีรายชื่ออีก 30 คน รวมแล้ว 80 คน พรรคก้าวไกล ได้ ส.ส. 20 คน พรรคเสรีรวมไทย 7 คน พรรคประชาชาติ 5 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน ทำให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน เป็นเพียงแต่ว่าท่าน ส.ส. อุบลราชธานี ไม่ได้ทำนายว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เท่าไร

แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า ? ก็ไม่แน่ หรือแน่ ? เพราะสังคมรู้จักธาตุแท้ของคนในครอบครัวนี้ดีไม่น้อย ในข้อหาทุจริต ประพฤติมิชอบอยู่ตลอดเวลา จะเรียกว่าแทบทั้งชีวิตก็ได้ มีแต่เรื่องน่าสงสัย ข้อกล่าวหาในทางทุจริต เริ่มต้นตั้งแต่เรื่องการซุกหุ้น ผลประโยชน์ทับซ้อน ออกนโยบายเพื่อธุรกิจของตัวเอง ถูกศาลยึดทรัพย์กว่า 4 หมื่นล้านบาท ถูกศาลพิพากษาจำคุกจากคดีทุจริตหลายคดี

คุณอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวฯ ก็เคยมีปัญหาเรื่องข้อสอบรั่วในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จนเกิดเรื่องอื้อฉาว ซึ่งเชื่อได้ว่า เมื่อเข้ามาในการเมืองก็ต้องถูกขุดคุ้ยอีกอย่างแน่นอนที่สุด


คุณอุ๊งอิ๊ง พอประกาศตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวฯ มีข้อสงสัยที่หลายๆ คนถามกันว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พูดหลายครั้งว่าอยากกลับมาเมืองไทย ในฐานะลูกสาวของนายทักษิณ จะมีเป้าหมายเรื่องนี้อย่างไร ? น.ส.แพทองธาร พูดว่า "คุณพ่ออยากกลับมาเลี้ยงหลาน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่่อไทย เรื่องพ่อกลับบ้านไม่ใช่เป้าหมายหลัก วันนี้ปัญหาหลักของประเทศคือปากท้อง เศรษฐกิจ ปัญหาประชาชน ไม่ใช่ปัญหาครอบครัวอิ๊ง ควรจะโฟกัสตรงนั้น" ก็เป็นการตีกรรเชียงหนีประเด็นที่จะต้องตอบ เพราะเป็นประเด็นที่อ่อนไหวมาก

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีหลายกรรมหลายวาระที่ทักษิณเอ่ยปากว่าจะกลับบ้าน เร็วๆ นี้ เมื่อวันที่ 5 มกราคม สองเดือนที่แล้ว บอกว่าจะกลับมาเลี้ยงหลาน ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง บรรยายให้ความรู้ ช่วยส่งเสริมสตาร์ทอัพ

ก่อนหน้านั้น 13 กรกฎาคม 2564 ปีที่แล้ว บอกว่าขอกลับมาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง 1 มกราคม ปีกว่าๆ ที่แล้ว บอกจะกลับมาเลี้ยงหลาน 24 กุมภาพันธ์ นานมาแล้ว ปี 2559 บอกว่าจะกลับมาเพราะคิดว่าไม่โดนข้อหา 17 มิถุนายน บอกว่าจะกลับมาแต่งงานลูกสาวคนกลาง พิณทองทา ที่แต่งงานกับนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ 28 กุมภาพันธ์ ย้อนกลับไปปี 2551 บอกจะกลับมากราบแผ่นดินไทย


เรื่องการกลับมาของทักษิณ โดยที่ถึงแม้คุณอุ๊งอิ๊งจะประกาศว่าไม่ได้คิดเรื่องนี้ จะโฟกัสเรื่องปากท้องประชาชน ผมคิดว่าลึกๆ แล้วนี่คือวาระสำคัญที่สุดในฐานะลูกสาวที่อยากเห็นพ่อกลับมา

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมจะรัก หรือไม่รัก ทักษิณ ชินวัตร ไม่เป็นไร ผมคิดว่าปัญหาทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาโดยที่ไม่มีคดี เป็นไปไม่ได้ ผมคิดว่าคุณอุ๊งอิ๊งก็รู้ดี ทักษิณก็รู้ดี มีการพยายามออกแบบหลายวิธีการที่จะให้ทักษิณ ชินวัตร กลับมาที่เมืองไทยได้ แต่ทักษิณ ชินวัตร จะไม่มีทางกลับมาได้ถ้าไม่ยอมมาติดคุกก่อน ไม่มีทาง มันผิดหลักนิติรัฐ มันผิดความชอบธรรม และมโนธรรมของคนทั้งประเทศ หรือแม้กระทั่งพวกพรรคเพื่อไทยเอง ก็ยังอ้ำอึ้ง พูดจาได้ไม่เต็มปาก ถ้าทักษิณกลับมาโดยที่ไม่มีคดีติดตัวเลย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็เป็นไปไม่ได้ ผมดูทุกแง่มุมแล้ว เป็นไปไม่ได้

ท่านผู้ชม ผมเคยมีคนที่สนิทกับทักษิณ ชินวัตร มาคุยกับผมเป็นส่วนตัว ว่า คุณสนธิ มีทางไหนไหมที่คุณสนธิมองว่าทักษิณจะสามารถกลับมาได้ เพราะเขาบอกผมเอง (เขาสนิทกับทักษิณมาก) ว่าเขาไม่อยากเล่นการเมืองแล้ว อยากกลับมาเลี้ยงหลาน ไม่ยุ่งการเมือง ผมบอกว่า ประการแรก ผมขอตอบคำถามข้อที่สองก่อน ว่าอยากมาเลี้ยงหลาน ไม่อยากยุ่งการเมือง ผมไม่เชื่อ คุณทักษิณเป็นคนที่โกหกเก่งมาก ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ปี 2549 ที่คุณทักษิณออกนอกประเทศไป


จนมาถึงวันนี้ คุณทักษิณยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอด ในขณะเดียวกัน ก็จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ยุ่ง ขณะเดียวกัน ก็ออกมาพูดต่อว่า ตัวเองไม่สนใจการเมือง ขณะเดียวกัน ก็ออกมาบอกว่าตัวเองขอกลับบ้านโดยที่ไม่ยุ่งกับการเมือง จะยุ่งหรือไม่ยุ่ง สำหรับผมแล้ว เฉยๆ เพราะว่าคุณทักษิณไม่ยุ่งเรื่องการเมืองก็ไม่ได้ เพราะว่าการมีพรรคเพื่อไทย คือเกราะกำบังระดับหนึ่งให้คุณทักษิณ แต่ปัญหาคุณทักษิณ ผมก็ตอบคำถามของคนที่ถามผมมา ว่า จะกลับมาอย่างไร ? คดีความที่ตัดสินไปแล้วตั้งหลายคดีความ และมีโทษจำคุก กับคดีความที่รอรับอยู่ จะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร ? เพราะคงไม่มีสิทธิ์ และผมเชื่อว่าแม้อุ๊งอิ๊งจะเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคุณทักษิณ อย่างสุดซอย เหมือนอย่างที่คุณยิ่งลักษณ์พยายามจะออกนิรโทษกรรมตอนนั้น แล้วก็เกิดรายการ กปปส. ขึ้นมาทันที


พรรคเพื่อไทย และผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทย ตลอดจนคุณทักษิณ ก็รู้ว่าสิ่งนี้ทำไม่ได้ ประเทศไทยจะเกิดจลาจล อาจจะถึงขั้นนองเลือดกันอีกครั้งหนึ่งก็ได้ แล้วก็จะเป็นการเตะหมูเข้าปากหมา เข้าไปในช่องทางที่ทหารทั้งหลาย รวมทั้งพี่น้อง 3 ป. แต่สิ่งที่แน่ๆ ถ้าคุณทักษิณอยากกลับ คุณทักษิณต้องกลับมาติดคุกก่อน

ผมเคยวิเคราะห์เรื่องนี้กับคนใกล้ชิด ผมบอกว่า คุณทักษิณพลาดอย่างใหญ่ที่สุดในชีวิต คือตอนที่โดนคดีความครั้งแรกแล้วไม่ยอมติดคุก เพราะคดีความครั้งแรกนั้นก็คือเรื่องของการผิดพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. ในการที่เอาบัตรประชาชนของตัวเองให้ภรรยาไปโอนที่ดิน แล้วก็มีการกระทำที่พิสูจน์ว่าต้องการจะหนีภาษีในการโอนที่ดิน โดยการทำให้วันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันทำงาน ผมบอก ตอนนั้นถ้ายอมติดคุก โทษปีกว่า ติดจริงๆ ก็ไม่กี่เดือน และที่สำคัญ ถ้ายอมติดคุกตอนนั้น คุณทักษิณจะได้เสียงประชาชนเข้ามาแห่แหนกันสนับสนุนคุณทักษิณ ว่าเป็นคนที่เคารพในกฎหมาย แต่ความที่เคารพในศักดิ์ศรี แต่ไม่เคารพในหลักนิติรัฐ คือทำอะไรก็ไม่ผิด ก็พลิกประเด็นไปว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ทุกอย่างในประเทศไทย คุณทักษิณก็รู้ว่ามันเป็นการเมืองหมด สมัยคุณทักษิณมีอำนาจอยู่ คุณทักษิณก็ใช้อำนาจทางการเมืองเปลี่ยนแปลง ซ่อมแซมแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เป็นประโยชน์กับคุณทักษิณเช่นกัน

พอตอนนี้คุณทักษิณโดนการเมืองเล่นงานในเรื่องคดีความ ก็ต้องยอมรับเกมนี้ไป แต่ที่ผมบอกว่าการติดคุกครั้งแรกถ้าคุณทักษิณยอม คุณทักษิณออกมาตอนนั้น ถึงแม้จะไม่ได้เล่นการเมือง แต่ว่าพรรคการเมืองที่ยังมีอำนาจอยู่ ก็ยังเป็นของพรรคเพื่อไทยของคุณทักษิณอยู่ คุณทักษิณสามารถจะให้พรรคการเมืองนั้นทำทุกอย่างได้ แม้กระทั่งเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างเนียนๆ ในคดีที่เหลือของคุณทักษิณ แต่ทักษิณไปติดกับดักเรื่องเดียว ก็คือ จะติดคุกไม่ได้


เช่นกัน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอนโดนคดีจำนำข้าว ผมก็บอกว่าถ้ายิ่งลักษณ์ยอมเดินเข้าคุกตอนนั้น แฟนยิ่งลักษณ์ ผู้หญิงทั่วไป ทั่วประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็จะน้ำหูน้ำตาไหล สงสาร กลับกลายเป็นว่ายิ่งลักษณ์ทำงานเพื่อคนจน แล้วโทษฐานที่ยิ่งลักษณ์ติดคุก 4-5 ปี อยู่อย่างมากก็ปีเดียว หรือปีกว่าๆ ก็ออกมา ออกมาอย่างผู้ที่ได้รับชัยชนะ แต่ก็อีกล่ะ ตระกูลชินวัตรติดคุกไม่ได้

