xs
xsm
sm
md
lg

กกต.เร่งตรวจทุจริตเลือกตั้ง คำร้องทะลัก 113 เรื่อง 'เท้ง' ไม่หวั่นคดีแก้ 112

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เลือกตั้งจบแต่ยังไม่จบ กกต.ลุยสอบ 113 คำร้องทุจริต ซื้อเสียงขึ้นอันดับหนึ่ง ด้าน 'ณัฐพงษ์' จี้ตรวจสอบคะแนนโปร่งใส ไม่หวั่นคดีแก้ 112

แม้ว่าการเลือกตั้งจะผ่านไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดำเนินการตั้งรัฐบาลได้ทันที เนื่องจากต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.พิจารณารับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันก่อน ซึ่งปรากฎว่าตอนนี้กกต.มีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น 113 เรื่อง โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง การฉีกบัตรเสียหาย หรือเรื่องการจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค กกต.ได้กำชับว่า ดำเนินการอย่างเฉียบขาดทุกเรื่อง เรื่องระบบก็ต้องมาตรวจสอบเพื่อเป็นบทเรียนในการแก้ไข ดังนั้นทุกเรื่องจะถูกดำเนินการอย่างเฉียบขาด ต่อเนื่องและรวดเร็ว

ร.ต.อ.ชนินทร์ ยังกล่าวถึงการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งว่า สามารถร้องได้ตลอด จนกระทั่งหลังประกาศผลแล้ว 30 วัน จึงจะหมดโอกาสร้อง ส่วนที่มีการวิจารณ์เรื่องของการซื้อเสียงหลายพื้นที่มีคลิปปรากฏออกมา จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่า คนรู้กันทั้งประเทศยกเว้นกกต.หรือเปล่า ในเรื่องนี้ ขอยืนยันว่า ทุกเรื่องกำลังสืบสวนอยู่ บางเรื่องก็โดนไปแล้ว บางเรื่องก็ตามอยู่ ไม่ต้องห่วงเราเก็บตลอด กัดไม่ปล่อย ตอนนี้มีคำร้องเข้ามารวม 113 เรื่อง โดยเรื่องความผิดซื้อเสียงตามมาตรา 73 ( 1 ) ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. มาเป็นอันดับ 1 และในจำนวนนี้ได้มีการรับเป็นสำนวนแล้ว107 เรื่อง คละกันไปทุกพื้นที่

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้กกต. ตรวจสอบความผิดปกติของการนับคะแนนในหลายเขต เช่น ลำปางเขต 2 ที่มีบัตรเสีย 7,000 กว่าใบ ซึ่งส่วนต่างที่แพ้ชนะอยู่ที่ราว 2,000 คะแนน กรณีนี้จะมีการดำเนินการขอให้มีการนับคะแนนใหม่ อีกตัวอย่างคือ ขอนแก่นเขต 3 พบว่ามีกรณีที่แพ้ชนะกันแค่หลักร้อยคะแนนเท่านั้น แต่จำนวนบัตรเสียและบัตรเขย่งมีความผิดปกติค่อนข้างมาก ซึ่งผู้สมัครได้ดำเนินกระบวนการขอให้มีการนับคะแนนใหม่แล้วเช่นเดียวกัน และยังมีความผิดปกติอื่น เช่น ปทุมธานี ที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมีการปิดห้องนับคะแนน แม้ผลการนับคะแนนใหม่ไม่ได้ต่างมากนัก แต่การทำให้กระบวนการโปร่งใสและเป็นธรรมเชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญที่จะละเลยไม่ได้

ขณะเดียวกัน สำหรับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดอดีตส.ส.พรรคก้าวไกลจำนวน 44 คนจากการเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ โดยเรื่องนี้ถ้าพิจารณากันอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นธรรม อยากให้ทางองค์กรอิสระทั้งหลายทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเราอยากให้องค์กรอิสระต่างๆทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการลงโทษคนผิด ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกันทางการเมือง
กำลังโหลดความคิดเห็น