แพร่ – กรมควบคุมโรคส่งรถโมบายปักหลักตรวจจับมลพิษโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล พิสูจน์ปมชาวเด่นชัยป่วยเรื้อรังระนาวกว่า 30 ราย ขณะที่คณะทำงานระดับจังหวัดตรวจไม่พบบันทึกการรับฟังความคิดเห็น-ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ อปท.ยังเคยสั่งลงโทษตามกฎหมาย
ความคืบหน้า กรณีปัญหามลภาวะทางอากาศฝุ่นละออง ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในหมู่ที่ 1 บ้านต้นม่วง ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่า มีต้นเหตุมาจากโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลที่มาตั้งอยู่ใกล้ชุมชน รวมทั้งได้มีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหามานาน ยังคงดำรงอยู่มีผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น และมีผู้ที่ผ่านการตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย – โรงพยาบาลแพร่ แล้วกว่า 30 ราย
กระทั่ง 15 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น
และขณะนี้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งรถโมบายปฏิบัติการตรวจวัดด้านอาชีวอนามัยสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ มาประจำอยู่ที่ชุมชนบ้านต้นม่วงเป็นเวลา 15 วัน เพื่อทำการตรวจสภาพอากาศ เพื่อหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
นายธำรงศักดิ์ แสนยศ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแพร่ กล่าวว่า เครื่องมือดังกล่าวจะสามารถตรวจวัดความผิดปกติของสภาพอากาศที่เป็นสาเหตุของการป่วยระบบทางเดินหายใจของคนในชุมชน ซึ่งถ้าพบว่า มีสิ่งผิดปกติที่มาจากโรงงานก็จะเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่นำไปอ้างอิงในระบบราชการได้ และสิ่งสำคัญจะสามารถแก้ไขอาการเจ็บป่วยของชาวบ้านได้ตรงจุดขึ้น นอกจากนั้นภายในเดือนนี้จะมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลแพร่เข้าพื้นที่ดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเพราะแก้ปัญหาการเกิดโรคในครั้งนี้
ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 9 ม.ค.69 ที่ผ่านมา นายชัยสิทธิ์ได้นำคณะทำงานเข้าชี้แจงต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลปงป่าหวาย โดยระบุว่า โรงงานดังกล่าว ขออนุญาตจากป่าไม้ และ อุตสาหกรรมจังหวัดจัดตั้งโรงงาน ตามเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรีต้องใช้ไม้ที่เป็นวัตถุดิบเข้าป้อนโรงงานได้ 13 ชนิด เป็นวัตถุดิบในการผลิตไม้อัดแท่ง(เชื้อเพลิงชีวมวล) ออกจำหน่าย คือ ยูคาลิปตัส สนประดิพัทร สนทะเล กระถินณรงค์ กระถินเทพา กระถินยักษ์ มะพร้าว มะขาม มะปราง มะไฟ จามจุรี ไม้ตาล และสะเดาเทียม แต่โรงงานยังคงรับซื้อไม้สักเข้าป้อนโรงงานด้วย โดยอ้างว่านำมาทำเชื่อเพลิงให้กับเครื่องจักรโรงงาน
ก่อนการเปิดโรงงาน ผู้ประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวไปขอเข้าร่วมประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านในวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ซึ่งในวาระการประชุมไม่มีเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการก่อสร้างโรงงาน โดยผู้ประกอบกิจการแจ้งต่อที่ประชุมว่า บริษัทจะมาประกอบกิจการจัดซื้อไม้ปีก เศษไม้ จากชาวบ้านและเป็นจุดพักรถด้วย ซึ่งไม้ปีกเศษไม้ในชุมชนก็คือไม้สัก 100 เปอร์เซ็นต์ และต่อมาได้ขยายการผลิตมาเป็นการผลิตไม้อัดแท่งซึ่งกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีอันตรายต่อสุขภาพ
นอกจากนั้นยังพบว่า “ตั้งแต่จัดตั้งโรงงานขยายกิจการมาเกินกว่าใบอนุญาต รง.4 ข้อ 34 (4) คือนำเครื่องจักรอบไม้อัดแท่งเข้ามาเสริมที่เป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะอันตราย พบว่ายังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ที่อนุญาตโดยนายกเทศมนตรีตำบลปงป่าหวาย ซึ่งจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามขนาดพื้นที่และกำลังแรงม้า ซึ่งถ้าขาดต่อใบอนุญาตจะถูกปรับร้อยละ 20 ของค่าธรรมเนียม
แต่เบื้องต้นยังไม่พบโรงงานเคยมาขออนุญาตแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นเหตุให้ผู้รักษากฎหมายคือนายกเทศมนตรีสามารถออกคำสั่งลงโทษตามกฎหมายได้ แต่ขณะนี้เทศบาลตำบลปงป่าหวายยังคงไม่ได้ดำเนินการใดๆ มานานเท่ากับอายุโรงงาน ซึ่งเทศบาลอาจเข้าข่ายความผิด ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือมาตรา 157 จะมีฝ่ายกฎหมายดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตามนายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จำเป็นจะต้องให้โรงงานเปิดเดินเครื่องต่อไป เพื่อทำการพิสูจน์โดยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้รถโมบายตรวจสภาพอากาศมาประจำในชุมชน และจะมีเครื่องมือจากกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจวัดค่าที่ปากปล่องของโรงงาน วัดดูสิ่งผิดปกติ คงต้องใช้เวลา 7-10 วันในการประเมินสภาพปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ส่วนที่จะสั่งเอาผิดกับโรงงานได้นั้นเป็นอำนาจของท้องถิ่น ซึ่งที่ประชุมพบว่า โรงงานไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเรื่องนี้ถือเป็นความผิดชัดแจ้งให้เทศบาลดำเนินการตามกฎหมาย
นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ หนึ่งในแกนนำที่เข้ามาช่วยชาวบ้านในการแก้ปัญหา กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้มีการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างโรงงานกับชุมชนใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน เพราะสภาพที่เห็นโรงงานปิดบังขั้นตอนการผลิต ประเภทไม้นำเข้าโรงงาน ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย พร้อมทั้งการเยียวยาผู้ป่วยแม้ว่าจะยังไม่มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม
ส่วนนายศักดา พรมเลิศ ผู้จัดการโรงงาน ยังคงยืนยันว่า มลภาวะจากโรงงานไม่เกินมาตรฐานอุตสาหกรรมตามกฎหมาย ดังนั้น การป่วยของคนในชุมชนจะต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก่อนว่าป่วยจากมลภาวะของโรงงานหรือไม่ ส่วนโรงงานจะช่วยเงินไปเป็นกองทุนในตำบลซึ่งผู้สำชุมชนนำไปใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ของตนเอง

