ล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 9 แล้วจากวันที่ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อ 21 ธ.ค. 2560 สำหรับโครงการ”รถไฟไทย-จีน”ระยะที่ 1 เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง250.77 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุน 179,412.21 ล้านบาท รถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนโดยใช้เทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของจีนทั้งหมด แต่หากนับตั้งแต่มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างกันเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2557 ถือว่าใช้เวลาถึง 11 ปี
ผลงาน ณ วันที่ 25 ม.ค. 2569 โครงการมีความคืบหน้าสะสม 51.743 % ล่าช้า25.808% (แผนงานกำหนด 77.543%) โดยงานโยธาจำนวน 14 สัญญาก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1-1 ช่วงกลางดง – ปางอโศกและสัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก ขณะที่อีก 10 สัญญาอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังเหลืออีก 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง และสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง
โดยปัญหาอุปสรรคที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้า ได้แก่ ไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากพื้นที่ติดปัญหาเวนคืน , การขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการ ทั้งพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวน รวมถึงการปรับแบบก่อสร้าง
@เหตุซ้ำซาก”เครนถล่ม-อุโมงค์ถล่ม”ทำก่อสร้างชะงัก
นอกจากนี้ยังมีประเด็น อุบัติเหตุระหว่างก่อสร้างที่ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก โดยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2567 เกิดเหตุดินถล่มภายในอุโมงค์คลองไผ่ช่วงคลองขนานจิตร ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา งานสัญญาที่ 3-2 (งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง) มีคำสั่งระงับการก่อสร้างถึง7 เดือน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 เกิดเหตุใหญ่ เครนก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญาที่3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด พื้นที่ก่อสร้างบ้านถนนคต หมู่ 11 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หล่นทับรถไฟขบวน 21 ดีเซลรางด่วนพิเศษ กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 32 รายโดยกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งยังอยู่ระหว่างสอบสวนคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนมี.ค.-เม.ย.69 ทำให้ ปัจจุบันมีคำสั่งให้บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ผู้รับจ้างหยุดการก่อสร้างไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบสวนที่อาจจะมีการยกเลิกสัญญาหรือไม่
@อัปเดต 10 สัญญาขยายเวลาก่อสร้างลากยาวปิดจ๊อบปี 70
การก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง250.77 กม.ประกอบด้วย 1. ทางวิ่งทางยกระดับ ระยะทาง 188.68 กม. 2. ทางวิ่งทางระดับดิน ระยะทาง 54.09 กม. 3. อุโมงค์ 2 แห่ง บริเวณมวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 8 กม. งานโยธา 14 สัญญา เสร็จแล้ว 2 สัญญายังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง 2 สัญญา ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญานั้น มีปัญหาอุปสรรคทำให้ต้องขยายสัญญาหลายครั้ง
โดยสัญญาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา ได้แก่