เหมือนกับโอ๊ค พานทองแท้ ที่โดนคดีกรุงไทย แล้วก็มีการเจรจากับกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ว่า เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่ฟ้องแล้ว ยื่นอุทธรณ์ก็ขอให้อัยการไม่อุทธรณ์ ก็ปรากฏว่าตกลงกันได้กับผู้มีอำนาจ ก็ไม่มีการอุทธรณ์คดีโอ๊ค พานทองแท้


ตระกูลชินวัตร จะเป็นตระกูลที่ในที่สุดแล้ว ถ้าภัยพิบัติจะมาหาตัวเอง ก็เป็นเพราะว่าตัวเองไปหลงในศักดิ์ศรีจอมปลอมพวกนี้ แล้วไม่ยอมเข้าใจข้อเท็จจริง ไม่ยอมรับกติกา ถ้ายอมรับกติกาแล้วออกมา แล้วบิดเบือน ใช้อำนาจที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งตัวเองชำนาญอยู่แล้วในการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือในการบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม วันนี้ก็คงจะไม่มีบทบาทของอุ๊งอิ๊ง วันนี้ทักษิณ ชินวัตร ก็อาจจะรอดตัว ถ้าทักษิณกลับมาครั้งนี้ ประกาศเลยว่ามาพร้อมจะติดคุกคดีที่ศาลลงโทษไปแล้ว ติดคุกสัก 6 เดือน ปฏิบัติตนเป็นนักโทษที่ดี คนอย่างทักษิณ ชินวัตร อยู่ในคุก วันไหน เวลาไหน เมื่อไร ไม่เคยลำบาก แล้วก็ยื่นเรื่องไปที่ศาล ขอให้ใช้สิทธิ์ในการทบทวนเพื่อพิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากมีหลักฐานใหม่เข้ามา เส้นสายคุณทักษิณมีพอ แม้กระทั่งในกระบวนการยุติธรรม ก็มีมากพอ


ที่จะมีหลายคนก็บอกว่า เขาอุตส่าห์กลับมาแล้ว ยอมติดคุก เอาน่า คดีที่เขาแพ้ไปแล้วเอามาพิจารณาใหม่ได้ เพราะเขามีหลักฐาน เพราะว่ากฎหมายเปิดโอกาสให้มีการขอพิจารณาคดีใหม่ได้ แต่คุณทักษิณจะขอพิจารณาไม่ได้ ถ้าไม่เข้ามาติดคุกก่อน เพราะฉะนั้นผมยังเห็นว่า ทักษิณ ชินวัตร กลับมาโดยที่ไม่ติดคุก ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ครับ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว รายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ตอนที่ 128 ที่ออกอากาศวันที่ 11 มีนาคม 2565 ถ้าท่านผู้ชมตามเรื่องนี้อยู่ จะจำได้ว่าผมเคยพูดเรื่องนี้ และผมวิพากษ์วิจารณ์กระทรวงการต่างประเทศประเทศไทย ว่าทำตัวเป็นหมาชิวาว่า คอยรับใช้อเมริกา อเมริกาไม่พอใจอะไร ก็จะให้หมาชิวาว่าซึ่งมีหลายตัว เมืองไทยก็เป็นตัวหนึ่ง ญี่ปุ่นก็เป็นหมาอีกตัวหนึ่ง แต่ญี่ปุ่นจะเป็นพันธุ์ชิบะ


ก็ปรากฏว่าหลังจากนั้นอีกประมาณ 5 วันต่อมา ปรากฏว่ากระทรวงการต่างประเทศไทยทนไม่ไหว นายดอน ปรมัตถ์วินัย หรือ เฮ้าเลี่ยนดอน ก็เลยให้คุณธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเสนอข่าววิพากษ์วิจารณ์ หลักๆ แล้วก็คือออกมาตอบโต้สิ่งที่ผมพูด จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยอยากจะเอาคุณธานี มาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ เพราะว่าผมเห็นใจคุณธานี เป็นข้าราชการประจำ อีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว แต่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งของนาย ก็คือ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไหนๆ ก็ร่วมกันแล้ว ก็รับกันไปแล้วกัน ทั้งคุณดอน และคุณธานี แสงรัตน์ หลักๆ แล้ว ประเด็นที่คุณธานี และคุณดอน เอาคุณดอนดีกว่า ดูคุณดอนเป็นคนที่เดือดร้อนมากจากรายการของผมเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ตอนที่ 128 คุณดอนก็เลยมีคำสั่งให้คุณธานีออกมาชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ เอกสารอินโด-แปซิฟิก ท่าทีของอเมริกา และกรณีเรื่องความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน


โดยหลักๆ แล้ว คุณดอนให้คุณธานีพูด บอกว่า ยุทธศาสตร์ของอเมริกา อินโด-แปซิฟิก จัดทำขึ้น คือพูดง่ายๆ ว่า โยนขี้ไปให้อเมริกาว่า อเมริกาเป็นคนจัดทำคนเดียว เพื่อเป็นแนวทางนโยบายของอเมริกากับแต่ละภูมิภาค เอกสารประมวลขึ้นมา ไม่ใช่ความตกลงระหว่างประเทศแต่อย่างใด ประเทศไทย และรัฐบาลไทย จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสารฉบับนี้ ไม่มีหน่วยงานใดรับรองหรือรับรู้เอกสารฉบับนี้ เดี๋ยวตรงนี้ผมจะต่อตอนท้ายๆ ท่านผู้ชมจำไว้นะครับ นี่คือข้อแก้ตัวของเขา ว่าการที่มีการประกาศออกมาโดยโจ ไบเดน ว่ามีพันธมิตรที่จะมาเข้าร่วม มีฟิลิปปินส์ มีญี่ปุ่น มีเกาหลีใต้ มีออสเตรเลีย และมีอังกฤษ และมีไทยด้วย เขาบอกว่านี่เป็นการกระทำของอเมริกาฝ่ายเดียวโดยไทยไม่ได้รู้เรื่องด้วย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเอกสาร ไม่มีหน่วยงานใดของไทยลงนามรับรอง/รับรู้เอกสารฉบับนี้

ท่านผู้ชมครับ ส่วนเรื่องของการแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-อเมริกา ในปี 2562 ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ นั้นเซ็นชื่อร่วมกับนายเอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมในยุคนายทรัมป์


คุณดอนก็ให้คุณธานีบอกว่า เป็นเพียงการแสดงวิสัยทัศน์ร่วม ย้ำความเป็นพันธมิตร เสริมสร้างความสัมพันธ์ เป็นแนวทางความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมทั้งสองฝ่าย ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ที่จะเกิดขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะไม่ได้เป็นสัญญา ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ตราบใดที่ไม่มีการเซ็นสัญญาแล้ว จะกอดคอกินเหล้ากัน แล้วลุกขึ้นมาชูกำปั้น บอก เฮ้ย มาร่วมกันดีกว่านะ มาร่วมกันกระทืบจีน หรือมาร่วมกันที่จะสร้างพันธมิตรนี้ขึ้นมาเพื่อต่อต้านอิทธิพลของจีน ตราบใดที่ไม่มีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ คุณดอนก็บอกว่า นี่ทำได้ ไม่เป็นไรหรอก ไม่เสียหายอะไร ผมไม่ทราบว่าคุณดอนใช้ตรรกะอะไรมาคิดในเรื่องนี้

ผมเคยยกตัวอย่างให้ท่านผู้ชมฟัง ถ้าสิ่งที่คุณดอนพูด จริง ผมถามท่านผู้ชม คุณธานี และคุณดอน ถามอย่างตรงไปตรงมาเลย อุปมาอุปไมยเหมือนนักเลงใหญ่คนหนึ่งในซอย ชวนว่า เฮ้ย เราต้องรวมพลกันเพื่อไปกระทืบนักเลงใหญ่คนหนึ่ง อีกซอยหนึ่ง มาสิ เอาไทยเข้ามาด้วย ปรากฏว่ามีการรวมพลกันอย่างนั้นจริง และมีการเอ่ยชื่อกันอย่างนั้นจริง ประชาชนเขารู้กันหมด (ประชาชนคือประชาคมโลก) เขารู้กันหมดแล้ว มีไทยด้วย แล้วคุณดอน และคุณธานี บอกว่าไม่ได้มีการเซ็นเอกสารใดๆ เพราะฉะนั้นไทยไม่รู้เรื่อง คุณไม่รู้เรื่องได้อย่างไร เมื่อเขาชวนคุณ ถึงคุณไม่ได้ตอบรับ แต่มีชื่อคุณปรากฏ ที่คุณต้องทำคือคุณต้องยกมือ และคุณต้องบอกกับหัวหน้าอันธพาลคนนั้นว่า ผมไม่ยุ่งได้ไหมเรื่องนี้ ถอนผมออกมา เพื่อที่จะได้บอกว่า ตกลงไม่มีดอนเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว พวกเราไปกันแค่นี้ แต่คุณเงียบ เงียบนี่คือกฎหมายปิดปากครับคุณดอนครับ ก็คือคุณเงียบ คือคุณยอมรับใช่ไหมล่ะ เอาล่ะ ไม่เป็นไร

คุณธานี แสงรัตน์ และคุณดอน บอกว่า "การออกเสียงที่สหประชาชาติกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครนของไทย อยู่บนพื้นฐานของความเป็นเอกราชและอธิปไตยของไทย" ท่านผู้ชมครับ ภาษาการทูตนี่นะ เหมือนผายลมทางปากเลย ก็คือเหม็นคลุ้ง แต่ก็ฟังได้ เหม็นคลุ้งไปหมด คือเขาพยายามเน้นว่าประเทศไทยต้องเคารพกติการะหว่างประเทศ ให้ความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยของทุกประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ท่านผู้ชมจำไว้นะ คุณธานีรับคำสั่งคุณดอนมา แล้วก็บอกว่า ประเทศไทยเคารพกติการะหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยของทุกประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก เดี๋ยวผมจะเอาประเด็นนี้มาพูดกันตอนจบ


ท่านผู้ชมครับ ผมมีความเห็นอย่างนี้ อีกประการหนึ่ง คุณธานีพูดต่อ "เนื่องจากประเทศต่างๆ ทั่วไปกำลังประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครน สำหรับไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันต่อ GDP สูงที่สุดประเทศหนึ่ง ก็ได้รับผลกระทบทางด้านพลังงาน ราคาสินค้า และเงินเฟ้อ ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะบรรเทาผลกระทบของความขัดแย้งกับประชาชนไทยอย่างเต็มที่แล้ว และไทยก็จะสามารถผ่านวิกฤตนี้ได้ด้วยความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการรักษามิตรภาพกับทุกประเทศ และการสื่อสารให้ดำเนินอยู่ตลอดเวลา" ท่านผู้ชมจำคำพูดนี้ไว้นะ คือทุกคำพูดของคุณธานี แสงรัตน์ ซึ่งได้รับคำสั่งจากคุณดอน ปรมัตถ์วินัย ท่านผู้ชมครับ ผมจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ เลยว่าคุณโกหกตอแหลเก่งจริงๆ คนที่ไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ไม่รู้รายละเอียด ก็จะเห็นด้วยกับคุณ แต่จริงๆ แล้วคำพูดของคุณ กับการกระทำของคุณ ซึ่งผมจะเอาตัวอย่างมาให้ดูเป็นข้อๆ แล้วจะเห็นได้ชัดว่าที่ผมพูดนั้นไม่ผิด

