ทล.เตรียมรื้อโครงสร้างทางยกระดับ M 82 ที่ถูกเครนถล่มกระแทกเสียหายอีก 1 ช่วง ทุกขั้นตอนต้องปลอดภัยสูงสุด คาดใช้เวลา 60 วัน ส่วนช่วงข้ามแม่น้ำท่าจีน เร่งเชื่อมพื้นสะพาน ต้นมี.ค.รื้อนั่งร้านคืนผิวจราจร 3 เลน ย้ำ อิตาเลียนหยุดงาน เปลี่ยนผู้ดำเนินการ LG รายใหม่ วสท.กำกับดูแลขั้นตอน
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการรื้อย้ายโครงสร้างเหล็กสำหรับติดตั้งสะพาน (Launching Gantry - LG) ทรุดตัวบนถนนพระราม 2 ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M82 (ช่วงที่ 2 เอกชัย-บ้านแพ้ว) สัญญา 7 ว่า ทล. ได้ตั้งทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจ โดยมีผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กำกับดูแล บริหารจัดการการรื้อย้ายโครงสร้างเหล็กและชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งการรื้อย้าย โครงสร้าง LG ที่เกิดเหตุดำเนินการเสร็จแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการรื้อย้ายโครงสร้างทางยกระดับด้านข้างที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ถูกกระแทกจากเหตุการณ์ดังกล่าวจนเสียหาย โดยอยู่ในขั้นตอนการการเคลื่อนตัว LG ไปคร่อมและทำการยึดชิ้นส่วนสะพานก่อน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเริ่มตัดชิ้นส่วนและทยอยนำลงและออกจากพื้นที่ คาดใช้เวลาดำเนินการประมาณ 60 วัน
ซึ่งการดำเนินการรื้อย้ายและตัดชิ้นส่วนสะพานที่ได้รับความเสียหาย ทล.ได้เปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานระดับสากล และเปลี่ยนชุดผู้ดำเนินงานเครน LG ใหม่เข้ามาทำงาน โดยให้บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ผู้รับเหมารายเดิมหยุดการทำงานส่วนนี้ แต่ยังคงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ส่วน บริเวณส่วนของโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นงานของสัญญา 7 เช่นกัน มีงานเทพื้นสะพานที่ยังไม่บรรจบกัน 3 จุด ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 2 จุด เหลืออีก 1 จุด เมื่อเชื่อมหมดจะเร่งรื้อ นั่งร้านบริเวณดังกล่าวออก คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมี.ค.นี้ และจะสามารถคืนผิวจราจรถนนพระราม 2 ช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ได้ทั้ง 3 ช่องจราจร จากปัจจุบันที่ใช้ได้ 1 ช่องจราจร ช่วยลดปัญหาจราจรได้
สำหรับ มอเตอร์เวย์ M82 (เอกชัย-บ้านแพ้ว) ระยะทาง 25 กม. ขณะนี้งานโครงสร้างเสร็จแล้ว 20 กม.เหลือ 5 กม. คือสัญญา 5 และ 6 เหลืองานปูผิวจราจร ส่วนสัญญาที่ 7 จุดที่เกิดเหตุ ที่หยุดก่อสร้าง และสัญญา 4 เหลือการติดตั้งโครงสร้าง ที่ใช้ LG โดยได้มีตรวจสอบอุปกรณ์และทบทวนขั้นตอนการปฎิบัติงาน และเตรียมวางแผนจัดจราจรในช่วงที่จะติดตั้งโครงสร้าง ซึ่งตามมาตรการความปลอดภัยจะมีการปิดจราจร ในพื้นที่ก่อสร้าง ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบ จะดำเนินการทีละฝั่งและปิดจราจรช่องทางหลักด้านเดียว โดยจะทำทางเบี่ยงเพิ่มส่วนของช่องทางหลักให้มีใช้งาน 4 ช่องจราจร และจัดจราจรวขาออก 2 ช่องจราจร ขาเข้า 2 ช่องจราจร แทนที่จะปิดช่องทางหลักทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ ปลัดกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมทางหลวงทำหนังสือหารือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ของกรมบัญชีกลางในกรณีของโครงการที่มีการลงนามในสัญญาแล้วถึงการเพิ่มค่าปรับให้สูงขึ้น เช่น 100 ล้านบาทต่อกรณีที่เกิดจากความประมาทเลิ่นเล่อของผู้รับจ้างที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต หรือการเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงในทุกโครงการใหม่ๆ ที่ยังไม่ได้ลงนาม เพื่อให้ผู้รับจ้างใส่ใจเรื่องความปลอดภัยนั้น อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลางแล้ว อยู่ระหว่างรอผลการหารือ