สัญญาที่ 1-1 ช่วงกลางดง – ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร วงเงิน 362 ล้านบาท มีกรมทางหลวง เป็นผู้ก่อสร้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 21 ธ.ค. 2560 กำหนดแล้วเสร็จ วันที่ 30 ก.ย. 2563
สัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก ระยะทาง 11 กม.วงเงิน 3,114.98 ล้านบาท มีบริษัท ซีวิล คอนสตรัคชั่น เซอร์วิสเซส แอนด์ โปรดักส์ จำกัด เป็นผู้รับจ้างสัญญาเริ่มต้นวันที่ 30 เม.ย. 2562 สิ้นสุด วันที่ 21 ต.ค. 2563 มีการขยายระยะเวลา สัญญาครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 26 พ.ค. 2564 และขยายสัญญาครั้งที่ 2 เป็นสิ้นสุด วันที่ 31 ส.ค. 2566
ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญาได้แก่
สัญญาที่ 3-1 ช่วงแก่งคอย - กลางดง และช่วงปางอโศก – บันไดม้า ระยะทาง30.21 กม. วงเงิน 9,348.99 ล้านบาท มี บริษัท กิจการร่วมค้า ITD - CREC No.10 จำกัด (ประกอบด้วย บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ ร่วมกับพันธมิตรซีอาร์อีซี) เป็นผู้รับจ้าง เริ่มงานวันที่ 1 พ.ย. 2566 สิ้นสุด วันที่ 4 ธ.ค. 2570 ก่อสร้างคืบหน้า 28.520 % ล่าช้า 0.620 % (แผนงาน 27.900 %)
สัญญาที่ 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม.วงเงิน4,279.33 ล้านบาท มี บมจ. เนาวรัตน์พัฒนาการ สัญญาเริ่มต้นวันที่ 19 เม.ย. 2564 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 2 เมษายน 2567 มีการขยายระยะเวลาสัญญา ครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 7 มิถุนายน 2568 และขยายสัญญาครั้งที่ 2 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ( ผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์ค่าปรับร้อยละ 0 จนถึงวันที่ 16 ก.พ. 2570 ) ก่อสร้างคืบหน้า 99.810 % ล่าช้า 0.190 % (แผนงาน 100 %)
สัญญาที่ 3-3 ช่วงบันไดม้า – ลำตะคอง ระยะทาง 26.10 กม. วงเงิน 9,838 ล้านบาท มี บจ. ไทย เอ็นยิเนียร์ และอุตสาหกรรม เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 19 ก.พ. 2564 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 3 ก.พ. 2567 มีการขยายระยะเวลาสัญญา ครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 3 ม.ค. 2569 และขยายสัญญาครั้งที่ 2 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 3 ก.ย. 2569 ( ผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์ค่าปรับร้อยละ 0 จนถึงวันที่ 13 ม.ค. 2571 ) ก่อสร้างคืบหน้า 59.660 % ล่าช้า 17.150 % (แผนงาน 76.810 %)
สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง - สีคิ้ว และกุดจิก – โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. วงเงิน 9,848 ล้านบาท มี บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ เป็นผู้รับจ้างสัญญาเริ่มต้นวันที่ 26 ม.ค. 2564 สิ้นสุดวันที่ 10 มกราคม 2567 มีการขยายระยะเวลาสัญญา 1 ครั้ง ไปสิ้นสุด วันที่ 20 พ.ค. 2568 ( ผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์ค่าปรับร้อยละ 0 จนถึงวันที่ 23 ม.ค. 2569) ก่อสร้าง คืบหน้า 99.640 % ล่าช้า3.540 % (แผนงาน 96.100 %)
สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. วงเงิน 7,750 ล้านบาท มีกิจการร่วมค้า SPTK (ประกอบด้วย บริษัท นภาก่อสร้าง จำกัด บริษัท ทิมเซคาร์ตาร์ เอสดีเอ็น บีเอชดีจำกัด และ บริษัท บิน่า พูรี่ เอสดีเอ็น บีเอชดี จำกัด) เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 26 ม.ค. 2564 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่10 มกราคม 2567 โดยได้มีการขยาย ระยะเวลาสัญญา ครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 25 มีนาคม 2568 และขยายระยะเวลาสัญญาครั้งที่ 2 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 10 มีนาคม 2569 และอยู่ระหว่างขอขยายสัญญาครั้งที่ 3
สำหรับสัญญา 3-5 มีประเด็นปรับแบบก่อสร้าง จากระดับดิน จากทางวิ่งระดับดิน 7.8 กิโลเมตร ให้เป็นทางวิ่งยกระดับบริเวณโคกกรวดถึงบ้านใหม่ ตามข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทำให้ต้องปรับเพิ่มวงเงินค่าจ้างอีก 2,052.08 ล้านบาท และขยายระยะเวลาก่อสร้างอีก 36 เดือน โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนเสนอครม. ก่อสร้างคืบหน้า 17.352 % ล่าช้า 81.798 % (แผนงาน99.150 %)
สัญญาที่ 4-2 ช่วงดอนเมือง – นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. วงเงิน 10,570 ล้านบาท มี บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 20 ม.ค. 2565 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 3 มกราคม 2568 โดยได้มีการขยายระยะเวลาสัญญาครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 6 ต.ค. 2569 ก่อสร้างคืบหน้า 9.140 % ล่าช้า 52.540 % (แผนงาน 61.680 %) อยู่ระหว่างพิจารณาขยายสัญญา ไปถึงปี 2570
สัญญาที่ 4-3 ช่วงนวนคร – บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. วงเงิน 11,525.36 ล้านบาท มี กิจการร่วมค้า ซีเอเอ็น จำกัด (ประกอบด้วย บริษัท นภาก่อสร้าง จำกัดบริษัท ทิมเซคาร์ตาร์ เอสดีเอ็น บีเอชดีจำกัด และ บริษัท บิน่า พูรี่ เอสดีเอ็น บีเอชดี จำกัด)เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 30ส.ค. 2564 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 13 ส.ค. 2567 โดยได้มีการขยายระยะเวลาสัญญาครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 23 มกราคม 2568 และขยายสัญญาครั้งที่ 2 เป็นสิ้นสุด วันที่ 20 เม.ย. 2569งานคืบหน้า 64.280 % ล่าช้า 34.140 % (แผนงาน 98.420 %)
สัญญาที่ 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย วงเงิน 6,573 ล้านบาท มี บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 27 ก.ย. 2565 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 10ก.ย. 2568 โดยได้มีการขยายระยะเวลาสัญญาเป็นสิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค.2569 ก่อสร้างคืบหน้า 54.765 % ล่าช้า 29.945 % (แผนงาน 84.710 %) อยู่ระหว่างพิจารณาขยายสัญญา ไปถึงปี 2570
สัญญาที่ 4-6 ช่วงพระแก้ว – สระบุรี ระยะทาง 31.60 กม. วงเงิน 9,429 ล้านบาท มี บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 20 ม.ค. 2565 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 4 ม.ค. 2568 โดยได้มีการขยายระยะเวลาสัญญาครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 22ก.พ. 2570 ก่อสร้างคืบหน้า18.760 % ล่าช้า 43.960 % (แผนงาน 62.720 %)
สัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี – แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม. วงเงิน 8,560 ล้านบาท มี บมจ.ซีวิลเอ็นจิเนียริง เป็นผู้รับจ้าง สัญญาเริ่มต้นวันที่ 19 ก.พ. 2564 สิ้นสุดตามกำหนดเดิมในวันที่ 3 ก.พ. 2567 โดยได้มีการขยายระยะเวลาสัญญาครั้งที่ 1 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 7 มิ.ย. 2568 และขยายสัญญาครั้งที่ 2 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 25 ธ.ค. 2568 ( ผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์ค่าปรับร้อยละ 0 จนถึงวันที่ 6 พ.ค. 2570) ก่อสร้างคืบหน้า 70.200 % ล่าช้า 3.510 % (แผนงาน 73.710 %)
@โครงสร้างร่วมไฮสปีด 3 สนามบิน ยังติดหล่มแก้สัญญา ซี.พี.
