xs
xsm
sm
md
lg

สารพัดปัจจัยลบ เก้าอี้“ตระกูลฮุน”สั่นคลอน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เศรษฐกิจในกัมพูชาย่ำแย่IMF ลดGDP กัมพูชาเหลือ 4.8%ข้าว-มันสำปะหลัง ราคาตกหลังไทยปิดด่าน โยกขายเวียดนามถูกกดราคาขณะที่แบนสินค้าไทยใช้ของเวียดนามโอดค่าขนส่งแพง
แถมเจอเวียดนามดัดหลังถมถนนปิดคลองฟูนันเตโชส่วนสนามบินอ้างว้างหนักหลังจากเกาหลีแบน สหรัฐฯประทับตามดินแดนสแกมฯ หนี้บานแน่สวนทุกรายเรื่องเสียดินแดน เก้าอี้ผู้นำประเทศเริ่มโอนเอน


ใครจะคิดว่าคนที่ครองอำนาจในการปกครองประเทศกัมพูชามาเป็นเวลานาน 38 ปีอย่างฮุน เซน ที่ส่งไม้ต่อให้ลูกชายอย่างฮุน มาเนต กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เก้าอี้ผู้นำประเทศสั่นคลอน หลังจากการเกิดปัญหาด้านชายแดนกับประเทศไทย

แนวคิดเรื่องชาตินิยมที่เคยใช้ได้ผลจนส่งให้คนในตระกูลฮุน ขึ้นมาคุมทั้งอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ จนถึงวันนี้อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป หลังสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไปจากเดิม มหาอำนาจเข้ามาร่วมวงมากขึ้น ทำให้กัมพูชาจึงถูกกดดันจากชาติอื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศไทย

สภาพกัมพูชาในวันนี้ถูกกดดัน เรื่องการเป็นดินแดนแห่งสแกมเมอร์โดยสหรัฐฯอังกฤษ และถูกเกาหลีใต้คว่ำบาตร หลังคนเกาหลีใต้ถูกหลอกและทรมานจนเสียชีวิต ขณะที่ปัญหาด้านชายแดนกับไทยก็ยังไม่จบ แถมมาเจอปัญหาเรื่องคลองเตโชอีกที่มีข้อพิพาทกับประเทศเวียดนาม

ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจในกัมพูชาเริ่มถูกจับตาจากนานาชาติว่า จะหาทางออกอย่างไร ด้วยสถานการณ์ที่รุมเร้า ดูเหมือนไม่เป็นเรื่องบวกสำหรับการสืบทอดนั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศ 2 พ่อลูกตระกูลฮุน


IMF หั่น GDP กัมพูชา

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) เผยแพร่ข้อมูลของกัมพูชาเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 โดยได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาสำหรับปี 2025 จากระดับ 6.2% เหลือ 4.8% และเหลือ 4% สำหรับปี 2026 อ้างอิงผลกระทบทางลบจากความตึงเครียดชายแดน นักท่องเที่ยวขาเข้าลดลงและกิจกรรมที่ซบเซาในภาคการเงิน

โดยเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568 กัมพูชามีแผนกู้ยืมเงิน 2,250 ล้าน จากสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือ Special Drawing Rights (SDR) กลไกเสริมเงินสำรองระหว่างประเทศให้กับชาติสมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) เทียบเท่ากับ 3,100 ล้านดอลลาร์(ราว 100,000 ล้านบาท) สำหรับโครงการการลงทุนสาธารณะต่างๆนานาในปี 2026 เพิ่มขึ้น 12.5% ของเพดาน 2,600 ล้านดอลลาร์ของปีที่แล้ว

