โฆษก ทบ.โต้กัมพูชา ยังทวงคืน 18 เชลยศึกทุกวัน อ้างไทยควบคุมตัวโดยผิดกฎหมาย ทั้งที่ฝ่ายไทยยืนยันแล้วว่าปฏิบัติตามตามหลักสากล มีตัวแทน ICRC เข้าไปดูสภาพความเป็นอยู่แล้ว ยันส่งคืนแน่เมื่อสถานการณ์การสู้รบจบโดยสมบูรณ์ ชี้ยังมีเรื่องอื่นที่เขมรควรให้ความสำคัญมากกว่า เพื่อแสดงความจริงใจตามข้อตกลงหยุดยิง
จากกรณีที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงวันนี้(10 ส.ค.) ว่า ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.50 น. หลังจากข้อตกลงหยุดยิง มีทหารกัมพูชา 18 นาย ถูกทหารไทยจับกุมโดยมิชอบตามกฎหมาย จนถึงปัจจุบัน กัมพูชาได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อทางการไทยหลายครั้ง เพื่อให้ส่งตัวทหารทั้งหมดกลับประเทศโดยเร็ว ตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และเพื่อสนองต่อคำร้องเร่งด่วน จากประเทศพันธมิตรและองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ นั้น
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาอาจไม่เข้าใจหลักปฏิบัติในระบบของสากล ยืนยันการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นไปตามหลักกฎหมาย และหลักมนุษยธรรมสากล ซึ่งเชื่อว่าประเทศพันธมิตร และองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ มีความเข้าใจ และไม่ได้มีความกังวลใดๆ อย่างที่กัมพูชากล่าวอ้าง
โดยเฉพาะการที่ฝ่ายไทยได้เปิดโอกาสให้องค์กรสากลที่เกี่ยวข้องสามารถประสานขอเข้าเยื่ยมชมได้ตลอดตั้งแต่วันแรกๆ ที่ฝ่ายไทยได้มีการควบคุมตัว อย่างเช่นเมื่อ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ก็ได้มีคณะผู้แทนจาก ICRC ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ด้านการคุ้มครอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เจ้าหน้าที่โครงการของ ICRC และล่าม รวม 4 คน เพิ่งมาเยื่ยมชมไป
ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า การควบคุมทหารกัมพูชาทั้ง 18 คนนั้น เป็นไปตามหลักกฎหมายสากล ที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาเจนีวา ไม่ใช่การควบคุมตัวอย่างผิดกฎหมายตามที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้กล่าวอ้าง
การถูกควบคุมตัวดังกล่าว จำเป็นต้องคงไว้ จนกว่าสถานะการณ์การหยุดยิงหรือสถานการณ์การสู้รบจะมีความสมบูรณ์เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนแล้วเป็นหลัก ทั้งนี้เพื่อผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด จะไม่หวนกลับมาทำการสู้รบกับฝ่ายไทยอีก ซึ่งเป็นไปตามแนวทางหลักสากล และเชื่อว่าด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ฝ่ายกัมพูชายังมีเรื่องสำคัญอื่น ที่ควรให้ความสำคัญอย่างมากด้วยเช่นกัน เพื่อแสดงออกถึงความจริงใจให้เป็นที่ประจักษ์ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง