ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 3 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญาหนุ่มพนง.บริษัทโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน กระทำผิดมาตรา 112
วันนี้ (18 ก.พ.) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่อัยการจังหวัดสมุทรปราการเป็นโจทก์ฟ้อง วุฒิภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ31 ปีชาวจ.พระนครศรีอยุธยาพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งเป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฯ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำผิดคอมพิวเตอร์พ.ศ.2550
กรณีเมื่อวันที่2 มิถุนายน 2563 จำเลยแสดงความเห็นลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก ‘รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส’ ดูหมิ่นสถาบันเกี่ยวกับการสวรรคตของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่8
จำเลยให้การปฏิเสธ
คดีนี้จังหวัดสมุทรปราการซึ่งเป็นศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องนายวุฒิภัทรในความผิดตามมาตรา 112 แต่ให้ลงโทษความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ
อัยการโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ด้วย การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชนินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 5 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ศาลอุทธรณ์ภาค1 ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้ 3 ปี 4 เดือน
จำเลยยื่นฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้วคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ตามที่ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษาหรือไม่
ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ดังนัยข้างต้นแล้ว มิได้เป็นการตีความเกินขอบเขตหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังที่จำเลยฎีกา ส่วนปัญหาและผลกระทบต่าง ๆ ที่จำเลยยกขึ้นอ้างมาในฎีกาล้วนเป็นเรื่องที่จำเลยนึกคิดตามความเข้าใจของตนเอง
อย่างไรก็ดีในการพิจารณาคดีของศาลว่า การกระทำใดเป็นความผิดหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงแต่ละคดี โดยต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดในส่วนเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ การตีความดังที่วินิจฉัยข้างต้นมิได้มีผลทำให้ประชาชนไม่อาจแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการ หรือแสดงข้อความโดยสุจริต หรือไม่อาจติชมด้วยความเป็นธรรมได้แต่ประการใด ในทางกลับกัน หากตีความจำกัดให้หมายความเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์อยู่ ย่อมก่อให้เกิดช่องว่างของกฎหมาย และเป็นช่องทางให้เกิดการทำลายความเชื่อถือศรัทธาที่ประชาชนมีต่อคุณค่าในสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านเมืองได้ และสุดท้ายย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
สำหรับคดีนี้เห็นได้ชัดว่า ข้อความที่จำเลยโพสต์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติ ทั้งยังเป็นมิ่งขวัญและหลักยึดเหนี่ยวของพสกนิกรชาวไทย กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนที่ล้วนยังคงรำลึกน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณไม่เสื่อมคลาย ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน และอาจกระทบถึงความมั่นคงของรัฐได้ มิได้เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต หรือติชมด้วยความเป็นธรรม หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการ
การกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (3) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวนายวุฒิภัทรจำเลยไปคุมขังที่เรือนจำกลางสมุทรปราการตามคำพิพากษาศาลฎีกา