ท่านผู้ชมครับ คุณธานีครับ คุณดอนครับ จากคำพูดของพวกคุณ คุณคงคิดว่าผมโง่ หรือคนไทยไม่มีสมอง ไม่รู้เรื่องการต่างประเทศ ไม่รู้ธรรมเนียมการทูต จับแพะมาชนแกะ เพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น มันต้องคนในกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้นถึงจะเชี่ยวชาญ รู้เรื่อง

ยกตัวอย่างง่ายๆ เอกสารยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก เป็นนโยบายยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ แล้วคุณอ้างว่าจัดทำขึ้นมาฝ่ายเดียว ประเทศไทยไม่ได้รับรู้ ไม่รับทราบ แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุด ท่านผู้ชมครับ เอกสารฉบับนี้มันเป็นใบเสร็จไปแล้วที่จะเช็กบิลได้ว่าคุณเลือกข้างสหรัฐฯ เมื่อเขาเผยแพร่ออกมาจริงๆ ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 แต่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เขาเผยแพร่ไปแล้วตั้ง 2-3 ปี แต่คุณกลับนั่งเฉย เหมือนกับที่เขาจะชวนคุณไปเป็นนักเลงอันธพาลไปเที่ยวตีคนโน้นตีคนนี้ แล้วเขาใส่ชื่อคุณเข้าไป บอกว่าคุณร่วมด้วย แล้วคุณก็บอกว่า เป็นยุทธศาสตร์ของอเมริกา หรือนักเลงโต อันธพาล/กุ๊ยระดับโลก เป็นคนคิดขึ้นมาเอง และทำขึ้นมาเอง แต่คำถามคือ แล้วคุณเฉยทำไม ? ถ้าคุณไม่ใช่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าคุณไม่ใช่ต้องการที่จะมาร่วมเพื่อคัดค้านจีนจริงๆ คุณเฉยทำไม ? คุณต้องปฏิเสธเขาไปสิ เฮ้ย! อเมริกา ไทยไม่ได้เป็น 1 ใน 5 พันธมิตรใกล้ชิดทางการทหารกับสหรัฐฯ และก็ไม่ได้คิดจะเป็นพันธมิตรหลักนอกนาโต ซึ่งจริงๆ แล้วเขาดึงไทยเข้าไปในลิสต์นี้ตั้งแต่ปี 2546 แล้ว 19 ปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช


คุณดอน คุณต้องบอกเขาไปสิว่า สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้วจาก 19-20 ปีที่แล้ว ไทยยังเป็นมิตรกับอเมริกาอยู่ แต่ไม่ได้ปรารถนาจะเป็นพันธมิตรใกล้ชิดทางการทหารด้วย เพราะไทยเป็นประเทศที่ดำเนินนโยบายเป็นกลาง ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร แต่คุณดอน คุณไม่ทำ พอมาอีกข้อหนึ่ง หนักเลย คุณอ้างว่าการแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐฯ 2562 ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศ คุณบอกว่าเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ร่วม ย้ำความเป็นพันธมิตร เสริมสร้างความสัมพันธ์ และเป็นแนวทางการร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และของไทย ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ที่จะมีขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และไม่ได้เป็นสัญญาหรือความตกลงในรูปแบบใดทั้งสิ้น

คุณดอน คุณนี่อ้างเลยนะว่างานนี้ เนื่องจากไทยไม่ได้ตกลงอะไรด้วยกัน เป็นการแถลงฝ่ายเดียว แต่คุณดอน ผมกระโดดข้ามไปนิดหนึ่ง ท่านผู้ชมตามผมมา คุณดอน แล้วปฏิญญาซานย่า ที่นายกรัฐมนตรีไทย และคุณดอน ก็ไปด้วย ที่ประชุมกันที่เมืองซานย่า เกาะไหหลำ ว่าด้วยเรื่องการบริหารจัดการลำน้ำโขงใน 6 ประเทศ ซึ่งมีจีน มีไทย มีพม่า มีเวียดนาม มีลาว มีเขมร ปฏิญญาซานย่ามีการเซ็นกันแล้ว มีข้อตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ ? ใช่ แต่เมืองไทยต้องเข้าสภาฯ ต้องดำเนินการต่อ กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เห็นไหม ในด้านหนึ่งพอคุณได้เปรียบ คุณก็บอกว่าไม่มีข้อตกลงอะไรกันทั้งสิ้น ไม่มีพันธสัญญากัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ในอีกประเด็น อีกข้อเท็จจริงหนึ่ง แล้วที่คุณไปเซ็นกับจีน กับเขมร กับลาว กับกัมพูชา กับพม่า เซ็นกันเรียบร้อยแล้วที่เขาเรียกว่า ปฏิญญาซานย่า แต่คุณไม่ปฏิบัติตาม เหตุผลที่ไม่ปฏิบัติตาม เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าเพราะอะไร

ท่านผู้ชมครับ ผมถามท่านผู้ชมว่า ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่าว่า พล.อ.ประยุทธ์ กับ มาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในขณะนั้น มาถ่ายรูปจับมือเฉยๆ ที่เขียนไว้ในแถลงการณ์นั้นไม่ได้ผูกมัดอะไรเลย ไม่ได้สัญญาอะไร ไม่ได้ตกลงอะไร ถ้าไม่ได้ผูกมัด ไม่ได้สัญญา ไม่ได้ตกลง แล้วจะเซ็นชื่อ จับมือถ่ายรูปแถลงข่าวกันทำไม


แล้วคุณดอน คุณรู้ใช่ไหมว่ารูปนี้ สถานทูตอเมริกาเป็นคนปล่อยออกมา คุณน่ะไม่อยากจะปล่อย เพราะเดี๋ยวคุณจะโดนไม้หน้าสามตีแสกหน้า แล้วคุณแอบงุบงิบไปทำอะไรกัน แต่ปรากฏว่าเพื่อนรักคุณ ที่เป็นเจ้านายคุณ ที่คุณเป็นหมาชิวาว่าของเขา กลับเป็นคนปล่อยรูปนี้ออกมาเอง เพื่อสร้างความวุ่นวายขึ้นมา

คุณธานีครับ คุณดอนครับ คุณคิดว่าผม สนธิ ลิ้มทองกุล กับคนไทย กินหญ้าหรือกินข้าว อ่านหนังสือไม่ออก ตีความไม่เป็นหรืออย่างไร ผมก็ไม่ได้เรียนน้อยกว่าคุณนะ และผมมั่นใจว่าความรู้เรื่องในโลกนี้ และภูมิรัฐศาสตร์ ผมสูงกว่าคุณเยอะแยะ

สรุป ท่านผู้ชมครับ นี่คือการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน เข้าไปร่วมกับนาโตภาค 2 จนประเทศชาติบ้านเมือง ประชาชนคนไทย ประสบกับสภาวะบ้านแตกสาแหรกขาด เหมือนกับที่ชาวยูเครนกำลังเผชิญหน้าอยู่ทุกวันนี้

ท่านผู้ชมครับ คุณดอนครับ คุณธานีครับ 1-2 วันที่ผ่านมานี้ อเมริกาออกมาประณามพม่าว่าพม่าเป็นผู้ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา คุณไม่รู้สึกผิดสังเกตบ้างหรือว่าทำไมถึงออกมาตอนนี้ นั่นคือการสร้างความชอบธรรมที่ให้อเมริกาจะส่งเรื่องส่งราวต่างๆ มาช่วยเหลือคนกลุ่มน้อย ชนกลุ่มน้อย หรือรัฐบาลของอองซาน ซูจี ซึ่งกำลังต่อสู้กับรัฐบาลพม่าอยู่ นอกจากนั้นแล้ว อเมริกายังส่งหมาชิบะมาเบ่งกล้าม ทำตัวเป็นซูโม่สวมบทนักเลงคุมคิวมอเตอร์ไซค์ ท่านผู้ชมครับ คุณดอนครับ ผมเอาข้อมูลที่หนังสือพิมพ์ไทยไม่มี เอามาให้คุณดู

นายโยเฮอิ ซาซากาวา
นักข่าวอาวุโสและศูนย์ข่าวผมที่อยู่เชียงใหม่ ติดตามเรื่องพม่าตลอด ได้เริ่มรายงานแล้วว่าญี่ปุ่นเริ่มออกหน้าแสดงบทบาทเป็นสะพานเพื่อเชื่อมโยงการคุยระหว่างทหารพม่า กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ใช้ประเทศไทย จ.เชียงใหม่ เป็นฐานในการคุย เฮ้ย มาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการคุยได้อย่างไร ทูตญี่ปุ่นคนนี้ชื่อ นายโยเฮอิ ซาซากาวา เป็นประธานมูลนิธินิปปอน (Japan's Nippon Foundation) จริงๆ ก็เป็นส่วนต่อเติมของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นไม่ยอมรับ แต่นายคนนี้มีหน้าที่ไปเจอคนโน้นคนนี้ (ผมเอารูปให้ดู แอบถ่ายมา) คนที่เอามือจับศีรษะอยู่ คือ พลเอก เจ้ายอดศึก ประธาน RCSS คนประชุมก็มี ซอ มูตู เซโพ ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU คู อู เร ประธานพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง นอกจากนี้ ยังมีอู อ่องไหน่อู และอู ละ หม่อง ที่เดินทางมาร่วมประชุม


นายโยเฮอิ ซาซากาวา ยังได้ร่วมประชุมกับตัวแทนคณะทำงาน ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทน 10 กองกำลังชาติพันธุ์ที่ได้เซ็น NCA แล้ว และเข้าประชุม มีใครบ้างล่ะ ? มีขุน อ๊กกา ประธานองค์กรปลดปล่อยชาติปะโอ PNLO พันเอก จายเงิน เลขาธิการ RCSS ดอ มิซู บวิ่น กรรมการกลางแนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า


ซาซากาวา ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่นมานานแล้ว เคยเข้าไปพบกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง มาจนถึงยุคอองซาน ซูจี และมาจนถึงยุคมิน อ่อง หล่าย หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่า มูลนิธินิปปอน กระทำตัวเหมือนเป็น CIA ของญี่ปุ่น คร่ำหวอดในเรื่องของพม่า


ท่านผู้ชมครับ ตลอดเวลาหนึ่งปีของการรัฐประหาร รัฐยะไข่เป็นพื้นที่เดียวในเมียนมาที่ไม่มีสถานการณ์ก่อการร้าย หรือเคลื่อนไหว หรือการต่อต้านทหารเกิดขึ้น ประเด็นที่สำคัญที่สุด การปรากฏตัวของตัวแทนอย่างไม่เป็นทางการของญี่ปุ่น ที่เรียกเอากลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าที่มีปัญหาความขัดแย้งกับรัฐบาลพม่ามาพูดคุยกันในประเทศไทย ที่ จ.เชียงใหม่ ในเวลาที่อ่อนไหวอย่างนี้ มันเหมาะสมหรือ ? และพูดคุยยังไม่ทันครบเดือนเลย อเมริกาออกมาประณามพม่าแล้ว ว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา นี่เป็นเรื่องภายในของพม่าเขา ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง มันสอดคล้องกันมากเลย ส่งญี่ปุ่น หมาชิบะ เข้ามาก่อน แล้วอเมริกาค่อยแถลงด่ารัฐบาลพม่า แล้วเชื่อผมสิท่านผู้ชม จากนี้ไปเกมของเขาก็คือการยุยงส่งเสริมและหาทางที่จะส่งอาวุธมาให้พวกชาติพันธุ์ต่างๆ ที่พูดคุยกันรู้เรื่องแล้วกับนายซาซากาวา ซึ่งผมบอกแล้วว่าเป็น CIA ของญี่ปุ่น แต่มาในรูปแบบของประธานมูลนิธินิปปอน ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง

