ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีสกัดจับขบวนการลักลิบขนจีนเทา 13 รายเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยึดมือถือเกือบ 300 เครื่อง คาดโยงคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
วันนี้ ( 15 ก.พ. ) พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล 5 กก.3 บก.ทล. นำกำลังจับกุม นายชลธิศ อายุ 37 ปี พร้อมผู้ต้องหาสัญชาติจีนจำนวน 8 ราย, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า สี ขาว ทะเบียน 5 กฎ xx1 กรุงเทพมหานคร ได้ที่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 359 กม. 53-54 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
ต่อมาขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บนทางหลวงหมายเลข 359 ช่วง กม. 53-54 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้สังเกตเห็นรถยนต์โตโยต้า สีขาว ทะเบียน 5 กฎ xx1 กรุงเทพมหานคร มีลักษณะบรรทุกหนักและติดฟิล์มมืดจนเห็นเงาคนภายในผิดปกติ จึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น
จากการตรวจสอบพบ นายชลธิศ อายุ 37 ปี เป็นคนขับ ภายในรถพบกลุ่มบุคคลหน้าตาคล้ายชาวจีนนั่งอัดแน่นมาเต็มคันรถ รวม 8 ราย เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารแสดงตน มีเพียงหญิงชาวจีน 1 ราย ที่อยู่เกินกำหนด และชายชาวเมียนมา 1 รายที่มีพาสปอร์ตแต่ไม่มีตราประทับเข้าเมือง
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระในรถ พบกระเป๋าจำนวน 9 ใบ ภายในอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์สื่อสาร ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือจำนวน 283 เครื่อง, สายชาร์จจำนวน 118 เส้น, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 2 เครื่อง และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ จำนวนมาก
สอบสวน นายชลธิศ คนขับรถชาวไทย ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าให้ไปรับกลุ่มชาวจีนจาก อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อนำไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยจะได้รับค่าจ้าง 10,000 บาท หากส่งถึงจุดหมายสำเร็จ
จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลัง สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ บุกเข้าตรวจสอบโรงแรมเป้าหมายทันที ผลการตรวจค้นพบชาวเมียนมาอีก 5 ราย พักรออยู่ในห้องพักโดยไม่มีเอกสารเข้าเมือง จึงได้ทำการจับกุมตัวรวมยอดผู้ต้องหาทั้งหมดในปฏิบัติการครั้งนี้ 13 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา คนขับรถชาวไทย "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม" ส่วนกลุ่มต่างด้าว แจ้งข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่เกินกำหนด" ก่อนทำตัวตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ และ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลหาตัว "นายหน้า" รายใหญ่และตรวจสอบที่มาของโทรศัพท์มือถือเกือบ 300 เครื่อง เพื่อทลายล้างเครือข่ายข้ามชาตินี้ต่อไป