ท่ามกลางกระแสข่าวออกมาว่าทาง IMF ไม่อนุมัติเงินกู้ให้กัมพูชา


ข้าว-มันฯ ราคาตก

ขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศของกัมพูชาก็ไม่สู้ดี ราคาข้าวเปลือกของกัมพูชา ราคาตกลงเหลือ 400-600 เรียลต่อกิโลกรัมหรือประมาณ 3-4 บาท ชาวนาหลายคนเดือดร้อน โดยกล่าวว่าถูกผู้ซื้อรายใหญ่อย่างเวียดนามกดราคา และไม่สามารถนำมาขายในประเทศไทยได้เนื่องจากมีการปิดด่าน ทางรัฐบาลกัมพูชาจึงประสานกับภาคธุรกิจเข้ามารับซื้อในราคา 1,000 เรียล

ตามมาด้วยราคามันสำปะหลังที่ลดลงหลังจากปิดด่าน เสียงสะท้อนจากเกษตรกรกัมพูชา เราเคยขายได้วันละ 20 ตัน ราคา 0.15 ดอลลาร์/กิโลกรัม แต่ตอนนี้ขายไม่ออก ต้องกองไว้ในโกดัง ราคาตกเหลือ 0.08 ดอลลาร์ ต้องขายขาดทุน

ตามมาด้วยค่าขนส่งค่าขนส่งที่สูงขึ้น 30% เนื่องจากต้องใช้เส้นทางอ้อมผ่านเวียดนาม ตลาดไทยหายไป ต้องหาที่ใหม่ แต่ผู้ซื้อเวียดนามให้ราคาต่ำกว่า และค่าขนส่งแพงกว่าเดิม 2 เท่า


นักท่องเที่ยวหดกระทบสนามบินฯ

อีกด้านหนึ่งที่กระทบหนักไม่แพ้กันคือภาคการท่องเที่ยว เดอะพนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2568 ว่า

ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา เผยว่าตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2568 ที่ผ่านมาพบว่านักท่องเที่ยวจากไทยลดลงอย่างหนัก 93% เหลือเพียง 49,549 คน จาก 541,597 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว (2567) โดยเดือนกรกฎาคมลดลง 90.5% สิงหาคมลดลง 91.6% และกันยายนลดลง 91.2%

การท่องเที่ยวกัมพูชาชี้ว่าสาเหตุมาจากการปิดพรมแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ทำให้จุดผ่านแดนทางบกถูกปิดไป 70% และยืดเยื้อต่อเนื่องเข้าสู่เดือนที่3

นักท่องเที่ยวไทยที่อาจอยู่ในรูปนักแสวงโชคหายไปจากการปิดด่าน เพราะนิยมเดินทางโดยทางบก

ขณะที่สนามบินเตโชที่เพิ่งเปิดใหม่กลับมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าที่คาด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพลักษณ์ของกัมพูชาที่ถูกมองว่าเป็นดินแดนแห่งสแกมเมอร์ จากแรงกดดันจากสหรัฐ อังกฤษ และที่เป็นข่าวคึกโครมของกรณีของเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนบางส่วนที่เคยเป็นนักท่องเที่ยวหลักเริ่มเปลี่ยนเส้นทาง

จนสนามบินเตโช ต้องออกโปรโมชั่น แจกบ้าน-รถ สำหรับผู้เดินทางที่มาใช้บริการตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2025 ถึง 20 ตุลาคม 2026 ที่จ่ายเงินทุก 30 ดอลลาร์ สามารถรับตั๋วชิงโชค จับรางวัลกัน 2 รอบ โดยรอบแรกจะมีขึ้นในวาระวันปีใหม่เขมร เดือนเมษายน 2026 และอีกครั้งจะจัดขึ้นในวาระครบรอบ 1 ปีของการเปิดใช้งานสนามบินนานาชาติเตโชอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2026


ปัญหากับเวียดนาม

ว่าด้วยโครงการขนาดใหญ่ในกัมพูชาคงหนีไม่พ้นการขุดคลองฟูนันเตโช ผันแม้น้ำโขงมาลง กำลังเจอปัญหาเรื่องเวียดนามถมถนนในทะเลสร้างทางเชื่อมระหว่างเกาะเตี่ยนไห่ จังหวัดอานซางกับเกาะฟูก๊วก ปิดกั้นทางเข้าออกคลองเตโช จนมีการพูดกันถึงเรื่องนี้เป็นวงกว้าง