รัฐบาลไทย กระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้เขาใช้พื้นที่บ้านเราที่ จ.เชียงใหม่ มาทำโน่นทำนี่ได้ตามอำเภอใจ สื่อไทยก็ไม่รู้ไม่เห็นทั้งสิ้น รัฐบาลไทยก็ทำปิดตาข้างหนึ่ง ตอบผมหน่อยสิครับ

ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศเดียวที่เข้ามาปฏิบัติการเรื่องนี้ จีนเองก็มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลในเมียนมา เข้ามามีบทบาทในกระบวนการสันติภาพเมียนมาไม่น้อยกว่าญี่ปุ่น แต่จีนไม่เคยมาใช้เวทีประเทศไทย หรือประเทศที่สาม ไม่เคย ตัวแทนจีนออกเรื่องนี้และดำรงบทบาทไม่ต่ำกว่าโยเฮอิ ซาซากาวา ก็คือนายซุน กั๋วเสียง ผู้แทนพิเศษฝ่ายกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศจีน ผมเอารูปให้ดู จับมือกับอองซาน ซูจี จับมือกับทหารพม่า




ท่านผู้ชมครับ คุณดอนครับ คุณอาจจะรู้ข้อมูลนี้ก็ได้ ใช่ไหมคุณดอน คุณธานี หรือคุณไม่รู้ หรือคุณรู้แล้วแกล้งไม่รู้ นี่คือใช้พื้นที่ของประเทศไทยเพื่อมาปลุกปั่นชนกลุ่มน้อย เป็นการกรุยทางตอนแรกเพื่อให้อเมริกาออกมาโจมตีรัฐบาลทหารพม่าว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา คุณดอน และคุณธานี น่าจะรู้ข่าวนี้แล้วใช่ไหม เมื่อวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายฟูมิโอะ คิชิดะ ได้ไปพบนายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดิ เพื่อหวังที่จะให้อินเดียมีจุดยืนในเรื่องยูเครน เหมือนกับที่นายตัวเอง คืออเมริกา แต่นายคิชิดะก็ผิดหวัง เพราะนายโมดิของอินเดียฉลาดกว่านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเยอะ และฉลาดกว่านายกรัฐมนตรีประเทศไทยเยอะ ทั้งๆ ที่ชาติเขาไม่ได้เป็นชาติที่กินปลา

ในการแถลงข่าว ทั้งคู่ได้ออกแถลงการณ์ร่วม ปรากฏว่าไม่มีการแสดงจุดยืนของอินเดียเรื่องที่เข้าข้างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อเมริกา ในเรื่องยูเครนกับรัสเซีย ทั้งๆ ที่อินเดียเป็นหนึ่งในสมาชิก QUAD คุณดอนครับ


คุณธานีครับ ถ้าประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศของไทย เป็นหมาชิวาว่าของโจ ไบเดน ญี่ปุ่นก็เป็นหมาพันธุ์ชิบะที่คอยเลียแข้งเลียขาโจ ไบเดน อเมริกา แล้วคุณธานีครับ หลักการที่คุณพูดเรื่องราวบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศของไทย ที่ยึดถือ มุ่งเน้นความเป็นกลางและรักษามิตรภาพ จะเป็นมิตรกับทุกประเทศ และผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย อีกทั้งยังอยู่บนพื้นฐานของการเคารพกฎกติกาสากลเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของโลก ไม่ใช่เป็นการออกเสียงเพื่อเอาอกเอาใจประเทศใดหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไหน นี่คุณกำลังปกป้องรัฐบาลไทยที่ไปออกเสียงในสหประชาชาติเพื่อประณามรัสเซีย

ท่านผู้ชมครับ ข้อความที่คุณธานีพูดนั้นสวยหรู แต่สำหรับคนที่รู้เรื่องนี้ดี รวมทั้งผมด้วย คงจะพูดจาอย่างตรงไปตรงมา นี่คือการผายลมทางปากของพวกท่าน ผมไม่เคยคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศอินเดียจะโง่เขลาเบาปัญญา และโง่กว่าพวกคุณ กระทรวงการต่างประเทศไทยที่อยู่บนถนนศรีอยุธยา เขาฉลาด ลึกล้ำ มีวิสัยทัศน์อย่างแท้จริง โดยการที่งดออกเสียงในการประณามรัสเซีย ถ้าสิ่งที่คุณพูดนั้นถูกต้อง ก็แสดงว่ากระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลอินเดียนั้น โง่กว่าประเทศไทยมาก แต่แถวบ้านผม ไม่ค่อยมีการศึกษา เขาฟังแล้วเขาก็บอกว่าประเทศไทยคือสุนัขรับใช้ของอเมริกามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทุกยุคทุกสมัย มาจนกระทั่งสมัยที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่คุณบอกว่าไทยเคารพกติการะหว่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยของทุกประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ท่านผู้ชมจำได้ไหมครับ ผมพูดตอนต้นมา ผมบอกว่า คุณธานี และคุณดอน บอกว่าไทยเคารพกติการะหว่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยของทุกประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก คุณดอนครับ คุณธานีครับ คุณพูดผิดพูดใหม่ได้นะ เพราะถ้ายึดถือคำพูดคุณแล้ว กระทรวงการต่างประเทศไทยกระทรวงตอหลดตอแหลอย่างให้อภัยไม่ได้ ถ้าคำพูดที่คุณพูดเมื่อกี้นี้ ที่ผมอ้างอิง มันคือสาระสำคัญในการทำงานของพวกคุณแล้ว ถามว่าในยุคสงครามเวียดนาม ที่สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเมืองไทยที่อู่ตะเภา และอุดรฯ เอาระเบิดใส่เครื่องบิน B-52 ไปฆ่าคนลาว คนเขมร และคนเวียดนาม


ถ้าผมจำไม่ผิด ในฐานะที่เป็นคนศึกษาทางประวัติศาสตร์ และเรียนมาทางประวัติศาสตร์ พวกคุณไม่เคยหลุดปากออกมาเลยสักแอะว่าอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ แต่ทำไมมารังแกประเทศเล็กๆ อย่างเวียดนาม ลาว เขมร กัมพูชา เหมือนอย่างที่คุณกล่าวหารัสเซียวันนี้

พวกคุณละอายแก่ใจบ้างหรือเปล่า ที่คุณทำเท่ ผายลมทางปาก แล้วคุณยังพูดว่า กติกาดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งกับประเทศไทยเช่นกัน การออกเสียงของไทยบนพื้นฐานนี้ที่ร่วมประณามรัสเซียจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น สมควรและรอบคอบ แสดงว่าที่อินเดียงดออกเสียง เป็นการกระทำที่ไม่สมควรและไม่รอบคอบใช่ไหม แสดงว่าวุฒิภาวะของคุณสูงกว่ากระทรวงการต่างประเทศอินเดียใช่ไหม

นอกจากนั้นแล้ว คุณยังบอกว่ารัฐบาลไทยมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของชาติไว้อย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่ด้วยการเป็นศัตรูกับประเทศอื่น หรือยอมไปอยู่ในอาณัติของประเทศใด ท่านผู้ชม ผมทวนคำพูดนี้นะ คุณธานี แสงรัตน์ พูดตามคุณดอน ว่า "รัฐบาลไทยตระหนักดีว่ามีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของชาติไว้อย่างเต็มที่ ซึ่งไม่ใช่ด้วยการเป็นศัตรูกับประเทศอื่น หรือยอมไปอยู่ในอาณัติของประเทศใด" คุณดอน คุณธานีครับ ที่คุณพูดข้างต้นนั้น คุณไม่อายตัวพวกคุณกันเองหรือ คุณบอกว่าคุณปกป้องผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของชาติไว้อย่างเต็มที่ คุณปกป้องอะไร ? คุณไปถามคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ สิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่าผลไม้ส่งออกไปจีนนั้น อุปสรรคปัญหาเต็มไปหมด เพราะคุณได้แสดงท่าทีเป็นหมาชิวาว่าเลียแข้งเลียขาอเมริกาที่กำลังออกมาต่อต้านจีน และนี่คือผลพวงที่จีนเขาตอบโต้คุณอย่างเงียบๆ


หรือจะเอาอีกเรื่องก็ได้ คุณดอน คุณรู้เรื่องดี นักเรียนไทยที่เคยไปเรียนที่ประเทศจีน ไม่สามารถกลับไปเรียนต่อได้เกือบ 3 หมื่นคน เร็วๆ นี้เพิ่งกลับไปได้แค่ 70 คน เมื่อ 1-2 เดือนที่แล้ว อีกเกือบ 3 หมื่นคน กลายเป็นสัมภเวสีทางการศึกษาที่ไม่รู้จะเอาอย่างไรกับชีวิตตัวเอง พวกเขาเคยรวมตัวไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากคุณดอน คุณก็บอกว่าได้คุยกับหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ให้ช่วย คุณดอนครับ แล้วเกิดอะไรขึ้น ? ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว หรือคุณยังไม่เก๊ตอีกว่าเขากำลังสั่งสอนคุณอีกเรื่องหนึ่ง

ที่ฮาที่สุด เป็นตลกร้ายแห่งทศวรรษ คือคำพูดที่คุณพูดว่า คุณจะไม่ยอมให้ไทยไปอยู่ภายใต้อาณัติของประเทศใด แล้วคุณยังพูดต่ออีกว่า การดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานการยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี ในฐานะประเทศเอกราช ผมเอาศักดิ์ศรีที่คุณอ้างมาตีแสกหน้าคุณสัก 2 เรื่องได้ไหม มีเยอะมาก เอาเฉพาะ 2 เรื่องที่เห็นชัดๆ และทุเรศดีกว่า

ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีไหม ? กระทรวงการต่างประเทศไทยมีศักดิ์ศรีไหม ? ที่คุณปล่อยให้เอกอัครราชทูตอียู 27 คน เที่ยวไปกดดันรัฐบาลไทย เช่น ไปจับตาดูการทำงานของตำรวจที่โรงพัก ซึ่งในขณะนั้นกำลังดำเนินคดีกับพวกสามกีบ ดำเนินคดีกับกลุ่มพวกคุณธนาธร กับหลายข้อหา รวมทั้งถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ด้วย


หรืออีกประการหนึ่ง ทูตจากอียู 27 ประเทศ เข้าไปกดดันคณะกรรมาธิการในสภาฯ ที่กำลังพิจารณากฎหมายที่จะออกมาควบคุม จัดระเบียบให้กับองค์กรเอกชน (NGO) ให้อยู่ในลักษณะที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เข้าไปกดดันทั้งตำรวจ เข้าไปกดดันทั้งในกรรมาธิการในสภาฯ ทูตอียู 27 ประเทศ ไหนบอกว่าคุณอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีไง ไหนบอกว่าไทยต้องยืนด้วยตัวเอง มีศักดิ์ศรีในฐานะประเทศที่มีเอกราช แต่คุณให้กุ๊ย 27 คนจากอียูไปเที่ยวรุกราน กดดันกิจกรรมภายในประเทศไทย ไหนล่ะที่คุณบอกคุณเป็นประเทศเอกราช

