ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ชาวบ้านห้วยแถลง โคราชร้อง ลูกชายเสียชีวิตกะทันหัน ผู้ใหญ่บ้านเก็บรักษาทรัพย์สินไว้ให้ เงินกว่า 4 แสนหายเกลี้ยง ตรวจสอบทางธนาคารพบเงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีปลายทาง ลูกชายผู้ใหญ่บ้านทั้งหมด ทั้งไม่ยอมส่งคืนสร้อยทองหนัก 2 บาท โร่แจ้งความคดีไม่คืบ ซ้ำถูกลูกชาย ผญบ.ข่มขู่คุกคาม
วันนี้ (12 ม.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจรูญ ดาวไธสง ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลเมืองพลับพลา อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ได้นำเอกสารหลักฐาน เข้าร้องเรียนกับ นางสาวนลิน โรจนวัทธิกร เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "ห้วยแถลง" และกรรมการสมาคมนักข่าวจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ช่วยติดตามคืบหน้าคดีลักทรัพย์ กรณีนายพินโย ดาวไธสง บุตรชาย ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ด้วยโรคประจำตัว ซึ่งขณะนั้นนายจรูญ พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ มีเพียงนายพินโย ซึ่งอยู่บ้านทำการเกษตรเพียงคนเดียว และเมื่อนายพินโย เสียชีวิตลงกะทันหัน นางสาวประยูร เมืองแสน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลเมืองพลับพลา อำเภอห้วยแถลง ได้เข้ามาเก็บรักษาทรัพย์สิน ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน สร้อยคอทองคำ 2 บาท และโทรศัพท์มือถือ ไว้ให้ก่อน โดยให้ตนไปแจ้งเป็นผู้จัดการมรดกแล้วจึงจะคืนให้
ก่อนหน้านั้น นายจรูญ ได้นำบัญชีธนาคารของนายพินโย ไปตรวจสอบ พบว่า มีเงินจากการขายอ้อยโอนเข้ามา 409,727 บาท จึงได้ไปยื่นเรื่องขอเป็นผู้จัดการมรดก จนศาลมีคำสั่ง จึงได้ไปขอทรัพย์สินคืนจากผู้ใหญ่บ้าน แต่เมื่อนำกลับมาและไปเช็คที่ธนาคารฯ กลับพบว่า มีเงินเหลือในบัญชีเพียงแค่ 48 บาทเท่านั้น จึงได้ขอดู statement ซึ่งธนาคารแจ้งว่า มีการโอนเงินทางโทรศัพท์มือถือผ่าน Application ระบบอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง เข้าไปยังบัญชีปลายทางที่เป็นพร้อมเพย์ ระบุชื่อ นายรัฐภูมิ หมั่นจำรูญ ลูกชายของผู้ใหญ่บ้าน ครั้งละ 10,000 -20,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 420,000 บาท
ตนจึงได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพลับพลา ให้ดำเนินคดีกับนางสาวประยูร เมืองแสน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลเมืองพลับพลา อำเภอห้วยแถลง และนายรัฐภูมิ หมั่นจำรูญ ลูกชายของนางสาวประยูรฯ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ , ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้ผู้มีสิทธิใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกเงินสด”
แต่คดียังไม่คืบหน้า มิหนำซ้ำยังถูกนายรัฐภูมิ ลูกชายของนางสาวประยูร ผู้ใหญ่บ้านข่มขู่คุกคาม เกรงว่า จะได้รับอันตราย จึงได้ประสานกับผู้สื่อข่าวให้ช่วยเหลืออีกทาง
จากการสอบถาม นางสาวประยูร เมืองแสน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ตำบลเมืองพลับพลา ที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า นายพินโย ผู้เสียชีวิต มีศักดิ์เป็นหลานชายของตน ขณะเสียชีวิตนายพินโย อยู่บ้านเพียงลำพัง ตนจึงได้นำทรัพย์สินมาเก็บรักษาไว้ให้ก่อน พร้อมทั้งแนะนำนายจรูญ พ่อของนายพินโย ให้ไปร้องเป็นผู้จัดการมรดก แล้วจึงคืนทรัพย์สินให้ แต่ต่อมาทราบว่า เงินในบัญชีหายไป
เมื่อสอบถามลูกชาย จึงทราบว่า ลูกชายแอบนำโทรศัพท์มือถือของนายพินโย ที่ตนเก็บรักษาไว้ไปโอนเงินออกเนื่องจากรู้รหัส เพราะนายพินโย เคยบอกเอาไว้ ซึ่งลูกชายของตนก็ยินดีรับผิด ตนจึงให้ลูกชายรับผิดชอบหาเงินมาใช้คืนผู้เสียหาย ซึ่งเดิมทีเงินจำนวน 4 แสนบาทดังกล่าวนี้ เป็นเงินที่นายพินโย หยิบยืมพี่สาวของตนไปลงทุนปลูกอ้อย และรับปากว่า จะนำมาคืนให้ แต่ได้เสียชีวิตลงไปก่อนจึงยังไม่ได้นำมาใช้หนี้คืน และมาถูกลูกชายของตนกดเงินออกไปใช้จนหมดแล้ว
นายจรูญ บิดาของนายพินโย ผู้เสียชีวิต เตรียมแจ้งความเพิ่มกับนางสาวประยูร ผู้ใหญ่บ้านฯ ในข้อหา “ลักทรัพย์” เนื่องจากสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาทของนายพินโย ผู้เสียชีวิต ที่นางสาวประยูร ดูแลไว้ ยังไม่ได้ส่งคืนให้กับนายจรูญ แต่อย่างใด และเตรียมเข้าไปร้องนางสาวประยูร เพิ่มเติมที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอห้วยแถลงด้วย ในข้อหา 157 “เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” และขอให้ทางอำเภอห้วยแถลงตั้งคณะกรรมการสอบวินัยด้วย เนื่องจากไม่ดูแลทรัพย์สินที่รับฝากไว้ให้ดี จนทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้น
ส่วน นายรัฐภูมิ หมั่นจำรูญ ลูกชายของนางสาวประยูร ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ต้องหาอีกราย ตอนนี้พนักงานสอบสวนรอการตรวจสอบยืนยันจากค่ายโทรศัพท์มือถือ ว่า มีการโอนเงินทางโทรศัพท์มือถือผ่าน Application ระบบอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง เข้าไปยังบัญชีปลายทาง พร้อมเพย์ ของนายรัฐภูมิ จริง จากนั้น จะนำหลักฐานมาประกอบสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งนายจรูญ ผู้เสียหายจะแจ้งความเพิ่มกับนายรัฐภูมิ ด้วย ในข้อหา “ข่มขู่คุกคาม ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ”

