เกิดเหตุระทึกกลางกรุง เมื่อหญิงรายหนึ่งถูกชายปริศนาวิ่งเข้ามาทำร้ายจากด้านหลัง ขณะยืนรอรถจักรยานยนต์รับจ้างริมถนนย่านประตูน้ำ โชคดียังยืนไหว ไม่บาดเจ็บสาหัส ด้านชาวบ้านเผยผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมไม่ปกติ พบก่อเหตุซ้ำหลายครั้ง แต่กฎหมายเอาผิดได้เพียงปรับเล็กน้อย
วันนี้ (22 ม.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์เล่าเหตุการณ์อุทาหรณ์ หลังตนเองถูกชายไม่ทราบชื่อวิ่งเข้ามาทำร้ายจากด้านหลัง ขณะยืนรอแกร็บวินข้างถนน บริเวณที่รอรถประจำทางหน้าตึก Grand Diamond Suites Hotel ข้างตึก Platinum ทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหลัง แม้จะเจ็บมากแต่ยังสามารถยืนทรงตัวได้
ผู้เสียหายระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุมีแท็กซี่สีชมพูขับผ่านมาเห็นพอดี จึงเปิดกระจกตะโกนใส่ผู้ก่อเหตุว่า
“Xไปทำเค้าทำไม” ทำให้ชายคนดังกล่าวมีอาการลนลาน ก่อนจะหลบหนีไป ระหว่างนั้นผู้เสียหายได้พูดกับคนขับแท็กซี่ว่าไม่เป็นอะไรมาก และขอบคุณในความช่วยเหลือ แต่เมื่อขอให้ช่วยขับตาม ผู้ก่อเหตุก็หายไปแล้ว เนื่องจากต้องรีบเดินทาง ผู้เสียหายจึงโทรแจ้งแฟนและเข้าแจ้งความในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ภายหลังได้รับคลิปจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ (โดยยังต้องไปขอคลิปเพิ่มเติมจากสำนักงานเขต) ซึ่งตำรวจแจ้งว่า หลังจากมุมดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดแล้ว เนื่องจากพื้นที่อยู่ในแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า จึงมีการตัดระบบกล้องออกก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายสอบถามชาวบ้านละแวกดังกล่าว ได้รับข้อมูลตรงกันว่า ชายคนนี้มีพฤติกรรมไม่สมประกอบ และ “เห็นเป็นประจำ” บางครั้งทำร้ายคน บางครั้งเคยชกนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือมีอาการนอนดิ้นโวยวายอยู่กับพื้น
โดย ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท โดยสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจับกุมหรือไม่ เบื้องต้นตำรวจระบุว่าไม่แน่ชัด แต่เคยพบพฤติกรรมคล้ายกัน หากกระทำผิดก็อาจถูกปรับเพียง 500 บาท หรือหากไม่มีเงินจ่ายก็ถูกควบคุมตัว 1 คืน ก่อนปล่อยตัวกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายตั้งคำถามถึงระบบกฎหมายและการดูแลของรัฐ โดยระบุว่า ทำไมคนธรรมดาถึงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเหตุการณ์แบบนี้ และหากวันนั้นผู้ก่อเหตุมีอาวุธ ไม่ใช่มือเปล่า แต่เป็นมีดหรือเหล็ก เหตุการณ์อาจร้ายแรงกว่านี้
พร้อมตั้งคำถามถึงการดูแลคนที่มีปัญหาทางจิตเวช ว่าควรมีหน่วยงานเข้ามาดูแลอย่างจริงจังหรือไม่ แทนการปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า และต้องมีเหยื่ออีกกี่รายก่อนที่สังคมจะเริ่มแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผู้เสียหายระบุว่า ตนเองโชคดีที่รอดมาได้โดยไม่บาดเจ็บรุนแรง แต่ย้ำว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเกิดกับใครก็ได้ พร้อมโพสต์เตือนภัยและฝากเป็นอุทาหรณ์ให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ
คลิกชมคลิปวีดีโอ