ข้อห้า ที่คุณอ้างว่าไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันต่อ GDP สูงที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว สถานการณ์ความขัดแย้งของรัสเซียกับยูเครนจะมีผลกระทบด้านพลังงาน สินค้า และเงินเฟ้อ คุณต้องทำงานทุกอย่างเพื่อให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ไหนๆ คุณก็ผายลมออกมาแบบนี้แล้ว ผมจะถามคุณคำหนึ่ง ประเทศอิหร่านโดนสหรัฐอเมริกาบอยคอต แซงก์ชัน แต่ประเทศอิหร่านก็เป็นมิตรกับประเทศไทย ประเทศอิหร่านก็มีน้ำมันที่มีราคาถูกที่หลายประเทศทั่วโลกใช้กัน อเมริกายังแอบซื้อน้ำมันจากอิหร่านตอนนี้ อียูซื้อน้ำมันจากอิหร่านทั้งๆ ที่โดนบอยคอต รวมไปจนถึงสิงคโปร์ ผ่านทางภาคเอกชนสิงคโปร์


แต่เป็นเพราะอเมริกาบอยคอตอิหร่าน คุณดอน คุณคือหมาชิวาว่าของอเมริกา คุณก็บอยคอตอิหร่านไปด้วย คุณดอนครับ ถ้าคุณไม่ได้อยู่ใต้อาณัติใคร คุณควรแจ้งรัฐบาลอิหร่านไปสิว่าทำไมเราไม่ซื้อน้ำมันอิหร่านที่ราคาถูกกว่า

มิหนำซ้ำ สายการบินอิหร่านที่ต้องการบินมาประเทศไทย คุณยังสร้างปัญหาให้เขา ไหนคุณบอกว่าคุณเป็นประเทศเอกราชไง แถวบ้านผมนะ ผมนี่ลูกเจ๊ก ผมเจอเรื่องขัดใจแบบนี้โดยไม่มีเหตุผล ผมต้องขากถุยไปแล้วนะ แต่เผอิญ คุณดอน คุณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พวกคุณ กระทรวงการต่างประเทศ เป็นพวกที่มีวุฒิภาวะที่เหนือกว่าคนไทยทุกคน ผมเห็นใจมากนะ คุณธานี แสงรัตน์ คุณต้องเป็นหมาชิวาว่าของคุณดอน ที่ต้องทำตามคุณดอน ส่วนคุณดอนก็เป็นหมาชิวาว่าของไบเดน ที่ต้องการทำตามที่อเมริกาแจ้งมา

คุณดอนครับ ผมจะทบทวนความจำคุณนิดหนึ่ง คุณจำได้ไหมว่านายโจ ไบเดน ประกาศว่าจะประชุมกับผู้นำกลุ่มอาเซียนในวันที่ 28-29 ถ้าผมจำไม่ผิดนะ ถ้าผมผิดคุณทักท้วงมาหน่อยได้ไหม แต่ผมคิดว่าคุณทักท้วงไม่ได้ เพราะว่าผมพูดตรงและข้อมูลผมถูกเป๊ะ


คุณเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนเดียว และคนแรกในกลุ่มอาเซียน นอกจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ประสานงานในการประชุมครั้งนี้ คุณเป็นคนแรกที่เฮ้าเลี่ยนรีบประกาศทันทีเลยว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จะไปเจอไบเดน วันที่ 28-29 แน่นอน หลักฐานมี คุณดอน คุณกระตือรือร้นมาก โอ้โห ตื่นเต้นมาก เจ้านายจะเรียกหมาไปพบแล้ว หางกระดิกใหญ่เลย รีบประกาศออกมาทันที แล้วเกิดอะไรขึ้น ? หลังจากนั้นอีกวันหนึ่ง ฮุน เซน ประกาศบอกว่าไม่ไปพบ เหตุผลเพราะว่าผู้นำอาเซียนไม่ว่างกัน คุณก็เลยออกมาพูดเสียงอ่อยๆ ให้สัมภาษณ์ว่า มีการเลื่อนการประชุม อาจจะเป็นเมษายน หรือพฤษภาคม ซึ่งฮุน เซน ก็ตอบสวนกลับมาอีกว่า เมษายน-พฤษภาคม ฮุน เซน ไม่ว่าง เพราะฮุน เซน เขาเป็นประธานอาเซียนปีนี้ ชั้นเชิงคุณกับฮุน เซน มันคนละเรื่อง ของคุณมันเด็กอนุบาลมากเมื่อคุณเจอคนอย่างฮุน เซน


ฮุน เซน เจอนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น คิชิดะ ต้อนรับอย่างดี แล้วฮุน เซน ก็บอกว่า กองเรือญี่ปุ่น 2 ลำ จากกองกำลังป้องกันตนเอง มาจอดที่ท่าเรือเรียม ที่เมืองสีหนุวิลล์ ฮุน เซน ก็ไปต้อนรับผู้บัญชาการเรือ แล้วก็พูดอย่างชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นกลาง ใครจะมาเยือนก็เยือนได้ แต่ในข้อเท็จจริง กัมพูชาคือคนที่ยืนข้างจีนอย่างเต็มตัว


แต่เขาเล่นเป็นนะ คุณดอน คุณเล่นไม่เป็นเลย แค่ฝรั่ง แค่อเมริกามันเรียกร้องเท่านั้นเอง คุณกระดิกหางดิ๊กๆๆ ทันทีเลย แล้วคุณก็โดนฮุน เซน สวนกลับ คุณก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน จากไม่กี่วันก่อนหน้านั้น คุณเฮ้าเลี่ยนมาก คุณพูดออกมาเลย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศในอาเซียนเป็นประเทศแรกที่บอกว่าจะไป จะเอานายกฯ ประยุทธ์ไปวันที่ 28-29 คุณนึกว่าคุณเท่ใช่ไหม คุณกลายเป็นตัวตลก ระวังนะคุณดอน บทตลกของคุณเริ่มเข้าใกล้นายเซเลนสกีเข้าไปทุกวันแล้วนะ มุกตลกของคุณยิ่งวันยิ่งเทียบชั้นเซเลนสกีได้แล้วนะ

แล้วผมจะบอกอะไรคุณดอนอย่างหนึ่งนะ คุณไม่สังเกตความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือ คุณรู้ถึงภูมิรัฐศาสตร์ของโลกใบนี้ว่ากำลังเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า ถ้าคุณต้องการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นประโยชน์กับไทยจริงๆ คุณต้องเริ่มปรับตัวให้เข้ากับขั้วอำนาจใหม่ในโลกนี้ อย่างจีน และรัสเซีย ที่กำลังโผล่ขึ้นมา ให้รู้ว่าคุณพร้อมจะเป็นเพื่อนเขา นอกจากคุณไม่ได้ทำเช่นนั้น คุณยังผูกพันตัวเองกับอันธพาลโลกอย่างอเมริกา และทำตัวเป็นหมาสายพันธุ์คอยรับใช้อเมริกา คุณว่าคุณยึดถือกติกาโลก คุณไม่อายหรือที่คุณพูดอย่างนี้ เจ้านายคุณที่อยู่วอชิงตัน ดี.ซี. คืออเมริกา คุณรู้ใช่ไหมว่าถูกศาลโลกพิพากษาให้แพ้คดีหลายคดี แต่เจ้านายคุณก็หน้าด้าน ไม่สนใจ บอกว่าศาลโลกไม่มีสิทธิ์จะมาสั่งให้เจ้านายคุณทำตามคำสั่งศาลโลก เพราะอันธพาลอย่างอเมริกามันยึดถือข้อยกเว้นตัวมันเองว่าประเทศมันต้องยกเว้นได้ทุกเรื่อง ทฤษฎีนี้เขาเรียกว่า ทฤษฎี Exceptionalism คุณคงได้ยินคำนี้มาเยอะแล้ว นี่ไงเจ้านายคุณ ที่คุณอ้างว่าคุณยึดถือกติกาโลก ก็อเมริกามันไม่เคยยึดถือกติกาโลก คดีศาลโลกพิพากษากับประเทศอเมริกา มีตัวอย่างให้ดูตั้งไม่รู้กี่คดี อเมริกาปฏิเสธที่จะยอมรับ


ทั้งหมดนี้นะ คุณดอน เรื่องทั้งหมดนี้ จริงๆ แล้วถ้าคุณเงียบๆ ไป ผมถือว่าภารกิจผมจบไปแล้ว แต่คุณกลับออกมาทำเท่ กลับออกมาแถลงตอบโต้ มิหนำซ้ำยังมาสั่งสอนพวกผมว่า ใคร่ขอให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญต่อข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน มิใช่เรื่องที่ไม่จริง ที่ผมยกตัวอย่างให้คุณฟังมีอะไรบ้างที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง สงครามในเวียดนามไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรืออย่างไร ผลไม้ไทยที่ส่งเข้าจีนไม่ได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรืออย่างไร นักศึกษาไทยที่กลับไปเรียนต่อที่จีนไม่ได้เกือบ 3 หมื่นคน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรืออย่างไร นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงปฏิญญาซานย่าที่พวกคุณและนายกฯ ไปเซ็นรับรองร่วมด้วย นี่คือการเซ็นนะ ปฏิญญาซานย่า การเซ็นจริงๆ นะ แต่พอกลับเมืองไทยคุณก็เบี้ยว คนที่ร่วมร่างปฏิญญาซานย่า เป็นข้อตกลงในการใช้แม่น้ำโขงร่วมกัน ทุกวันนี้มีจีน พม่า เขมร ลาว เวียดนาม ที่ร่วมทำให้แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำแห่งสันติภาพ ไม่มีไทยเข้าร่วม เพราะคุณพ่ออเมริกาของกระทรวงการต่างประเทศคัดค้านเรื่องนี้ ก็เลยกลายเป็นตลกร้ายที่ 6 ประเทศที่ใช้แม่น้ำโขงร่วมกัน มีประเทศไทยประเทศเดียวที่ไม่เข้าร่วม เพราะคุณพ่ออเมริกากำกับอยู่เบื้องหลัง

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้จัดให้คุณสุดซอยเลยก็แล้วกัน ให้มันปังปุริเย่ไปเลย


เมื่อ 21 มีนาคม 2565 สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เผยแพร่ภาพข่าวนายเยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซีย ต้อนรับ หารือกับ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เกี่ยวกับการสร้างความร่วมมือระหว่าง ททบ.5 กับพันธมิตรในประเทศรัสเซีย กิจกรรมต่างๆ ของการรายงานข่าวต่างประเทศของสื่อของประเทศรัสเซีย การร่วมลงนามนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการบริโภคข่าวสารของประชาชนโดยรอบด้าน และให้ความเท่าเทียมกับรัสเซีย