ส่วนอีก 2 สัญญาที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง คือ สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. ซึ่งเป็นช่วงโครงสร้างทับซ้อนกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภุมิ-อู่ตะเภา) ที่ยังต้องรอข้อสรุปแก้สัญญาสัมปทานของคู่สัญญาบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด หรือ ซี.พี. เนื่องจาก รฟท. ได้ให้เอกชนดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างร่วม
“กรณีแก้ไขสัญญาร่วมทุนฯรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน หากได้ข้อสรุปภายในปี2569 รฟท.กำหนดให้ซี.พี.เริ่มก่อสร้างช่วงโครงสร้างทับซ้อนรถไฟไทย-จีนสัญญาที่ 4-1 ทันที ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลา 2-3 ปี หรือเสร็จในปี 2572 “
@เสียเวลาอีก 6 เดือน ปรับแบบสถานีอยุธยาประมูลใหม่
ส่วนสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ – พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม. วงเงิน เดิมอยู่ที่11,801 ล้านบาท โดยมีการประมูล ผู้รับเหมาเสนอราคาที่ วงเงิน 10,325.90 ล้านบาท เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกในบริเวณสถานีอยุธยา ปัจจุบัน ได้ข้อยุติแล้ว ขณะที่ผู้ชนะประมูลไม่ยืนราคาต่อ ทำให้รฟท.ต้องดำเนินการประมูลหาผู้รับจ้างรายใหม่ ทั้งนี้ รฟท.มีความจำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างส่วนของสถานีอยุธยาใหม่ เนื่องจากต้องขยับจากตำแหน่งเดิมมีระยะห่างจากสถานีอยุธยาเดิม ซึ่งเป็นเขตโบราณสถานไม่น้อยกว่า 15 เมตรโดยอยู่ระหว่างการเจียดจ่ายงบประมาณปี 2569 เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาดำเนินการออกแบบรายละเอียด (Detail & Design) ใหม่ใช้ระยะเวลาออกแบบ 4 เดือนหากรวมกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค.-ส.ค. 2569 และประมูลช่วงปลายปี 2569 และต้องใช้วลาก่อสร้างอีกประมาณ 3 ปี
@ งานระบบสัญญา 2.3 ยังออกแบบไม่เสร็จ
นอกจากงานโยธาแล้ว ยังมีงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร (สัญญา 2.3) วงเงิน 50,633.5 ล้านบาท มีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันนัล (China Railway International Co., Ltd.) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์เปอเรชัน (China Railway Design Corporation) รัฐวิสาหกิจของจีน ดำเนินการ ลงนามเมื่อ 28 ต.ค. 2563 มีระยะเวลาดำเนินงาน 64 เดือน ตามสัญญาสิ้นสุด ก.พ. 2569 นั้น เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้งานหยุดชะงัก
โดยสัญญา 2.3 มีงาน 3 ส่วน ได้แก่ 1. งานออกแบบระบบทั้งหมดและขบวนรถไฟ 2. งานติดตั้ง จะเริ่มหลังจากงานออกแบบเสร็จ และงานโยธามีความคืบหน้าสามารถส่งมอบพื้นที่ให้เข้าวางราง และติดตั้งระบบไฟฟ้า, อาณัติสัญญาณ, ระบบสื่อสารได้ รวมถึงการผลิตขบวนรถไฟ และ 3. งานฝึกอบรม ซึ่งมีการจัดตั้งองค์กรบริหารรถไฟความเร็วสูงด้วย ปัจจุบัน งานคืบหน้าไปเพียง 1.181% ล่าช้า96.71% (แผนงาน 97.890%)
@ ดันประมูล เฟส 2 นครราชสีมา – หนองคาย ในปี69
ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ระยะทางรวม 357.12 กม. วงเงินลงทุนรวม 256,403.48 ล้านบาท ระยะทางรวม 357.12 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางยกระดับ 202.48 กิโลเมตรและทางระดับดิน 154.64 กิโลเมตร แนวเส้นทางมีสถานีรายทางหลัก 5 สถานีได้แก่ สถานีชุมทางบัวใหญ่ บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 และผ่านความเห็นชอบรายงาน EIA แล้ว
ปัจจุบัน การรถไฟฯอยู่ระหว่างจัดทำร่าง TOR โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี 2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 48 เดือน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574
ปัญหาอุปสรรคมากมายที่ทำให้การก่อสร้างรถไฟไทย-จีนล่าช้า และกลายเป็นโครงการที่ใช้เวลาก่อสร้างมาราธอน ที่ผ่านมา รฟท.ปรับแผนเปิดให้บริการ จากปี 2569 เลื่อนเป็นปี 2571 ล่าสุด ขยับเป้าไปเป็น ปี 2573 เท่ากับใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 13 ปี!!!

