สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดย ดร. วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และ กองทัพอากาศ (ทอ.) โดย พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการเฝ้าระวังทางอวกาศเพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการเฝ้าระวังทางอวกาศ ยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาบุคลากรของประเทศ และสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงทางอวกาศของชาติ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) เขตดอนเมือง
ปัจจุบัน เทคโนโลยีอวกาศมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน หันมาสนใจงานอุตสาหกรรมด้านอวกาศมากขึ้น การขยายตัวของภาคส่วนนี้ส่งผลให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถของภาคการผลิตในประเทศและสร้างความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น และในขณะเดียวกัน ยังเป็นเทคโนโลยีหลักที่สนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงทั้งการปฏิบัติการทางทหาร และการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม อาทิ การเฝ้าระวังและติดตามวัตถุอวกาศ การลาดตระเวนและเฝ้าตรวจทางอวกาศ รวมถึงการติดต่อสื่อสารทางอวกาศ
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักด้านดาราศาสตร์ของประเทศ มีภารกิจค้นคว้าวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์ และอวกาศ ยกระดับขีดความสามารถของกำลังคนในสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจากการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางดาราศาสตร์ ส่งผลให้เกิดเทคโนโลยีที่สามารถสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง และเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ อาทิ ระบบติดตามวัตถุอวกาศที่สามารถระบุตำแหน่งและติดตามดาวเทียมบนฟ้า พัฒนามาจากระบบกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติที่ใช้ติดตามวัตถุทางดาราศาสตร์เพื่อการศึกษาวิจัย
ขณะนี้ NARIT กำลังออกแบบและพัฒนาระบบตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ โดยได้พัฒนา อุปกรณ์ NARIT I-Mount ที่สามารถติดตั้งกล้องตรวจจับภาพแบบ 360 องศา รวมถึงกล้องตรวจจับความร้อน ระบบเลเซอร์เรนจ์ (Laser range) และเซนเซอร์ ต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 4 อุปกรณ์ซึ่งระบบนี้ได้นำเทคโนโลยีดาราศาสตร์ด้านการติดตามวัตถุท้องฟ้าความแม่นยำสูงมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและติดตามอากาศยานไร้คนขับและวัตถุบินขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำ
ด้าน กองทัพอากาศมีแผนเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและเฝ้าระวังทางอวกาศ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และการจัดการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด นำไปสู่การพึ่งพาตนเองในประเทศสามารถป้องกันภัยคุกคามทางอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนำมาสู่ความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ และ NARIT ในครั้งนี้
ภายใต้ความร่วมมือฯ ดังกล่าว ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันดำเนินงานด้านการค้นคว้าวิจัย และพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการเฝ้าระวังทางอวกาศ โดย สดร. จะสนับสนุนการใช้งานระบบการเฝ้าระวังทางอวกาศ บุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์เก็บข้อมูลดาวเทียม ห้องปฏิบัติการ ตลอดจนให้คำแนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งด้านงานวิจัย และงานพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ด้านกองทัพอากาศ จะสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศ ประสานงานกับองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านทรัพยากร อุปกรณ์ เพื่อการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบเฝ้าระวังอวกาศของไทย เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในยุคที่ความมั่นคงทางอวกาศมีบทบาทยิ่งขึ้น