ท่านผู้ชมครับ คุณดอนครับ คุณรู้ใช่ไหมว่าทุกวันนี้กระทรวงการต่างประเทศของไทย และสถานีโทรทัศน์ สื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ หรือไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก หรือไม่ว่าจะเป็นพิธีกรต่างๆ ที่ออกเฟซบุ๊ก ล้วนแล้วแต่เอาข่าวมาจากตะวันตกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น CNN ไม่ว่าจะเป็น BBC ข่าวหลายข่าวถูกทางตะวันตกเซ็นเซอร์เพราะเป็นประโยชน์กับรัสเซีย คุณยอมรับไหมว่าการเดินเกมของ ททบ.5 ผมไม่ต้องบอกคุณมั้งว่า ททบ.5 เป็นของใคร การที่ช่องโทรทัศน์อย่างโทรทัศน์กองทัพบก ททบ.5 ยังเห็นว่าคนไทยยังขาดข่าวอีกด้านหนึ่ง ก็เลยร่วมทำข้อตกลง แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับสำนักข่าวรัสเซียตามข้อเท็จจริงในทุกด้านที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริโภคข่าวสารของประชาชนอย่างถูกต้อง แล้วคุณดอนรู้ไหมว่าก่อนหน้านี้ สถานีวิทยุ ททบ.5 มีการลงนามความร่วมมือทางด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว สินค้าการเกษตร กับสำนักข่าวจีนไปแล้ว

นอกจากรัสเซีย กับจีนแล้ว ก่อนหน้านั้น ททบ.5 ยังจับมือกับอิหร่าน ในวันที่ 10 มีนาคม ลงนามร่วมกับนายชัยยิด เรซ่า โนบัคตี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของอิหร่านและของประเทศไทย


คุณดอนครับ ทีวีช่องอื่น รับแต่ข่าวตะวันตก รายงานข่าวตามตะวันตก มีแต่ช่อง 5 กองทัพบก ที่เปิดข่าวสารรอบด้าน รายงานข่าวรอบด้านมากขึ้น คุณดอน คุณยอมรับหรือเปล่า ใครก็ตามในกองทัพบกที่คิดเรื่องนี้ ต้องถือว่าทันสมัยมาก หรือว่ากองทัพบกทำหน้าที่เป็นกระทรวงการต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีกว่าพวกคุณอีก คุณดอน งานนี้เป็นการตบหน้า พล.อ.ประยุทธ์ และนายดอน แสดงว่ากองทัพไทยไม่ได้เป็นหมาชิวาว่า ไม่ได้เป็นแค่ลูกไล่ของอเมริกา มีศักดิ์ศรี มีนโยบายความมั่นคง รักษาความสมดุล เป็นเอกเทศในตัวเอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนที่แท้จริง

โทรทัศน์รัสเซียถูกอเมริกาแบน อิหร่านถูกพวกคุณแบนตามอเมริกา แต่ ททบ.5 กลับมาจับมือกับรัสเซีย และอิหร่าน เอ๊ะ มันยังไงกันแน่

ผมยังมีเรื่องเกี่ยวกับคุณอีกเยอะ ที่คุณรับใช้อเมริกาในฐานะเป็นหมาชิวาว่า มีอีกเป็นแฟ้ม ผมจะค่อยๆ ดึงออกมาทีละเรื่องในอนาคต นี่ถือว่าเป็นการตอบโต้อย่างพอหอมปากหอมคอนะ ก่อนผมจะจบเรื่องนี้ ผมมีข้อมูลลับบอกคุณ ให้คุณรู้ จำได้ไหมผมเคยบอกข้อมูลลับคุณไปแล้วว่า ท่านนายกฯ ฮุน เซน จับมือกับประเทศอิหร่านเพื่อขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย ในพื้นที่ทับซ้อนของไทย และอิหร่านตัดสินใจจะส่งกองทัพเรือบางส่วนมาปกป้องผลประโยชน์ของอิหร่านด้วย


เอาล่ะ ผมจะบอกข้อมูลลับอีกข้อหนึ่ง ผมรู้มาว่า สี จิ้นผิง กำลังจะบอกปูติน ว่า เฮ้ย เราสองคนมาเอเปกกันดีกว่า (มากวนตีนพวกคุณไง) ผมอยากรู้หน้าคุณและหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ที่ตกเป็นเครื่องมือของอเมริกา เข้าไปร่วมในการที่จะต้านจีน โดยการร่วมกับกระบวนการยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ตลอดจนประเทศไทยไปประณามรัสเซียในเวทีโลกของสหประชาชาติ ผมอยากรู้ ผมเชื่อว่าสองคนนี้เขามา ส่วนหนึ่งเขาก็อยากจะมาดูหน้าพวกคุณเหมือนกัน ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศ ว่าจะมาประชุมเอเปกตามสิทธิในฐานะประเทศที่อยู่ตามเอเชียแปซิฟิก อยากจะมาดูหน้าคนที่เป็นหมาชิวาว่าให้กับอเมริกาว่าเป็นอย่างไร

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ต้องขอโทษคุณดอน กับคุณธานีด้วย มันไม่ไหวจริงๆ แต่ไม่เป็นไร คุณไม่พอใจ คุณตอบโต้ผมมาอีกดอกหนึ่ง หรือหลายดอกก็ได้ งานนี้ตอบโต้กลับผมจะใช้ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิคของรัสเซียโจมตีคุณให้พังทลายไปเลย

ท่านผู้ชมครับ วันนี้จะขอพูดเรื่องบีบีซีไทย กับสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนสักหน่อย แน่นอนที่สุดครับ บีบีซีไทย ก็คือส่วนต่อของบีบีซีที่สหราชอาณาจักร ซึ่งเกลียดรัสเซียอยู่แล้ว เป็นไปตามนโยบายของทางตะวันตก เผอิญสำนักข่าวบีบีซีไทย ในประเทศไทย มีอาจารย์บางคนที่เขาชอบไปสัมภาษณ์เหลือเกิน เพราะแนวความคิดมันตรงกัน


เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 สองวันที่ผ่านมา บีบีซีไทย เผยรายงานหัวข้อว่า "รัสเซีย ยูเครน : ทำไมฝ่ายอนุรักษ์นิยมในไทยจึงเอนเอียงมาทางมอสโก" รายงานชิ้นนี้เขียนโดยผู้สื่อข่าวที่ชื่อ เอกรินทร์ บำรุงภักดี

ในรายงานชิ้นนี้ ตอนหนึ่งอ้างอิงถึงผม กับรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" จับไปรวมกับความคิดเห็นของนายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา และสถาบันทิศทางไทย เนื้อความระบุว่า "เนื้อในรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ ซึ่งดำเนินรายการโดย สนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของสื่อเครือผู้จัดการ ที่เคยนำการเคลื่อนไหวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนนำไปสู่การรัฐประหารในปี 2549" คุณเอกรินทร์ครับ คุณโง่ หรือคุณแกล้งโง่ ผมไม่รู้ การรัฐประหารปี 2549 ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพันธมิตรฯ เลย แต่เป็นเรื่องราวของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่กำลังจะถูกทักษิณ ชินวัตร ปลดออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ยอมฟัง หรือไม่ยอมตามที่ทักษิณบอก ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ผมขอให้คุณเปิดกะโหลกกะลาที่คับแคบของคุณออกมาหน่อย

เอกรินทร์ยังพูดต่อว่า อาจจะเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพของฝ่ายขวาในไทยได้บ้าง โดยเนื้อหาจากช่องทางเหล่านี้มักจะมีลักษณะต่อต้านสหรัฐฯ และชาติตะวันตก

บีบีซีไทย กับนักข่าวที่ชื่อเอกรินทร์ ชอบนัก ไปยืมปากของนักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่เป็นที่ชื่นชอบของสำนักข่าวต่างประเทศมาก คือ ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์

ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์
ด็อกเตอร์คนนี้ชอบวิเคราะห์เข้าทางตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นการเมืองเมืองไทย หรือการเมืองระหว่างประเทศ ก็ไม่แปลกครับท่านผู้ชม ดูประวัติส่วนตัว การศึกษา และการแสดงความเห็นที่ผ่านมา ดร.ฐิตินันท์ จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่แซนตาบาร์บารา มหาวิทยาลัยเดียวกับผม แต่คนละที่กัน ปริญญาโทจบที่จอห์น ฮอปกินส์ ที่เดียวกับน้องปลื้ม หม่อมหลวงปลื้ม เทวกุล จบปริญญาเอกที่ PhD International Relation ที่ LSC (London School of Commerce) ซึ่ง LSC นี่แน่นอนที่สุด คือทั้งสามแห่งที่เรียนมาก็คือสถาบันการศึกษาที่เพาะบ่มความคิดทางตะวันตก คือเรียนจบเมืองนอกมา แต่ก๊อปปี้แนวคิดฝรั่งมาหมด ผมก็จบเมืองนอกมา ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ก็จบจากอเมริกา คุณปลื้ม หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ก็จบจากอเมริกา แต่พวกผมไม่ได้มีความคิดติดกรอบเป็นทาสฝรั่งเหมือนพวกคุณ นักวิชาการอย่าง ดร.ฐิตินันท์ ซึ่งมักแสดงความเห็นโง่ๆ ทื่อๆ บื้อๆ ออกมาว่า อนุรักษ์นิยมไทย เขาจะเอนเอียงไปทางฝั่งยูเครน เซเลนสกี ก็ไม่ได้เลย เพราะว่าฝั่งยูเครน เซเลนสกี เขาเป็นสัญลักษณ์ เขามีภาพของการเป็นประชาธิปไตย นอกเหนือจากนั้นแล้วเขาก็เป็นรองด้วย เขามีภาพของการต่อสู้ ต่อสู้กับเผด็จการอยู่ ต่อสู้กับประเทศที่มารังแกเขาที่มีผู้นำเป็นเผด็จการ คือ ปูติน

ท่านผู้ชมครับ น่าเสียดาย ดร.ฐิตินันท์ จบถึงด็อกเตอร์ IR (Internation Relation) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมไม่รู้ว่าคุณโง่ หรือคุณแกล้งโง่ เพราะว่าการที่ปูตินลุกออกมาฟาดงวงฟาดงา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดวันนี้ เขาพูดมาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว หลักฐานมีหมดทุกอย่าง ว่าตอนที่สหภาพโซเวียตล่มสลายนั้น ผู้นำทางตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางอเมริกา สัญญากับทางโซเวียตตอนนั้น ซึ่งกลายเป็นรัสเซีย ว่า เขาจะไม่ขยายแนวรบทางตะวันออก ก็คือทางนาโต ไปใกล้พรมแดนรัสเซีย นี่คือข้อเท็จจริง ดร.ฐิตินันท์ และเขาพูดแล้วพูดอีก ไม่ใช่เพิ่งพูด


