วันนี้ (13 ก.พ.) น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ที่ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพราะพรรคประชาชนส่งนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หรือม็อบสามนิ้ว ลงสมัครแทนและชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เปิดเผยในรายการถกไม่เถียง ทางสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 ในตอนหนึ่งระบุว่า ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วออกมาโวยวาย ทำไมไม่ไปลงพรรคอื่น ลงปาร์ตี้ลิสต์พรรคอื่นก็ได้ ทำไมไม่ลง แล้วทำไมถึงมาบอกว่าเคารพในการตัดสินใจของพรรค และไม่ได้คิดว่าจะลงต่อ ไม่เคยไปสมัครพรรคไหน ไม่เคยไปคุยกับพรรคไหนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นข้อครหาที่ว่า ไม่ได้ลงต่อ แล้วมาโวยวาย คุณต้องลบออกไปจากสมองเลย
.
"คนที่มาคอมเมนต์เป็นหมื่นเป็นแสนคอมเมนต์ คอมเมนต์เดียวกัน ไอสเปกเตอร์ ซี ที่อยู่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ ถ้าคุณไม่หยุด ดิฉันตัดไฟนะคะ ดิฉันบอกก่อน ทำไมจะไม่รู้ ไอโอมีทุกพรรคค่ะคุณ มีทุกพรรคอยู่แล้ว ฟ้องก็ฟ้องค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ปิดสเปกเตอร์ ซีไปเลยค่ะ ถ้าเกิดจะฟ้องมันก็ต้องมีหลักฐานสิคะ ถูกไหมคะ"
.
เมื่อถามว่า จุดเริ่มต้นที่ฟาดแรงคืออะไร ทนไม่ไหวเหรอที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้องไห้ในรายการสรยุทธ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า มันไม่เกี่ยวกับการร้องไห้ ตนเป็นคนที่รักพรรคประชาชน ตนรักพรรค ถ้าไม่รักพรรค คงย้ายไปพรรคเพื่อไทยหลังจากที่ออก
.
เมื่อถามว่า สเปกเตอร์ ซี คืออะไร น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า เป็นหน่วยงานไอทีของพรรคประชาชน แต่ไม่ได้มาชี้แจงกับ สส. โดยตรงว่าทำงานอะไร แต่ก็จะมีคนคอยมอนิเตอร์คอมเมนต์ หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรค ไม่ว่าจะเป็นทางสื่อมวลชน พูดถึงพรรคยังไง ทั้งฝั่งท็อปนิวส์และฝั่งที่เชียร์พรรคประชาชน แล้วแก้ตัวให้พรรค ชี้แจงให้มันถูกร่องถูกรอยว่าไม่ได้ถูกเข้าใจผิด เป็นคนที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ถามรายละเอียดแต่ตนทราบว่าเขาทำเรื่องนี้ คอยมอนิเตอร์ความคิดเห็นเกี่ยวกับทางการเมืองและพรรค รวมทั้งเป็นทีมที่ทำคอนเทนต์ด้วย เป็นการตอบโต้ด้วย การทำคอนเทนต์บางทีมันก็ไม่พอ เพราะบางทีเวลาไอโออย่างของกองทัพมาลง หรือไอโอนางแบก (กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย) มาลง มันก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ด้วยการคอมเมนต์ โพสต์อย่างเดียวมันก็ไม่พอ มันก็ต้องมี มันมีทุกพรรค ไม่ใช่เรื่องผิด
.
"ดิฉันไม่ได้บอกว่าพรรคประชาชนเป็นคนเลวที่มีสเปกเตอร์ ซี เขามีกันทุกพรรค ดิฉันไม่เคยโดนถล่มโดยสเปกเตอร์ ซี มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันโดนถล่มโดยไอโอส้มเป็นครั้งแรก แต่ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยโดน ก่อนหน้านี้ก็จะโดนนางแบกแล้วก็เป็นกองทัพ รัก 112 SAVE 112 อะไรอย่างนี้ที่จะมาถล่มดิฉัน"
.
รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด (SPECTRE C CO., LTD.) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2563 ทุนจดทะเบียน 1.43 ล้านบาท ตั้งอยู่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ดำเนินธุรกิจหลักด้านการให้คำปรึกษากฎหมายและทนายความ โดยมีข้อมูลความเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองและเคยได้รับงานจ้างผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์
.
ก่อนหน้านี้เว็บไซต์ฐานเศรษฐกิจระบุว่า บริษัทดังกล่าวมีนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ จากการนำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2566 โดยเป็น 1 ใน 25 ผู้ถือหุ้น แต่สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) วันที่ 8 ส.ค. 2567 จำนวน 24 คน ไม่ปรากฏชื่อของนายศรายุทธ ใจหลัก เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด แต่อย่างใด ทั้งนี้ บริษัท สเปกเตอร์ ซี เคยรับผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกล ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2566 โดยได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 1 ชิ้น 3,000 บาท ผลิตเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2566
.
ข้อมูลจากเว็บไซต์ภาษีไปไหน ระบุว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด เคยมีโครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวน 1 โครงการ ได้แก่ จ้างผลิตสื่อโฆษณาและเช่าพื้นที่โฆษณาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเขตพื้นที่เทศบาลฯ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ของเทศบาลตำบลทากาศเหนือ ต.ทากาศ อ.แม่ทา จ.ลำพูน วงเงินงบประมาณ 32,100 บาท เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2565
.
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2563 ทุนจดทะเบียน 1.43 ล้านบาท มีนายพุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล นายศุภชัย เสียงจันทร์ และนางสาวกัลยกร ศรีวารีรัตน์ เป็นกรรมการบริษัท ประเภทธุรกิจตอนจดทะเบียน กิจกรรมทางกฎหมาย วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการรับเป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ ตลอดจนการให้บริการทางกฎหมายแก่บุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ส่วนประเภทธุรกิจที่ส่งงบการเงินปีล่าสุด การจัดพิมพ์จำหน่ายหรือเผยแพร่งานอื่นๆผ่านทางออนไลน์ วัตถุประสงค์ การบริการตัดต่อภาพและเสียง ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ 167 ชั้น 5 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ที่ตั้งเดียวกับ สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ ตรวจสอบงบการเงินพบว่า
.
ปี 2563 รายได้รวม 21,792,366.00 บาท กำไรสุทธิ 403,381.00 บาท
ปี 2564 รายได้รวม 32,972,470.00 บาท กำไรสุทธิ 997,664.00 บาท
ปี 2565 รายได้รวม 34,598,366.00 บาท กำไรสุทธิ 1,293,045.00 บาท
ปี 2566 รายได้รวม 31,128,579.00 บาท ขาดทุนสุทธิ 1,911,008.00 บาท
ปี 2567 รายได้รวม 47,054,530.00 บาท กำไรสุทธิ 5,480,054.00 บาท
......
Sondhi X

