xs
xsm
sm
md
lg

กรมป่าไม้ เผยความคืบหน้าจับรุกป่าลำห้วยกุ้ง ชี้พบหลักฐานเพียบ สั่งยึดพร้อมแจ้งจับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อธิบดีกรมป่าไม้ “นายนิกร ศิรโรจนานนท์” เผยผลความสำเร็จหลังสั่งระดมพลเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากแม่ฮ่องสอนลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ร้องทุกข์มีการบุกรุกที่ดิน เผยตรวจพบหลักฐานเพียบ สั่งยึดหมดทั้งที่ดิน และอุปกรณ์ พร้อมแจ้งความดำเนินการเด็ดขาด

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการกรณีเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน ได้ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินในป่าอนุรักษ์ ลุ่มน้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ในการนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน
นายนิกร กล่าวถึงการปฏิบัติภารกิจลงพื้นที่ครั้งนี้ โดยสั่งการให้ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน จัดชุดเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส. 6 (สบเมย) หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สบเมย ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน อุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) สายตรวจปราบปรามสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สาขาแม่สะเรียง) ชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยป้องกันรักษาป่าอำเภอสบเมย โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสบเมย เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสบเมย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภจว.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 29 ม.ค. ทั้งในกรณีการบุกรุกที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา และการทำเหมืองแร่ดีบุกในพื้นที่ที่ร้องเรียน

สำหรับผลการลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบการบุกรุกที่ดินพื้นที่ลำห้วยกุ้ง บริเวณป่าข้างลำน้ำยวมฝั่งขวา หมู่ที่ 10 ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งขวา ตามพิกัดที่ 47 Q 388669 UTM 1975012 พบว่าถูกบุกรุกโดยเอกชนรายหนึ่งอย่างชัดเจน พบมีการปลูกสร้างลักษณะเป็นที่พักอาศัยมีการล้อมรั้วลวดหนามสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน รวมทั้งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด และในขณะเข้าตรวจสอบไม่พบตัวผู้กระทำผิด ซึ่งจากการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างลักษณะเป็นที่พักอาศัย พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ คทช. หรือไร่หมุนเวียนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ดังกล่าว รวมเนื้อที่ 1 ไร่ 54 ตร.ว. พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ 7 รายการ อาทิ แบตเตอรี่ แรงดันไฟฟ้า 12 โวลต์ ความจุแบตเตอรี่ 60 L, กล้องวงจรปิดสีดำแบบใช้สัญญาณโทรศัพท์ พร้อมซิมการ์ดไม่ทราบเครือข่ายและเมมโมรี่การ์ด แผงโซล่าเซลล์ กำลังไฟ 64 วัตต์ จำนวน 4 แผงเป็นต้น จากนั้นได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.สบเมย เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“กรมป่าไม้ขอย้ำว่า จะปกป้องผืนป่าและทรัพยากรป่าไม้ของประเทศตามข้อสั่งการของปลัด ทส. ให้ดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยกำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามทันทีที่ได้รับแจ้งเบาะแส ไม่ว่าจะเป็นนายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือขบวนการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมให้ดำเนินคดีถึงที่สุด” นายนิกร กล่าว






กำลังโหลดความคิดเห็น