ผู้สื่อข่าวฝรั่งที่วอชิงตัน ดี.ซี. สัมภาษณ์เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศอเมริกา ท่านทูตฉิน สัมภาษณ์แล้วก็แทรกแซงเข้าไป ยัดปากท่าน เถียงท่าน ท่านพูดสั้นๆ ว่า เรื่องของรัสเซีย กับเรื่องของยูเครนนั้น เปรียบเสมือนน้ำแข็งที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้ มันเกิดขึ้นมานานแล้ว ดร.ฐิตินันท์ ถ้าคุณยังมองปัญหาของโซเวียต รัสเซีย กับยูเครน เป็นปัญหาเรื่องเผด็จการกับประชาธิปไตย ผมเสียใจมากที่คุณเรียนมาถึงขนาดนี้ คุณนี่ไม่เข้าใจหลักอิทัปปัจจยตาเลย เมื่อมันมีเหตุนี้ เหตุนี้ถึงเกิดขึ้น หรืออาจจะเป็นเพราะคุณเรียนเมืองนอกมากจนเกินไป จนคุณไม่รู้จักหลักปฏิจจสมุปบาท พระพุทธเจ้าสอนมาตั้งสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้ว และสิ่งที่ปูตินทำ และสิ่งที่พวกคุณเจอกันวันนี้ ก็คือหลักอิทัปปัจจยตา ทำไมรัสเซียถึงบุกยูเครน คุณไม่ยอมพูดเลยเรื่องขีปนาวุธที่นาโต รวมทั้งอเมริกา ไปตั้งติดพรมแดนยูเครน แล้วคุณก็ไม่ยอมพูดเลยถึงเรื่องห้องแล็บพัฒนาอาวุธชีวภาพ 33 ห้องแล็บ ที่รัสเซียจับได้และเปิดเผยด้วยว่าเป็นของอเมริกาและยูเครนทำร่วมกัน


คุณพูดอยู่อย่างเดียว เหมือนกับว่าประชาธิปไตยยูเครน สู้กับเผด็จการรัสเซีย ผู้นำประชาธิปไตยเซเลนสกี สู้กับผู้นำรัสเซียที่เป็นเผด็จการ ปูติน ที่มีอำนาจมายาวนาน ก็เลยจับผมโอนเข้าไปในตรรกะของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในไทย ซึ่งมีความเป็นเผด็จการผสมอยู่ด้วย ไม่สามารถเข้าข้างยูเครนได้

ซึ่งความเห็นของ ดร.ฐิตินันท์ ก็ไปพันคอตัวท่านเอง เพราะกรณีรัสเซีย-ยูเครนนั้น ไม่ได้มีเส้นแบ่งง่ายๆ เหมือนที่พวกคุณพยายามวาดภาพแบ่งเป็นพวกฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา อนุรักษ์นิยม ประชาธิปไตย เผด็จการ เสรีนิยม เพราะแม้แต่ฝ่ายซ้าย คนที่ไม่เอาเจ้าอย่างคุณสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ลี้ภัยอยู่ฝรั่งเศส ก็ยังมีความเห็นตรงกับผม ว่าปัญหาใหญ่ของยูเครนที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะอเมริกา และอังกฤษ สหราชอาณาจักร อังกฤษ ไอ้หัวยุ่ง บอริส จอห์นสัน ที่คุณฐิตินันท์ จบจาก LSC มานั่นล่ะ

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
คุณกษิต คุณไตรรงค์ หรือแม้กระทั่งหม่อมหลวงปลื้ม ก็มีความเห็นเหมือนกับผม มันไม่ใช่เรื่องอนุรักษ์นิยม มันเป็นเรื่องของความชั่วของประเทศทางตะวันตกที่นำโดยอเมริกา ที่ตั้งเป้าว่ารัสเซียต้องเป็นศัตรูของตัวเอง ต้องการจะกระทืบรัสเซีย แล้วเผอิญรัสเซียเป็นหมีที่มีเขี้ยวมีเล็บ ไม่ยอมให้กระทืบง่ายๆ และผมก็เห็นใจคุณสมศักดิ์ เจียมฯ ซึ่งความเห็นของเขากับผมต่างกันเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด คือเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่นอกจากความเห็นนี้แล้ว คุณสมศักดิ์ เจียมฯ คิดเหมือนผม

ความเห็นของสมศักดิ์ เจียมฯ สร้างความผิดหวังให้กับฝ่ายซ้าย เด็กสามนิ้วจำนวนมาก แต่มันเป็นความจริง ปฏิเสธไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ขอให้มีสมอง ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ไม่เป็นทาสความคิด หรือติดกับดักข้อมูลข่าวสารโลกตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกา หรืออังกฤษที่เป็นพ่อบีบีซี และบีบีซีไทย ซึ่งเป็นสุนัขรับใช้ของบีบีซี เช่นกัน รวมถึงสำนักข่าวระดับโลกทั้งหลายที่อ้างว่ามีจริยธรรมสื่อสารมวลชน


ดร.ฐิตินันท์ ครับ กรณีของยูเครนกับรัสเซียทำให้ผมได้เห็นชัดเจนมากว่าสื่อตะวันตกมัน here พอๆ กัน ผมจับโกหกมันได้หลายเรื่องหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นวอชิงตันโพสต์ ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์กไทมส์ ไม่ว่าจะเป็นบลูมเบิร์ก ไม่ว่าจะเป็น CNN ไม่ว่าจะเป็น BBC แม้กระทั่งอัลจาซีรอ หรือกระทั่งเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ NHK เหมือนกัน สันดานเหมือนกันหมดเลย คือต้องทำลายความชอบธรรม ไม่ยอมพูดถึงทำไมรัสเซียถึงจำเป็นต้องบุกยูเครน ไม่ยอมพูดถึงเหตุ แต่เอาข่าวคราวที่มันไม่จริงออกมา ผมไม่ใช่คนโง่ ผมก็ดูข่าว RT (Russia Today) ผมก็ดูข่าวของอิหร่าน ผมก็ดูข่าวของโกลบอลไทมส์ของจีน คุณปฏิเสธข่าวพวกนั้นได้อย่างไร แล้วคุณก็มาบอกว่าพวกคุณถูกต้องเสมอ

ท่านผู้ชมครับ ดร.ฐิตินันท์ ครับ ถ้าคุณอยู่ในแวดวง IR คุณต้องรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ เมเดลิน อาลไบรต์

เมเดลิน อาลไบรต์ อดีตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอเมริกา วันที่ 23 มีนาคม เธอสิ้นชีวิตแล้ว อายุได้ 84 ปี สู้กับโรคมะเร็ง เธอเป็นคนที่เกิดที่สาธารณรัฐเช็ก ตั้งรกรากที่อเมริกาเมื่ออายุ 11 ปี ได้รับสัญชาติอเมริกาเมื่อปี 2500 เธอเป็นบุคคลที่สำคัญทางการทูตในรัฐบาลวอชิงตัน ยุคของบิล คลินตัน ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ในรัฐบาลคลินตันสมัยแรก เป็นรัฐมนตรีฯ ต่างประเทศในสมัยที่สองของคลินตัน หนึ่งในหลายๆ เรื่องซึ่งเป็นที่จดจำเกี่ยวกับเมเดลิน อาลไบรต์ ได้แก่ สงครามอิรัก เธอให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2539 (ค.ศ. 1996) เธอปกป้องนโยบายสหรัฐฯ หลังจากผลการศึกษาหนึ่งของสหประชาชาติพบว่ามีเด็กชาวอิรักกว่า 5 แสนคน เสียชีวิตในอิรัก ผลจากการคว่ำบาตรของอเมริกา หลังสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้่งที่ 1

เมเดลิน อาลไบรต์
ดร.ฐิตินันท์ ครับ เมเดลิน อาลไบรต์ พูดอย่างไร ? พอมีรายงานสหประชาชาติว่าผลจากการบอยคอตของอเมริกาต่ออิรัก ทำให้เด็กเสียชีวิตไปกว่า 5 แสนคน เธอบอกว่า "ฉันคิดว่ามันเป็นตัวเลือกที่ยากมากๆ แต่ในแง่ผลตอบแทน เราคิดว่ามันเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า" ตอบแทนอะไร ? เอาชีวิตเด็ก 5 แสนคน ตายไปจากการที่พวกตะวันตก อเมริกา ต้องการจะยึดครองอิรัก แล้วก็บอกว่ามันเป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า เฮ้ย! ฐิตินันท์ เอกรินทร์ อย่างนี้คุณไม่เคยรายงานเลย ไม่เคยยกเป็นตัวอย่างให้ฟังเลย

ประเด็นความหน้าไหว้หลังหลอกของอเมริกากับพันธมิตรตะวันตก ทำคนตายเป็นแสนๆ คน เป็นล้านๆ คน ประเด็นคือคนพวกนี้เป็นคนชั่ว เป็นหัวหน้าอันธพาลใหญ่ อเมริกา แล้วทำตัวเป็นนายอำเภอโลก ผู้ช่วยนายอำเภอคืออังกฤษ ที่คุณฐิตินันท์ไปเรียนจบ PhD มา ที่ LSC ไง ผมไม่เห็นจะยิ่งใหญ่ใน LSC เลย หลานสาวผม กมลวรรณ ลิ้มทองกุล จบธรรมศาสตร์ ก็จบ LSC แต่ทำไมเขาไม่มีความคิดเห็นแบบคุณเลยแม้แต่นิดเดียว ผมไม่ใช่กลุ่มอนุรักษ์นิยม แต่ผมต่อต้านหัวหน้าอันธพาลที่ชื่อ อเมริกา

คุณอยู่เมืองนอกมานาน ผมก็อยู่มานาน แต่ผมต่างจากคุณ เพราะผมใช้จิตวิญญาณและผมใช้มโนธรรม และผมใช้ข้อมูลว่าสิ่งที่อเมริกาทำนั้นถูกหรือผิด อย่าให้ผมต้องเล่าให้ฟังเลยว่า ใน 10-20 ปีที่ผ่านมาอเมริกาไปทิ้งระเบิดใส่ประเทศใด กี่ประเทศ คนตายเป็นสิบกว่าล้านคน


คุณอย่าไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเลย ดร.ฐิตินันท์ คุณไปสมัครเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกา อังกฤษ หรืออียู ผมสงสารเด็กๆ นิสิตนักศึกษา ต้องมาเรียนกับคุณ แล้วถูกยัดความรู้สึก ความคิดอันตื้นเขินนี้เข้ามา

คุณเป็นคนสอน IR ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้ตายสิ คุณไม่รู้เลยหรือว่าระเบียบโลกมันกำลังเปลี่ยนแปลง ทำไมรัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ เวเนซุเอลา ถึงลุกขึ้นมาต่อสู้กับอเมริกาอย่างชนิดถึงไหนถึงกัน ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง เพราะเขาไม่ยอมรับการมีข้อยกเว้นของอเมริกา ที่ผมพูดไปแล้วว่า Exceptionalism คืออเมริกาทำอะไรก็ได้ ไม่เคยผิดในโลกนี้ และอังกฤษก็คอยเลียแข้งเลียขาอเมริกาตลอดเวลา ผสมผสานกับออสเตรเลีย และแคนาดา พวก English Speeking Countries พวกนี้ พวกแองโกลแซกซอนพวกนี้ คือตัวทำลายโลก ที่ผมต่อต้านผมต่อต้านอย่างนี้

ผมจะเตือนถึงความอึดของพวกรัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ อีกหลายๆ ชาติในตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ ที่เป็นคู่อริกับอเมริกา และโลกตะวันตก พวกเขาถูกบอยคอตอย่างอดๆ อยากๆ มากี่ปีแล้ว กี่สิบปีแล้ว อิหร่านถูกบอยคอตอดๆ อยากๆ มากี่ปี เกาหลีเหนือกี่ปี เขาก็ยังยืนหยัดต่อสู้ได้ ตรงกันข้ามกับฝรั่งผิวขาวที่คุณบูชาเป็นพ่อ พวกคอเคเชียน ยกเว้นพวกสลาฟที่อยู่ในยุโรป กับอเมริกา แค่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก๊าซ ค่าอาหาร ที่แพงขึ้นจากการบอยคอต 10-20 เปอร์เซ็นต์ ก็ทนทานกันไม่ได้แล้ว

