ศูนย์ข่าวศรีราชา –ชาวบ้านซอยพัทยานาเกลือ ผวา ค้างคาวแม่ไก่ นับพันตัวที่อาศัยในพื้นที่มานานหลายปีแพร่เชื่อไวรัสนิปาห์ วอนหน่วยงานพื้นที่เร่งย้าย ด้านผู้ประกอบการย่านวอล์คกิ้งสตรีท ยันสถานบันเทิงในพื้นที่เน้นหนักความสะอาด ขอนักท่องเที่ยวอย่าตื่นตระหนก
จากกรณีที่ กรมควบคุมโรค ได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย หลังมีรายงานการพบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ราย โดยเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 3 รายที่ ตรวจพบในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ทางการอินเดีย ได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มข้น
โดยไวรัสนิปาห์ (Nipah) สามารถติดต่อได้ระหว่างสัตว์สู่คน ที่เกิดจากการสัมผัสมูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของพาหะนำโรค ได้แก่ ค้างคาวผลไม้ หรือสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่งสามารถติดเชื้อจากคนสู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น เลือด หรือน้ำลายนั้น
ล่าสุดในวันนี้ ( 25 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ชาวบ้านในซอยพัทยานาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่างพากันหวาดผวาฝูงค้างคาวแม่ไก่นับพันตัวที่พากันเข้ามาอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่นานหลายปีว่าอาจจะเป็นพาหะ นำเชื่อไวรัสดังกล่าวเข้ามาแพร่กระจายในพื้นที่
นางประสงค์ คงปางดี ชาวบ้านในซอยดังกล่าวบอกว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูและและช่วยหาวิธีในการย้ายค้างคาวออกจากพื้นที่เพราะเกรงว่าหากปล่อยไว้นานอาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพ
ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ย้ำเข้มความสะอาด–ขอนักท่องเที่ยวอย่าตื่นตระหนก
ด้าน นางอำพร แก้วแสง ผู้ประกอบการในพื้นที่โครงการ Walking Street ยืนยันว่าสถานบันเทิงในย่านดังกล่าวให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดเป็นหลัก และเข้มงวดในการทำความสะอาดสถานที่เป็นประจำ ส่วนภายในห้องน้ำ จะมีการจัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์และสบู่ล้างมือเพื่อบริการนักท่องเที่ยว ลดความเสี่ยงด้านสุขอนามัย
พร้อมย้ำว่าขณะนี้ “ไวรัสนิปาห์” ยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทยและทุกฝ่ายยังคงเฝ้าระวัง ที่สำคัญประชาชนจะต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่เสี่ยงเป็นพาหะนำโรค และหมั่นรักษาความสะอาดส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
โดยยืนยันว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ยังไม่ได้แสดงความกังวลต่อไวรัสนิปาห์ เนื่องจากเชื่อมั่นในมาตรการดูแลความสะอาดของสถานประกอบการ
“ อย่างไรก็ตามช่วงนี้นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากกว่าประเด็นเรื่องโรคระบาด ทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาขณะนี้จึงยังอยู่ในระดับทรงตัว และสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ตามปกติ”
พร้อมแนะนำว่า ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ควรติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขอนามัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา

