นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้รับทราบความคืบหน้าการยุติข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท Kingsgate Consolidated Limited กรณีเหมืองทองคำอัครา ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจ ถือเป็นข่าวดีของประเทศ
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้รับรายงานจากนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่า บริษัทคิงส์เกตฯ ได้แจ้งถอนข้อเรียกร้องทั้งหมดต่อคณะอนุญาโตตุลาการ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ และคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งยุติกระบวนการอย่างเป็นทางการแล้ว ส่งผลให้ข้อพิพาทที่ดำเนินมายาวนานกว่า 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ โดยประเทศไทยไม่ต้องชำระค่าชดเชยใดๆ ตามที่บริษัทเคยเรียกร้อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการดำเนินงานเชิงรุกของคณะทำงานระงับข้อพิพาท ที่กำหนดยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ปรึกษากฎหมายอย่างใกล้ชิด ใช้แนวทางคู่ขนาน คือ เตรียมความพร้อมต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเจรจาฉันมิตรบนหลักกฎหมาย และยึดหลักสำคัญว่า ต้องไม่สร้างภาระให้กับประเทศไทย จนนำไปสู่การยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจในที่สุด
ทั้งนี้ การสิ้นสุดข้อพิพาทดังกล่าวถือเป็นหลักฐานยืนยันถึงศักยภาพของประเทศไทยในการบริหารจัดการคดีระหว่างประเทศอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดประโยชน์สาธารณะเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลขอยืนยัน การยุติข้อพิพาทครั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากการทำงานอย่างเป็นเอกภาพของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ประชาชน และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

