xs
xsm
sm
md
lg

ยอดขายอีวีทั่วโลก ม.ค.วูบตามจีน ยุโรปสวนทาง-ไทยโตพุ่งเกิน 3 เท่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ยอดขายอีวีทั่วโลกเดือนที่ผ่านมาวูบลงตามการชะลอตัวในตลาดจีน
ยอดขายอีวีทั่วโลกเดือนมกราคมขยับลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่ดิ่งหนักถึง 44% ถ้าเทียบกับเดือนธ.ค. สาเหตุหลักมาจากดีมานด์ที่วูบลงในจีน หลังจากรัฐบาลเริ่มเก็บภาษีซื้อและลดมาตรการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในอเมริกาส่งผลลบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ยอดขายอีวีในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ยังคงเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาหลีใต้ บราซิล และไทย

ปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถทั่วโลกที่พึ่งพิงตลาดอเมริกาสูงมากต้องบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ถึงราว 55,000 ล้านดอลลาร์จากการลดขนาดโครงการรถยนต์ไฟฟ้า ท่ามกลางสภาพตลาดที่ยากลำบากภายใต้คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สงครามราคาในจีน และรถยนต์หลากหลายประเภทมากขึ้นในยุโรป

รายงานจากเบนช์มาร์ก มิเนอรัล อินเทลลิเจนซ์ระบุว่า เดือนที่ผ่านมายอดขายอีวีทั่วโลกอยู่ที่ 1.2 ล้านคัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 3% และ 44% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.
ดีมานด์จีนซบ

จีนที่เป็นตลาดอีวีใหญ่ที่สุดของโลก มียอดขายเดือนม.ค.ราว 600,000 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 20% และ 55% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเนื่องจากจีนมีบทบาทอย่างมากในตลาดโลก ตัวเลขนี้จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าประจำเดือนแรกของปีนี้ทรุดลง

จีนประเดิมปี 2026 ด้วยการเปลี่ยนแปลงสองนโยบายสำคัญ ได้แก่ การเก็บภาษีซื้อ 5% สำหรับอีวีเป็นครั้งแรกนับจากปี 2014 และการลดการอุดหนุนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่จากการจ่ายอัตราคงที่เป็นระบบสัดส่วน ซึ่งจะทำให้อีวีขนาดเล็กราคาต่ำได้รับการอุดหนุนน้อยลง

หลังจากยกเว้นภาษีและใช้มาตรการอุดหนุนเชิงรุกมานานกว่าทศวรรษ ปี 2026 จะเป็นปีที่อุตสาหกรรมอีวีขับเคลื่อนตามปัจจัยในตลาดมากขึ้น

ยุโรปอุ้มตลาดโลก
ยุโรปกลายเป็นจุดสว่างของตลาดอีวีทั่วโลก ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเดือนที่แล้วอยู่ที่กว่า 320,000 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนม.ค. 2025 ราว 24% แม้ลดลงจากเดือนธ.ค. 33% ก็ตาม แต่ยุโรปถือเป็นภูมิภาคที่โตเร็วที่สุดในปีที่ผ่านมา และยังคงรักษาโมเมนตัมนี้ต่อเนื่องในปี 2026

แม้ปีที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (อียู) ผ่อนคลายเป้าหมายการปล่อยไอเสีย แต่ผู้ผลิตรถยังต้องเพิ่มยอดขายอีวีให้ได้ตามที่กำหนดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับ

นอกจากนั้น ตลาดสำคัญหลายแห่งยังปัดฝุ่นมาตรการอุดหนุนกลับมาบังคับใช้ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่พร้อมใจฟื้นมาตรการจูงใจเพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้ยอดขายอีวีเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 14%, 25% และ 41% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศที่มียอดขายอีวีแข็งแกร่ง เดือนที่ผ่านมายอดขายในนอร์เวย์ดิ่งลงถึง 71% เมื่อเทียบกับเดือนม.ค. 2025 และ 92% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังจากลูกค้าแห่ซื้อรถก่อนที่มาตรการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2026

อเมริกาเหนือแผ่วรับปีใหม่
ปี 2026 น่าจะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับตลาดอีวีอเมริกาเหนือ หลังจากยอดขายเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 90,000 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.ปีที่แล้ว 33% และ 27% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.

