ศึกชิงกรุงเทพฯโค้งสุดท้าย 4 พรรคใหญ่เปิดเวทีปราศรัยทิ้งทวน อนุทินลั่นมั่นใจ ไม่กลับไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพื่อเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ เป็นหนึ่งในหมุดหมายทางการเมืองที่สำคัญ เพราะจะเป็นวันสุดท้ายของการหาเสียงแบบเต็มรูปแบบก่อนที่จะเข้าสู่วันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ แน่นอนว่าวันนี้ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่เวทีปราศรัยของ 4 พรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งยึดสถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานครเป็นเวทีปราศรัยปิดท้ายการหาเสียง
เริ่มกันที่ พรรคประชาชน นัดร่วมฟังปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ในธีม "ประชาชน เปลี่ยนประเทศ" ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะกล่าวเปิดใจทิ้งท้ายเพื่อขอคะแนน ด้าน พรรคภูมิใจไทย จะปราศรัยใหญ่ ครั้งสุดท้ายศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเริ่มในเวลาไล่เลี่ยกับของพรรคประชาชน แน่นอนว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะเป็นเดินทางมาปราศรัยเพื่อปล่อยหมัดเด็ดด้วยตัวเอง พร้อมกับ 3 ขุนพลคนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
ส่วนพรรคเพื่อไทย จับจองพื้นที่สนามกีฬาเทพหัสดินปราศรัยใหญ่ เป็นจุดหมายสุดท้าย นำทีมโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี มีการคาดหมายว่าจะเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคเพื่อไทยในกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง และปิดท้ายกันที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นัดฟังปราศรัยที่วัน แบงค็อก ฟอรัม ภายใต้หัวข้อ "ไทยหายจน ด้วยคนทำเป็น" โดยพรรคประชาธิปัตย์เองตั้งความหวังว่าเวทีจะเป็นการเพิ่มคะแนนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงท้าย เพื่อให้พรรคได้มีคะแนนเสียงและจำนวนส.ส.มากพอในการเป็นผู้คุมเกมในการจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าโอกาสในการจะกลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งของนายอภิสิทธิ์ น่าจะยากพอสมควรเมื่อเทียบกับพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับไปเป็นรัฐบาล จะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกต่อไป เพื่อเดินหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศผ่านการลงทุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และศาสนา ที่ผสมผสานกับความร่วมสมัย รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล จึงต้องนำศักยภาพเหล่านี้มาพัฒนาและต่อยอด เพื่อสร้างแรงจูงใจสูงสุดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

