ผู้ตรวจการแผ่นดินขีดเส้น 7 วัน ให้ กกต. ชี้แจงปมร้อนบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หลังถูกร้องส่อขัดรัฐธรรมนูญ ทำลายหลักการลงคะแนนลับ อาจตามรอยได้ว่าประชาชนกาให้ใคร
การเดินหน้าตรวจสอบเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการเลือกตั้งว่าเป็นจะเป็นการลงคะแนนลับหรือไม่ เริ่มมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญภายหลังมีรายงานว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ชี้แจงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการที่ กกต.พิมพ์Barcode และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จนรู้ได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด หรือ พรรคการเมืองใด เข้าข่ายเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 96 หรือไม่ โดยกำหนดให้สำนักงาน กกต.ชี้แจงกลับมายังผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 7 วัน
สำหรับข้อมูลที่ผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ณ เมื่อวันที่ 13 ก.พ.รวม 12 คำร้อง โดยในจำนวนนี้ มีคำร้องที่ยื่นขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีพิมพ์ Barcodeและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหนังสือแจ้งให้ กกต.ชี้แจง มาจาก 3 คำร้อง คือ คำร้องของนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ,นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ และคำร้องจากตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อ
ทั้งนี้ ตามขั้นตอนของผู้ตรวจการแผ่นดินหลังจากได้รับหนังสือชี้แจงจากสำนักงาน กกต.แล้ว ก็จะทำการพิจารณา หากที่ประชุมเห็นว่าคำร้องมีมูลเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญก็จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นว่าไม่มีมูลก็จะสั่งยุติเรื่อง ปัจจุบัน ผู้ตรวจการแผ่นดินที่ปฎิบัคืหน้าที่มีจำนวน 2 คน ได้แก่ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และพล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินอีก 1 คน
ด้านความเคลื่อนไหวของกกต. เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินการด้านการข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เพื่อต่อต้านข่าวเท็จ (Fake News)) โดยมี ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมถึงคณะทำงานฯ และ นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมด้วย เพื่อติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ณ ศูนย์ปฏิบัติงานคณะกรรมการต่อต้านข่าวเท็จ (Fake News) ชั้น 9 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน คณาจารย์ นักกฎหมาย นักวิชาการ จำนวน 209 คน ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ เรื่อง ความรับผิดของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง โดยมีเนื้อหาสรุปได้ดังนี้ 1.การเลือกตั้งโดยลับเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้บุคคลสามารถแสดงเจตจำนงทางการเมืองได้อย่างเสรี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 85 ได้รับรองว่าการเลือกตั้งต้องเป็นการเลือกตั้งโดยตรงและลับ ทั้งนี้ มีการตั้งคำถามว่าการทำเครื่องหมายบาร์โค้ด (bar code) ไว้ในบัตรลงคะแนนเลือก ส.ส. อาจทำให้สืบค้นกลับไปสู่บุคคลที่ทำการลงคะแนนได้ หากเครื่องหมายดังกล่าวเป็นความจริงก็ย่อมทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยลับแต่อย่างใด
2.การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งอาจมิได้ดำเนินอย่างสุจริต ดังจะพบว่ากระบวนการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้งก่อให้เกิดคำถามว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ เช่น การนับบัตรในระหว่างไฟดับ, การขีดคะแนนบนกระดาษที่ซ้อนทับกัน ฯลฯ การประกาศคะแนนของแต่ละหน่วยเลือกตั้งกระทั่งการรวมคะแนนที่แสดงให้ถึงความคลาดเคลื่อนเป็นอย่างมาก
3.การนับคะแนนภาพรวมในระดับชาติที่ดำเนินไปอย่างล่าช้าและคลาดเคลื่อนอย่างสำคัญ ดังจะพบว่าการนับคะแนนในระดับชาติหยุดที่จำนวน 94% ทั้งที่การนับคะแนนในระดับหน่วยเสร็จสิ้นไปภายหลังการเลือกตั้ง แต่แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว ทาง กกต. ก็ยังไม่สามารถประกาศผลอย่างเป็นทางการออกมา ขณะที่ผลการเลือกตั้งที่ได้ประกาศ (ไม่เป็นทางการ) ก็สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น ดังจะพบว่าจำนวนบัตรของการเลือก ส.ส. เขตและการเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ มีความแตกต่างเป็นอย่างมาก ทั้งที่เมื่อบุคคลเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้งมาจำนวน 2 ใบ หากจะมีความคลาดเคลื่อนระหว่างจำนวนบัตรก็ไม่ควรมีความแตกต่างกันมากดังที่เกิดขึ้น
4.การรวบรวมและการจัดเก็บกล่องลงคะแนนที่อาจมิได้กระทำการอย่างถูกต้องและมีเงื่อนงำ ดังจะพบว่าในการรวบรวมและการจัดเก็บของกรรมการประจำหน่วยมิได้ดำเนินไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด หรือการเคลื่อนย้ายและการจัดเก็บกล่องคะแนนที่ทำให้เกิดความสงสัยว่าอาจเปิดโอกาสให้มีการใส่บัตรลงคะแนนลงไปในกล่องคะแนนได้
กกต. เป็นหน่วยงานสำคัญที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างไม่อาจปฏิเสธต่อการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีคำถามและข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นไปโดย “ทุจริตและฉ้อฉล”

