xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”ติดตามปาล์ม จ.สุราษฎร์ธานี วางแผนรับมือผลผลิตออกสู่ตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมการค้าภายในลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมัน ทำแผนรับมือก่อนผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. คาดปีนี้ทยอยออก ไม่กระจุกตัวเหมือนปีก่อน กำชับลานเท โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเตรียมพร้อม ป้องกันปัญหาติดคิว ย้ำจะเดินหน้ากำกับดูแลใกล้ชิดต่อไป เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้กับเกษตรกร

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงผลการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งหารือกับสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ภาพรวมผลผลิตปีนี้ คาดว่าจะทยอยออก ไม่กระจุกตัวรุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา โดยช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. จะเป็นช่วงที่ผลผลิตออกมาก จึงต้องมีการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม และยังพบว่า โรงสกัดหลายแห่งได้ขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับผลผลิตในช่วงกระจุกตัว สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งกรมได้ขอให้โรงสกัดวางแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักรล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ช่วงผลผลิตออกมาก เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาการติดคิวและการชะลอรับซื้อ

ทั้งนี้ ยังได้หารือถึงกรณีการเปิดให้เกษตรกรนำผลปาล์มไปลงลานเทล่วงหน้า แม้มาตรการดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่ตัดปาล์มเอง แต่ส่งผลให้รถของลานเทบางแห่งต้องรอติดคิวนานหลายวัน โดยได้หารือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อวางแผนบริหารจัดการการรับซื้อจากเกษตรกรไปยังร้านเทและโรงสกัดไม่ให้เกิดการติดขัด โดยจะมีการติดตามและวางแผนให้มีการบริหารจัดการคิวและปริมาณรับซื้ออย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทั้งระบบ


“จากการพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร เห็นพ้องว่าการกำกับดูแลโดยกำหนดราคาการรับซื้อผลปาล์มทั้งโรงสกัดและลานเทให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งในปีที่ผ่านมา กำหนดให้รับซื้อในราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 5 บาท เป็นมาตรการที่ช่วยสร้างหลักประกันในช่วงผลผลิตออกมาก ควบคู่กับการดูแลต้นทุนและปัจจัยการผลิต ซึ่งเป็นอีกประเด็นสำคัญที่เกษตรกรสะท้อนให้ภาครัฐช่วยติดตามอย่างใกล้ชิด”นายวิทยากรกล่าว

ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อแสดงข้อมูลกำลังการผลิตของโรงงานสกัด การปิดซ่อมบำรุง สถานที่ตั้งโรงงานและลานเท รวมถึงข้อมูลการรับซื้อ เพื่อให้เกษตรกรใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่จำหน่าย ลดความแออัด และกระจายผลผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละโรงงาน

"กรมจะกำกับดูแลและบริหารจัดการการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตของโรงสกัดอย่างใกล้ชิด พร้อมเข้มงวดตรวจสอบให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา และสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 6.50-7.70 บาท ตามคุณภาพเปอร์เซ็นต์น้ำมัน ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี"นายวิทยากรกล่าว