ราคาน้ำมันขยับขึ้นกว่า 1% ในวันจันทร์(9ก.พ.) จากความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับสถานการร์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน หุ้นเทคโนโลยีฟื้นตัวจากแรงเทขายอย่างหนักก่อนหน้านี้ ขณะที่ทองคำดีดขึ้นแรง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ ปิดที่ 64.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้น 99 เซนต์ ปิดที่ 69.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯออกคำแนะนำในในวันจันทร์(9ก.พ.) ให้บรรดาเรือที่ประดับธงอเมริกา อยู่ห่างจากเขตแดนอิหร่านให้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ระหว่างล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน สืบเนื่องจากความเสี่ยงถูกราวีบุกขึ้นไปบนเรือโดยกองกำลังอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวโหมกระพือความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ว่าอาจนำไปสู่ความปั่นป่วนทางอุปทานน้ำมัน ทั้งนี้ราวๆ 1 ใน 5 ของน้ำมันที่ทั่วโลกบริโภค ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างโอมานกับอิหร่าน
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันจันทร์(9 ก.พ.) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัว หลังมีแรงเขขายอย่างหนักในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักลงทุนเฝ้ารอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ที่จะบ่งชี้ถึงเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 20.20 จุด (0.04 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 50,135.87 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 32.52 จุด (0.47 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,964.82 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 207.46 จุด (0.90 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,238.67 จุด
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของเอสแอนด์พี 500 ดีดตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันศุกร์(6ก.พ.) หลังมีแรงเทขายอย่างหนักในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้แล้วหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ ได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมา 2 วันติด หลังจากร่วงลงต่อเนื่อง 7 วัน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันกันอย่างหนักหน่วงในธุรกิจเอไอ
ขณะเดียวกันเฝ้ารอข้อมูลทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ที่จะบ่งชี้ถึงเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด เวลานี้ตลาดคาดหมายว่าเฟดจะมีการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปีในเดือนมิถุนายน
ส่วนราคาทองคำดีดขึ้น 2% ในวันจันทร์(2ก.พ.) จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลทางเศรษฐกิจที่จะให้เงื่อนงำเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟีเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 2 % อยู่ที่ 5,079.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์)