24 พฤศจิกายน 2568 โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาชี้แจงว่า ตามที่เอกอัครราชทูตเวียดนามยืนยันและข้อมูลที่ได้รับจากสถานทูตเวียดนามประจำกรุงพนมเปญ ไม่มีโครงการสร้างถนนดังกล่าวที่ละเมิดข้อตกลงระหว่างสองประเทศ ดังที่เผยแพร่กันอยู่บนโซเชียลมีเดีย

กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชายังเรียกร้องให้ประชาชนหยุดการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบทางลบต่อความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกัมพูชาและเวียดนาม


“เตโช”หนี้ก้อนใหญ่

ดูเหมือนว่าโครงการขุดคลองฟูนันเตโชนี้ จีนอาจถอนตัวไปแล้ว ที่เหลือเป็นภาระของฮุนเซน ส่วนจะทำต่อหรือไม่ขึ้นกับฮุนเซน ส่วนการสร้างถนนปิดทางคลองนั้นคงต้องรอดูว่าเวียดนามจะเอาจริงแค่ไหน แต่ไม่เป็นผลดีกับกัมพูชาแน่นอน

ทั้งคลองฟูนันเตโชและสนามบินเตโชถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ของกัมพูชา ปัญหาเรื่องสนามบินคือผู้ใช้บริการน้อย จากเรื่องของสายการบิน ภาพลักษณ์ของประเทศ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่หลากหลาย บวกด้วยเรื่องความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่แพงเพิ่มเข้ามาอีก ยิ่งเป็นตัวฉุดให้คนมาเที่ยวน้อยลง

ถ้าคลองฟูนันเตโชปิดฉากไป ใครจะเป็นผู้รับภาระหนี้ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับสนามบินเตโช ที่มีแผนจัดหาเครื่องบินผูกกับประเทศจีนอยู่ ถ้าคนน้อย บริหารงานขาดทุน แล้วจะจัดการกับหนี้สินเหล่านี้อย่างไร เพราะ 2 โครงการใช้เม็ดเงินมหาศาล

อีกประการหนึ่งคือรัฐบาลกัมพูชาขอรับความช่วยเหลือจากจีนมาตลอด มาในระยะหลังเริ่มหันไปหาสหรัฐฯ ซึ่งสุดท้ายหากมหาอำนาจทั้ง 2 ชาติไม่เอากัมพูชาทั้งคู่ประชาชนกัมพูชาจะเป็นผู้ที่เสียหายมากที่สุด

ฝ่ายค้าน-ประชาชนเริ่มท้วง

ขณะเดียวกันเราได้เห็นการเปิดฉากรุกของนักการเมืองฝ่ายค้านทั้งในและนอกประเทศมากขึ้น อย่างนายสม รังสี ก็ประกาศตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ที่แม้แต่ฮุน เซน ก็ทราบดีว่าใครหนุนหลัง หรือแม้แต่ฝ่ายค้านก็เริ่มออกมาแสดงบทบาทมากขึ้น เช่นเดียวกับโลกออนไลน์ที่เริ่มมีคำถามเกี่ยวกับการบริหารงานของ 2 พ่อลูกมากขึ้นเรื่อย ๆ จน 2 ผู้นำต้องออกมาตอบเพื่อลดแรงกดดันดังกล่าว

เช่น เรื่องการถมทะเลสร้างถนนของเวียดนาม หรือเรื่องการปักหมุดชั่วคราวที่ฮุน มาเนต ต้องออกมาโพสต์อธิบายเมื่อ 25 พฤศจิกายนว่า

