ศูนย์ข่าวภาคใต้ - สว.สายทหารและความมั่นคงขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเร่งป้องกันเหตุป่วนใต้ หลังพบความเคลื่อนไหวแนวร่วมบีอาร์เอ็น 32 คนขนระเบิดเข้าพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อป่วนการเลือก ส.ส.รวมทั้งรับเดือนรอมฎอน
วันนี้ (6 ก.พ.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวว่า จากสถานการณ์การก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ล่าสุดตรวจพบการวางระเบิดในห้องน้ำของปั๊ม ปตท.ใน จ.ปัตตานี และกรณีที่แนวร่วมบีอาร์เอ็นได้ประกอบระเบิดใน จ.ยะลา แต่ได้เกิดระเบิดขึ้นทำให้แนวร่วมเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 3 รายก่อนที่จะหลบหนีไปได้นั้น ล่าสุดมีรายงานจากสายข่าวว่า กองกำลังติดอาวุธระดับปฏิบัติการบีอาร์เอ็น 32 คนได้ข้ามฝั่งจากประเทศเพื่อนบ้านพร้อมอุปกรณ์การประกอบระเบิดแสวงเครื่องจำนวนหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ของ จ.นราธิวาส
นายไชยยงค์ กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวได้พักคอยในพื้นที่ อ.สุคิรินจ.นราธิวาส เพื่อประชุมแนวร่วมในพื้นที่เพื่อเตรียมการก่อเหตุและมีระเบิดไปป์บอมบ์จำนวนหนึ่งที่ถูกนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางเรือประมงมีการนำขึ้นฝั่งใน อ.เมือง จ.นราธิวาสเช่นกัน ซึ่งระเบิดแสวงเครื่องที่นำเข้ามาอาจจะมีการใช้ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เพื่อป่วนการเลือกตั้ง สส.ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เช่นเดียวกับที่บีอาร์เอ็นเคยวางระเบิดปั๊ม ปตท. 11 จุด เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่มีการเลือกตั้ง อบต.
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ในเดือนกุมภาพันธ์จะมีวันที่เป็นวันสัญลักษณ์ที่บีอาร์เอ็นจ้องก่อเหตุ และยังเป็นเดือนที่จะเข้าสู่เดือนรอมฎอนหรือการถือศีลอด ซึ่งในทุกปีของเดือนรอมฎอน บีอาร์เอ็นจะบ่มเพาะและปลุกระดมให้แนวร่วมเข่นฆ่าศัตรู โดยบอกว่า ในเดือนรอมฎอนจะได้บุญ 10 เท่าและเมื่อเสียชีวิตจะได้ขึ้นสวรรค์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เดือนรอมฎอนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีเหตุความรุนแรงมากกว่าปกติมาโดยตลอด
“กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ซึ่งมี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธานคณะกรรมาธิการ จึงขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเร่งดำเนินการตรวจสอบการเข้ามาของกองกำลังติดอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ถูกลำเลียงข้ามประเทศ เพื่อใช้ในการประกอบวัตถุระเบิด เพื่อป้องกันการก่อเหตุและการสร้างสถานการณ์ป่วนการเลือกตั้ง รวมถึงการป้องกันการก่อเหตุในวันสัญลักษณ์ต่างๆ ข้างต้นเพื่อเป็นการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นการเร่งด่วน” นายไชยยงค์กล่าว
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ที่ผ่านมางานการข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าล้มเหลวมาโดยตลอด ไม่เคยมีข่าวความเคลื่อนไหวของแนวร่วม เช่น การวางระเบิดห้องน้ำในปั๊ม ปตท.และในห้องน้ำ บขส.เป็นการตรวจพบของประชาชนที่ไปใช้บริการ ไม่ใช่ข่าวสารของหน่วยข่าว และการที่แนวร่วมเข้ามาเช่าบ้านประกอบระเบิดจนระเบิดเกิดขึ้นที่ จ.ยะลา การข่าวก็ไม่มีการรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของบีอาร์เอ็นแต่อย่างใด
“ทุกอย่างของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเป็นเรื่องวัวหายล้อมคอกทั้งสิ้น งานการข่าวเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันเหตุ ซึ่งหลังเกิดเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่งเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าสังคายนางานการข่าว ไม่ทราบว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้ทำตามการสั่งการของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ อย่างไร ถ้างานการข่าวไม่มีการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเชื่อว่า ไฟใต้จะไม่มีการยุติและความสูญเสียก็จะเกิดขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด” นายไชยยงค์ กล่าว

