xs
xsm
sm
md
lg

ACSC เผยสแกมเมอร์ปรับกลยุทธ์ “เน้นหลอกรายใหญ่”สัปดาห์เดียวเสียหายเพิ่ม 52 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ เผย มิจฉาชีพ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ “เน้นหลอกรายใหญ่” ทำความเสียหายเพิ่ม 52 ล้านในสัปดาห์เดียว


วันนี้ (16 ก.พ.) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดเผยตัวเลขสถิติคดีและความเสียหายจากการถูกมิจฉาชีพฉ้อโกงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบ มีคดีแจ้งความเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,290 คดี มูลค่าความเสียหาย 481,879,930 บาท เฉลี่ยยอดความเสียหายประมาณ 68.84 ล้านบาทต่อวัน

อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบจากตัวเลขดังกล่าวพบมีปริมาณลดลงจากห้วงวันที่ 1- 7 ก.พ.69 จำนวน 555 คดี แต่ในส่วนของมูลค่าความเสียหายมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 52,296,423 บาท ซึ่งข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าแม้ภาพรวมจำนวนคดีจะลดลง แต่ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีกลับเพิ่มขึ้น เมื่อคำนวณค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีในสัปดาห์ล่าสุดจะอยู่ที่ประมาณ 66,101 บาทต่อเคส เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ประมาณ 54,759ต่อเคส คาดว่าน่าจะเป็นผลจากการที่มิจฉาชีพเริ่มมีการปรับเปลี่ยนวิธีการหลอกลวงด้วยการมุ่งเน้นความเสียหายต่อรายสูงขึ้นเพื่อให้ได้เงินจำนวนมากต่อครั้ง

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีจำนวนมากถึง 71.6% ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันโดยคนร้ายเน้นหลอกคนจำนวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่าอันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยครั้งนี้การข่มขู่ทางโทรศัพท์ กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า แต่มูลค่าความเสียหายกลับสูงที่สุด แสดงว่าเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากต่อครั้ง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. คือการหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์

จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีห้วงวันที่ 8-14 ก.พ.69 พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายอย่างชัดเจน และหากวิเคราะห์ตามช่วงอายุพบว่า กลุ่มอายุ 31-40 ปี เป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี อันดับ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ คือกลุ่มอายุ 41-50 ปี และอันดับ 3 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ คือกลุ่มอายุ 18-25 ปี

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ยังแจ้งประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนอีกด้วยว่า วิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง จากการซื้อสินค้าทางออนไลน์ ควรเลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” ซึ่งเป็นระบบที่ทางแพลตฟอร์มจะรับเงินจากผู้ซื้อไว้ชั่วคราว และจะโอนเงินให้ผู้ขายก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้วและยืนยันว่าถูกต้องตรงตามที่สั่งซื้อ หากเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับสินค้า, สินค้าปลอม หรือไม่ตรงปก ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้ โดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบและระงับการโอนเงินให้ผู้ขาย

ขณะที่ในส่วนของการช่วยเหลือเหยื่อในช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่อหรือระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 27 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 4,073,121 บาท และ สามารถจับกุมได้ 3 คดี