ผมขอชี้แจงว่าวัตถุประสงค์ของการวัดและกำหนดเขตแดนชั่วคราวข้างต้นไม่ใช่เพื่อคำนวณการได้มาหรือสูญเสียที่ดิน แต่วัตถุประสงค์หลักคือการกำหนดเขตแดนที่แท้จริงซึ่งบ่งชี้ถึงเส้นแบ่งเขตที่ถูกต้องและชัดเจนระหว่างกัมพูชาและไทย โดยอ้างอิงจากเอกสารทางกฎหมายที่ออกโดยรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสและกฎหมายระหว่างประเทศ

ผมขอความร่วมมือจากพี่น้องร่วมชาติทุกท่าน ให้ความไว้วางใจรัฐบาลกัมพูชาและคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) ของกัมพูชา ซึ่งยึดมั่นในจิตสำนึกและความรับผิดชอบอย่างสูงสุดในวิชาชีพเสมอมา โดยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของชาติเหนือสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของชาติ ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ เคารพหลักการพรมแดนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศกัมพูชา-ไทยที่คณะกรรมการชายแดนอินโดจีน-สยาม ทิ้งไว้

สยบข่าวลบเสียดินแดน

ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2568 ในสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญปัญหาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมไม่ต้องการมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับนักการเมืองกัมพูชาบางคน อย่างไรก็ตาม บางครั้งจำเป็นต้องหยิบยกประเด็นบางประเด็นขึ้นมาพูดคุย เพื่อไม่ให้นักการเมืองบางคนนำเรื่องราวเท็จ มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และเพื่อไม่ให้สาธารณชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับรัฐบาล

นายอัม ซัม อัน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กของเขาว่า นายยี เชียน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน เคยกล่าวไว้ว่า ประเทศไทยได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชาไปหลายร้อยเมตรในพื้นที่โป่งน้ำร้อน อำเภอกำเหรียง ชายแดนเดิมไม่ได้อยู่ที่ชายแดนปัจจุบัน แต่บัดนี้กัมพูชาได้ยอมรับพรมแดนใหม่แล้ว จึงเท่ากับว่ากัมพูชาสูญเสียดินแดนกัมพูชาไปหลายตารางกิโลเมตรในพื้นที่ดังกล่าว

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ฯพณฯ ยี เชียน ได้ออกแถลงการณ์ถึงเพื่อนร่วมชาติ โดยระบุว่า สิ่งที่ อัม ซัม อัน เขียนนั้นถูกกุขึ้นและยุยงปลุกปั่นเพื่อยั่วยุและแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง โดยมีเจตนาก่อให้เกิดความไม่สงบและความสับสนในสังคมเกี่ยวกับกิจการชายแดน

จากสิ่งที่ผมเห็นและอาจรวมถึงสิ่งที่ประชาชนเห็นจนถึงตอนนี้ สิ่งที่นายอุม ซัม อัน พูดเกี่ยวกับปัญหาพรมแดน ดูเหมือนจะไม่ชัดเจนเลย ทั้งในแง่ของแผนที่ทางเทคนิค

ผมขอแนะนำว่าหากท่านหรือกลุ่มของท่านไม่เข้าใจแผนที่หรือประเด็นเรื่องเขตแดน อย่าแสร้งทำเป็นว่ามีความรู้มากกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านเขตแดน ที่ทำงานด้านนี้มานานหลายทศวรรษ

แหล่งข่าวกล่าวว่า ตอนนี้เก้าอี้ผู้นำประเทศของตระกูลฮุนเริ่มสั่นคลอนมากขึ้น มหาอำนาจต่างก็มีตัวเลือกผู้นำคนใหม่อยู่ในใจ ขณะที่ประชาชนกัมพูชาต่างเริ่มเห็นต่างและแสดงออกบนโลก Social มากยิ่งขึ้น โอกาสกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมอาจมีความเป็นไปได้น้อยลง

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j

กำลังโหลดความคิดเห็น