อเมริกาเป็นตลาดที่ยอดขายทรุดแรงที่สุด โดยยอดขายเดือนที่แล้วทำสถิติต่ำที่สุดนับจากต้นปี 2022

ตลาดอีวีอเมริกายังอยู่ระหว่างการปรับตัวภายหลังจากที่คณะบริหารของทรัมป์ยกเลิกเครดิตภาษีอีวีเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2025

การยกเลิกค่าปรับภายใต้มาตรฐาน CAFE (มาตรฐานการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยของรถยนต์นั่งในอเมริกา) และนโยบายกีดกันการค้าที่มุ่งเป้าที่การผลิตรถและห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ทำให้บริษัทรถต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ฟอร์ด, เจเนอรัล มอเตอร์ และสเตลแลนทิสบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์หลายพันล้านดอลลาร์จากการชะลอโครงการอีวีในอเมริกาเหนือ

ทางด้านแคนาดากำลังพยายามสร้างเสถียรภาพตลาดหลังจากยุติมาตรการอุดหนุนอีวีตั้งแต่เดือนม.ค. 2025
เดือนที่ผ่านมา แคนาดาบรรลุข้อตกลงกับจีน โดยอนุญาตให้นำเข้าอีวีที่ผลิตในจีนปีละ 49,000 คันภายใต้อัตราภาษีศุลกากรเพียง 6.1% ถือเป็นครั้งแรกนับจากวันที่ 1 ต.ค. 2024 ที่อีวีจีนเสียภาษีนำเข้าให้แคนาดาต่ำกว่า 100%

ภูมิภาคอื่นโตถ้วนทั่ว
สำหรับภูมิภาคอื่นๆ นอกเหนือจาก 3 ตลาดหลักข้างต้น ยอดขายอีวีเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 92% จากเดือนม.ค. 2025 อยู่ที่ราว 190,000 คัน นำโดยเกาหลีใต้ บราซิล และไทย

ในส่วนไทยนั้น ยอดขายอีวีเดือนที่แล้วเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากช่วงเดียวกันปี 2025 อยู่ที่กว่า 44,000 คัน อันเป็นผลจากมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม อิเล็กเทร็คตั้งข้อสังเกตว่า ปกติแล้วเดือนม.ค.มักเป็นเดือนที่แปลกประหลาดในแง่ยอดขายรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีนที่การเปลี่ยนแปลงมาตรการจูงใจที่สิ้นสุดช่วงปลายปีอาจทำให้เกิดกระแสการซื้อล่วงหน้าระลอกใหญ่ ดังนั้น ยอดขายในจีนที่ดิ่งแรงเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.ส่วนหนึ่งจึงเกิดจากปัจจัยด้านฤดูกาล

แต่ปัจจัยที่สำคัญกว่านั้นคือนโยบาย โดยขณะนี้จีนกำลังถอยฉากจากมาตรการกระตุ้นการซื้ออีวี ขณะที่อเมริกายกเลิกเครดิตภาษีอีวี และผ่อนปรนบทลงโทษภายใต้มาตรการประหยัดน้ำมัน ด้านแคนาดายุติมาตรการอุดหนุน และตอนนี้ทำข้อตกลงการค้ากับจีน ส่วนยุโรปฟื้นมาตรการอุดหนุนและเพิ่มความเข้มงวดกฎควบคุมไอเสีย

ถ้าปี 2025 คือปีแห่งการเติบโตร้อนแรง ปี 2026 น่าจะเป็นปีแห่งการทดสอบความอึด โดยตลาดที่ใช้นโยบายสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจะเติบโตต่อไป ส่วนตลาดที่ยกเลิกมาตรการอุดหนุนอาจเผชิญภาวะยอดขายซึมลง อย่างน้อยในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอีวีทั่วโลกจะยังคงดำเนินต่อไป แม้อาจลุ่มๆ ดอนๆ มากขึ้น และถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางการเมืองมากขึ้นก็ตาม