ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของ TikTok ตะลุยปล่อยโมเดล AI รุ่นใหม่ล่าสุด "Doubao 2.0" เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงก่อนวันตรุษจีนปีม้าพอดี
Doubao คือแอป AI สัญชาติมังกรที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในจีนตอนนี้ มีผู้ใช้งานรายสัปดาห์สูงถึง 155 ล้านคน ตามข้อมูลจาก QuestMobile ล่าสุดปลายปีที่แล้ว ทำให้ครองอันดับ 1 มาตลอด ส่วนอันดับ 2 คือ DeepSeek ที่มีผู้ใช้ 81.6 ล้านคน
แต่ช่วงระยะหลัง Doubao เริ่มเจอแรงกดดันหนักจากคู่แข่งในประเทศ โดยเฉพาะ Alibaba กับแอป Qwen ที่เพิ่งทุ่มงบโปรโมต 3 พันล้านหยวน (ราว 400 ล้านเหรียญสหรัฐ) แจกคูปองให้ผู้ใช้เอาไปซื้ออาหารเครื่องดื่มผ่านแชทบอทเลย ทำให้ DAU พุ่งจาก 7 ล้าน ไปแตะ 58 ล้านคนในวันเดียว ห่างจาก Doubao แค่ 23 ล้านคนเท่านั้น สะท้อนภาพสงคราม AI ในจีนที่ดุเดือดจริง ๆ
ถามว่าเหตุใด ByteDance จึงรีบปล่อย Doubao 2.0 ออกมาตอนนี้? คำตอบคือเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยปีที่แล้ว เพราะปี 2025 ช่วงตรุษจีน DeepSeek ปล่อยโมเดลเจ๋ง ๆ ออกมาแบบก้าวกระโดด ทำเอา Silicon Valley ช็อกทั้งวงการ เพราะสร้างโมเดลเทียบชั้น OpenAI ได้ในราคาถูกกว่ามาก
ByteDance กับ Alibaba นั้นตกใจกันถ้วนหน้า ปีนี้จึงต้องชิงไหวชิงพริบก่อน เรียกว่าปล่อย Doubao 2.0 ล่วงหน้า เพื่อตัดหน้าคู่แข่ง โดยเฉพาะ DeepSeek ที่มีข่าวว่าจะปล่อยโมเดลใหม่เร็ว ๆ นี้เช่นกัน
จุดเด่นของ Doubao 2.0 อยู่ที่การถูกออกแบบมาเพื่อยุค Agent Era หรือยุคของผู้ช่วย AI Agent ที่จะไม่ใช่แค่ตอบคำถามแบบเดิม แต่สามารถทำงานจริงในโลกแห่งความเป็นจริงได้เลย เช่น การใช้เหตุผลแบบซับซ้อน (complex reasoning) และทำงานหลายขั้นตอน (multi-step task execution) โดยเวอร์ชัน Pro อ้างว่าประสิทธิภาพเทียบเท่า OpenAI GPT-5.2 และ Google Gemini 3 Pro เลยทีเดียว แต่ราคาการใช้งานถูกกว่าถึงเกือบสิบเท่า
ตามรายงานของรอยเตอร์ส ByteDance นั้นยอมรับว่าความได้เปรียบเรื่องต้นทุนนี้สำคัญมาก เพราะงานจริง ๆ ที่ซับซ้อนต้องใช้ inference และ token สูงมาก หากราคาต้นทุนต่ำกว่า ก็สามารถแข่งขันได้สบาย นอกจากนี้ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ByteDance ยังปล่อย Seedance 2.0 โมเดลสร้างวิดีโอ ที่ดังเปรี้ยงปร้างในโซเชียลจีนและต่างประเทศ รวมถึง Elon Musk ยังออกมาชมใน X ด้วย!
สำหรับผู้ชมในประเทศไทยเรา แม้ Doubao จะยังไม่เปิดให้ใช้ตรง ๆ ในไทย (ส่วนใหญ่จำกัดในจีนและผ่าน Volcano Engine API) แต่ข่าวนี้สะท้อนภาพใหญ่ของสงคราม AI โลก ว่าจีนกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ ด้วยต้นทุนต่ำ ประสิทธิภาพสูง และจำนวนผู้ใช้มหาศาล ทำให้โมเดลจากจีนหลายตัวเริ่มไล่ตามหรือแซงหน้าโมเดลตะวันตกในบางด้านได้แล้ว
บทสรุปของเรื่องนี้คือตรุษจีนปีม้าไฟกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนโลก โดยปี 2026 อาจจะเป็นปีที่ AI Agent เริ่มเข้ามาเปลี่ยนชีวิตประจำวันจริงจัง ทั้งช่วยทำงาน ช่วยวางแผน ช่วยจัดการชีวิตแบบอัตโนมัติมากขึ้น และ Doubao 2.0 จะปะทะกับ DeepSeek แรงขึ้นอีกแน่นอน.

