xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันลง-หุ้นสหรัฐฯขยับขึ้น ทองคำปิดตลาดเฉียด $5,100

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์(26ม.ค.) ประเมินผลกระทบด้านการผลิต หลังพายุฤดูหนาวซัดถล่มภูมิภาคผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ส่ววอลล์สตรีทปิดบวก จับตารายงานผลประกอบการและที่ประชุมเฟดในช่วงกลางสัปดาห์ ขณะที่ทองคำดีดตัวเหนือ 5,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 44 เซนต์ ปิดที่ 60.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 29 เซนต์ ปิดที่ 65.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

บรรดาผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ สูญเสียกำลังผลิตสูงสุดราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 15% ในกำลังผลิตของประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ หลังพายุฤดูหนาวซัดถล่มทั่วประเทศ ก่อความตึงเครียดแก่โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันจันทร์(26ม.ค.) โดยเอสแอนด์พี 500 และ แนสแดค ปรับขึ้น 4 วันติด นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการบริษัทยักษ์ใหญ่ และการอัพเดทนโยบายดอกเบี้ย ณ ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 313.69 จุด (0.64 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 49,412.40 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 34.62 จุด (0.50 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,950.23 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 100.11 จุด (0.43 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,601.36 จุด

การดีดตัวขึ้นของหุ้นบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ กลายเป็นแรงหนุนสำคัญแก่เอสแอนด์พี 500 โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปเปิล, ไมโครซอฟต์, อัลฟาเบ็ท, บอร์ดคอม และ เมตา

แอปเปิล, เมตา, ไมโครซอฟต์ และ เทสลา มีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของหุ้นกลุ่มที่ได้แรงขับเคลื่อนจากปัญญาประดิษฐ์

นอกจากนี้แล้วนักลงทุนยังจับตาไปยังที่ประชุมเฟด ในวันอังคาร(27ม.ค) และวันพุธ(28ม.ค.) ขณะที่พวกนักลงทุนคาดหมายว่ามีโอกาสถึง 97% ที่ธนาคารกลางแห่งนี้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม และจะจับตาเงื่อนงำสำหรับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ส่วนราคาทองคำขยับขึ้นเหนือ 5,100 ดอลลาร์ ช่วงหนึ่งของการซื้อขาย หลังสร้างประวัติศาสตร์ทะลุ 5,000 ดอลลาร์ ก่อนแกว่งตัวลงมาเล็กน้อย ในวันจันทร์(26ม.ค.) นักลงทุนเสาะหาสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองทั่วโลก โดยราคาทองคำโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 2.10 % ปิดที่ 5,082.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(ที่มา:รอยเตอร์)
กำลังโหลดความคิดเห็น