'อนุทิน' เบรกเกมตั้งรัฐบาล รอ กกต. เคาะผล สส. ให้ชัวร์ก่อนเดินหน้าต่อ ลั่น ครม. ชุดใหม่ต้องดีกว่าเดิม ตอบแทนความไว้วางใจจากประชาชน
กลายเป็นปัญหาลูกโซ่เข้าให้แล้ว ภายหลังกระบวนการประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการและการรับรองจำนวนส.ส.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มีแนวโน้มที่จะล่าช้า ทำให้กระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไม่หลีกเลี่ยงได้ โดยในเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า จะยังไม่มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้นจนกว่ากกต.จะยืนยันการนับคะแนนเลือกตั้งแล้วเสร็จ 100 % เพราะต้องการเดินหน้าด้วยความมั่นใจ อยากจะดูจำนวนสส. ของพรรคที่มีความชัดเจนก่อน แม้แต่พรรคภูมิใจไทย ตอนแรกตอนหัวค่ำวันที่ 8 กพ. ก็จะดีใจว่าสส. เขตจะได้ 180 แต่ไปๆมาๆ ตอนนี้เหลือ 173-174 ขณะนี้จึงยังไม่นิ่ง
นายอนุทิน ระบุอีกว่า การประชุมพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ไม่ได้มีวาระพิเศษ เป็นเพียงการเชิญผู้ที่ได้ทราบผลว่าชนะอย่างไม่เป็นทางการ มาหารือกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีข้อบกพร่อง และ อะไรที่ควรปรับปรุงบ้าง ขณะนี้ยังนับคะแนนไม่เสร็จเลย ยังนับได้ร้อยละ 92-93 ตอนนี้พยายามทำให้สมองปลอดโปร่งก่อน เพราะยังมีความเป็นนายกฯ ที่ต้องบริหารราชการแผ่นดินในช่วงนี้ จะเอาเวลาไปคิดแต่เรื่องของตัวเอง พรรคตัวเองได้กี่คน อย่างเดียวไม่ได้ เพราะยังมีสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังเกิดประปราย แต่โชคดีที่มีหน่วยงานความมั่นคงให้ความร่วมมือ และภาคพลเรือนร่วมด้วยเป็นอย่างดี จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจว่าแม้จะเป็นช่วงการเลือกต้้ง แต่รัฐบาลยังไม่หยุดทำหน้าที่ให้แก่ประชาชน
สำหรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ต้องดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ถ้าประชาชนเชื่อว่าบุคลากรที่มีอยู่ในรัฐบาลปัจจุบันมีความสามารถเป็นที่ชื่นชมของพวกท่าน จะถอยให้กลับมาแย่กว่านี้ไม่ได้ มีแต่ทำให้ดียิ่งขึ้นไป ถือเป็นความตั้งใจเดิมอยู่แล้ว คะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนให้มาขนาดนี้ จะทำอะไรเล่นๆเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้ เพราะมีคะแนนเสียงเหล่านี้คอยกดหัวบ่าอยู่ ต้องตอบสนองต่อความมั่นใจและความเมตตาของประชาชน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันถึงท่าทีของพรรคต่อการเข้าร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งพรรคก็ได้แสดงจุดยืนและท่าทีอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไข ในการว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ไปในช่วงของการหาเสียงแล้วก็ยึดตามนั้นทุกประการ ไม่ต้องรอสาย ทั้งหมดเป็นไปตามเงื่อนไข ว่าเราไม่ร่วมกับพรรคไหน ถ้าจะไปร่วมก็ต้องมีเรื่องของนโยบาย รวมถึงเงื่อนไขอื่นๆ ที่เราได้พูดไปแล้ว
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่า เมื่อมาเป็นนักการเมืองแล้ว ต้องเป็นได้ทั้ง2 ฝ่าย แต่ตนมั่นใจว่าเดินมาถูกทางแล้ว และเป็น สส. ก็ต้องดูแลพื้นที่เป็นสำคัญ