ระเบียบโลกตอนนี้มันเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว ถ้าคุณเรียน IR คุณต้องอธิบาย ว่าทำไมพวกนี้เขาถึงลุกขึ้นมาแล้วประจันหน้ากับอเมริกา ไม่ใช่ว่าคุณพูดอย่างเดียวว่าเซเลนสกี ตัวตลก ต่อสู้กับเผด็จการรัสเซีย สนับสนุนเผด็จการ คุณมีปัญญาอธิบายเรื่องราวของโลกได้เพียงแค่นี้ คุณอย่ามาเป็นเลย อาจารย์ แสดงว่าวิชาการที่คุณรับมาจาก University of California ที่แซนตาบาร์บารา หรือจอห์น ฮอปกินส์ หรือ LSC นั้น ก็คือการถูกปลูกฝังลัทธิตะวันตกเป็นใหญ่ใส่หัวกบาลคุณ รวมทั้งคุณเอกรินทร์ด้วย ดันไปเป็นผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ท่องเป็นอยู่อย่างเดียว ต่อสู้กับเผด็จการ ต้องมีประชาธิปไตย ระเบียบโลกมันเปลี่ยนแล้ว


อาทิตย์ที่แล้วผมพูดเรื่องเปโตรดอลลาร์ ซึ่งยืนยงมาเกือบ 50 ปี คุณเข้าใจที่มาที่ไป จุดผกผันของมันอย่างลึกซึ้งหรือเปล่า เห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันอย่างที่ผมกับใครๆ หลายคนเห็นหรือเปล่า หรือคุณมัวแต่อ่านตำราเก่าๆ ฟังบีบีซี CNN บลูมเบิร์ก วิเคราะห์ แล้วพวกสำนักข่าว ไม่ว่าจะเป็นรอยเตอร์ AP พวกนี้ วันนี้พิสูจน์ชัดกับผมแล้วว่าใช้ไม่ได้ โกหกตอแหลเช่นกัน แล้วพวกสำนักข่าวต่างๆ พวกนี้ ทำไมถึงมาชอบสัมภาษณ์คุณ ? ก็จะได้ยืมปากคุณไง มาด่าการปกครองที่คุณไม่พอใจ แล้วมาเชียร์ประชาธิปไตยปลอมๆ ประชาธิปไตยที่คุณเคารพว่าเป็นพ่อคุณน่ะ วันนี้อเมริกามีคนไม่มีบ้านอยู่เกือบล้านคน อเมริกาติดเชื้อโควิดเยอะที่สุดในโลก ยอดคนตายจากเชื้อโควิดก็ล้านคน ถึงล้านแล้ว ประเทศที่คุณเทิดทูนกันฉิบหายวายป่วง มันฉิบหายหมดทุกจุด อเมริกามีนักโทษเยอะที่สุดในโลกนี้ มีคนฆ่ากันตายบนถนนเยอะที่สุดในโลกนี้


มีการยิงเด็กในโรงเรียนเยอะที่สุดในโลกนี้ คนจนในอเมริกามีเกินกว่า 50-60 ล้านคน จนอิ๊บอ๋ายเลย นี่ไงประชาธิปไตยของคุณ Representative Democracy คุณยังดูไม่ออกหรือว่าพวกนี้มันไม่ได้ Represent มัน Represent ทุนสามานย์ของวอลล์สตรีท แค่นี้คุณยังดูไม่ออก เอะอะอะไรคุณก็ด่า

ก่อนที่คุณจะเข้ามาเรื่องนี้ ผมจะสอนอะไรคุณอย่างหนึ่ง โจ ไบเดน ที่คุณเทิดทูน มาจากประเทศอเมริกา คุยกับสี จิ้นผิง สี จิ้นผิง ใช้สุภาษิตจีน 2 ข้อ สอนโจ ไบเดน สี จิ้นผิง บอกว่าการตบมือ ใช้มือข้างเดียวตบมันไม่มีเสียง มันต้องสองข้าง แปลว่าอะไร ? แปลว่าเรื่องของยูเครน กับรัสเซียนั้น อเมริกาก็ผิดด้วย เรื่องที่สอง โจ ไบเดน ขอให้สี จิ้นผิง เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา สี จิ้นผิง บอกว่า ใครเป็นคนเอากระดิ่งไปคล้องคอเสือ ทำให้เสือโกรธ คนนั้นต้องเป็นคนถอดกระดิ่งออก


ทั้งหมดนี้ เหตุการณ์ยูเครนที่เกิดขึ้น ที่รัสเซียบุกเข้าไป เกิดจากอเมริกา ประเทศพ่อของคุณที่คุณเคารพนับถือ เมื่อคุณสร้างปัญหาขึ้นมา คุณต้องแก้ปัญหานี้ แล้วคุณไปดูสิ ข่าวพวกนี้ CNN ไม่เคยออก อัลจาซีรอ ก็ไม่ออก บีบีซีก็ไม่ออก คุณเอกรินทร์ คุณไปถามลูกพี่คุณที่อังกฤษว่า อิตาลีเขาประท้วงกัน สเปนเขาประท้วงกันทั้งประเทศ ฮังการีเขาบอกว่าเขาไม่เอาแล้ว เขาต้องการที่จะให้ประชาชนของเขาได้รับแก๊ส ได้รับพลังงาน มีความอบอุ่นในประเทศ

ฝรั่งเศส เยอรมนี ปฏิเสธที่จะส่งทหารเข้าไปอยู่ริมชายแดนยูเครน ในกลุ่มประเทศนาโต กรีซ ชาวเกษตรกรออกมาประท้วงรัฐบาล เพราะต้นทุนของการมีค่าครองชีพและค่าเกษตรกรนั้นสูงมาก โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในยุโรปตอนนี้ ต้นทุนสูงขึ้นเกือบ 25-30 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นผลพวงจากการที่คุณไม่ยอมรับความจริง ยุโรปวันนี้ก็คือสุนัขรับใช้ของอเมริกา ไม่รู้จะทำอย่างไร คุณฐิตินันท์ คุณน่าจะเป็นคนมีความรู้ดีนะ แต่ผมผิดหวังมาก และทำให้ผมดูถูกอิ๊บอ๋ายเลย คนที่จบด็อกเตอร์ หรือว่าจบปริญญาโท มาจากสถาบันในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมไม่ได้พูดถึงคนที่จบทางวิทยาศาสตร์นะ จบทางรัฐศาสตร์ทางการเมือง คุณถูกปลูกฝังมาแบบนี้ตลอดเวลา แล้วคุณมาว่าผมอนุรักษ์นิยม สนับสนุนเผด็จการ ไม่ใช่ ผมเกลียดอเมริกา ซึ่งเป็นหัวหน้ากุ๊ยตัวใหญ่ที่สุดในโลกนี้ ที่มีฐานทัพอยู่ในโลกถึง 800 แห่ง ที่มีห้องแล็บที่ทำอาวุธชีวภาพอยู่ตั้งไม่รู้กี่แห่ง เฉพาะที่ยูเครน จับได้แล้ว 33 แห่ง แล้วที่ทิ้งระเบิดฆ่าประชาชนทั่วโลกเป็นสิบๆ ล้านคน เฮ้ย เรื่องนี้ทำไมคุณฐิตินันท์ ไม่พูดบ้างล่ะ ผมว่าคุณเลิกสอนหนังสือดีกว่า ผมโคตรดูถูกคุณเลย ความรู้แบบนี้ของคุณ ผมว่าอาซิ้ม อาม่า ข้างๆ บ้านผมยังรู้เลยว่าวันี้รัสเซียไม่ผิด

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ท่านผู้ชมครับ ก่อนจะปิดรายการในวันนี้ ผมมีข้อเสนอแนะบางอย่าง และผมอยากจะพูดถึงรัฐบาลชุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สุพัฒนพงษ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ค่าไฟฟ้าที่กำลังขึ้นอยู่ตอนนี้ ประชาชนร้องกันลั่นทั่วประเทศ รัฐบาลเห็นใจ ก็ผ่อนปรนลดค่าไฟบ้าง โน่นนี่นั่น ผมเสนออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านผู้ชมครับ ตามผมมา

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ซึ่งมีหน้าที่ผลิตไฟฟ้า ขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวง เพื่อมาจำหน่ายให้กับคนในกรุงเทพมหานคร ขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อจำหน่ายให้กับฝ่ายภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาคนั้นขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายผลิต และนครหลวง กับภูมิภาค ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตขึ้นอยู่กับพลังงาน


ท่านผู้ชมครับ 30 กันยายน 2564 เมื่อดูบัญชีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรอยู่ 315,539 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง กำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร เมื่อสิ้นวันที่ 30 กันยายน จากรายงานประจำปี 2563 มีอยู่ 99,000 ล้านบาท การไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาค กำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรร 30 กันยายน 2564 ปลายปีที่แล้ว 168,332 ล้านบาท รวมการไฟฟ้าทั้งหมดมีกำไรสะสมอยู่ในบัญชีตัวเอง 583,473 ล้านบาท


ท่านผู้ชมครับ ผมเสนออย่างนี้ พล.อ.อนุพงษ์ ครับ ผมรู้ว่าคุณปกป้องการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่วันนี้เป็นวันที่ประชาชนจะฉิบหายกันทุกคนแล้ว เพราะไม่มีเงินจะจ่าย คุณบอกให้การไฟฟ้า ทั้งฝ่ายผลิต นครหลวง และภูมิภาค แบ่งกำไรสะสมที่คุณมีอยู่ เบ็ดเสร็จรวมแล้วกำไรสะสมมีอยู่ 583,473 ล้านบาท แบ่งออกมาสัก 2 แสนล้านบาท ได้ไหม งบประมาณที่คุณจะทำการลงทุนต่อไป เลื่อนไปก่อน แล้วส่วนที่กำไรสะสมที่คุณมีอยู่ นี่คือกำไรนะท่านผู้ชม เอามาชดเชยค่าไฟ แล้วอย่าเพิ่งขึ้นค่าไฟกับประชาชนทั่วประเทศ ยืดได้นานแค่ไหน ก็นานแค่นั้น เพราะผมต้องการให้การไฟฟ้าทั้งหลาย รัฐบาลทั้งหลาย มีความจริงใจในการแก้ปัญหาค่าครองชีพประชาชน ถ้าท่านทำเช่นนี้เมื่อไร ประชาชนจะโมทนาสาธุ ทั้งฝ่ายผลิต ทั้งนครหลวง และภูมิภาค ได้โบนัสกันทุกคน สวัสดิการดีฉิบหายเลย ถึงเวลาแล้วที่ต้องควักกำไรที่สะสมเก็บเอาไว้ เอามาคืนให้ประชาชนบ้าง นี่คือที่ผมอยากจะฝากก่อนที่ผมจะจบรายการไป
กำลังโหลดความคิดเห็น