ไทยลั่นพร้อมตอบโต้ทุกเวทีโลก หลังกัมพูชากล่าวหาบุกรุกดินแดน เตือนหยุดบิดเบือนข้อมูล ย้ำจุดยืนสันติภาพต้องเกิดจากความร่วมมือจริงจัง
ภายหลังจากที่นายฮุน มาเนต ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวต่างประเทศ ขณะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุม "คณะกรรมการสันติภาพ" (Board of Peace) โดยระบุพาดพิงฝ่ายไทยว่า กองทัพไทย กำลังยึดครองพื้นที่ที่ลึกเข้าไปในดินแดนกัมพูชาในหลายจุด ส่งผลให้ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเริ่มปะทุอีกครั้ง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของไทยพร้อมใช้เวทีโลกตอบโต้กัมพูชาในทุกกรณี
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ในเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พูดคุยกับนายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชามาโดยตลอด แต่เป็นเรื่องอ่อนไหวต้องใช้เวลาในการพูดคุยและไม่สามารถเห็นผลทันที ในการประชุมหรือหารือกันไม่กี่ครั้ง ต้องให้เวลา ส่วนการปักปันเขตแดนทางบกนั้น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission - JBC) จะเดินหน้าอีกครั้งหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของไทย
นายปาณิดล กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในภาพรวมว่า ยังคงปฏิบัติให้ เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม อย่างเคร่งครัด โดย ในระดับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยและกัมพูชามีการประสานงานพูดคุยแก้ปัญหา ในส่วนของกองทัพมีการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง ระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งไทยและกัมพูชา และ ผบ.หน่วยพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ในการแก้ไขปัญหาฉุกเฉิน และตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยยังพบการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของฝ่ายกัมพู ซึ่งฝ่ายไทยมีพันธกรณีที่ต้องดำเนินการรายงานต่อองค์กรอนุสัญญาออตตาวา พร้อมยืนยันว่าไทยต้องการเห็การหยุดยิงที่ยั่งยืน ดังนั้นทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องร่วมมือกันจริงจังเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน โดยรัฐบาลชุดใหม่จะพิจารณาแนวทางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อไป
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่กัมพูชายังคงกระทำการยั่วยุ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน และกล่าวหาไทยและปล่อยข่าวเท็จกับประชาคมระหว่างประเทศนั้น ฝ่ายไทยก็ติดตามและตอบโต้ชี้แจงในทุกเวที โดยเฉพาะในกรอบ UNESCO เป็นการลดทอนความสัมพันธ์และการเดินหน้าสู่บรรยากาศที่ดีขึ้นระหว่างทาง ไทยจึงขอเรียกร้องให้กัมพูชาใช้ประโยชน์เต็มที่จากช่องทางการประสานงานในการสื่อสารจากทั้งสองฝ่ายตามที่ได้ตกลงกันไว้ และขอเรียกร้องให้กัมพูชากำกับดูแลกำลังพลตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด ไม่ให้กระทำการยั่วยุต่างๆ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วมที่ผ่านมา ซึ่งทหารไทยได้ใช้ความอดทน อดกลั้น และยึดสันติวิธีอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ มีกำหนดจะเดินทางเยือนนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) สมัยที่ 61 ระหว่างวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงการประชุมระดับสูง (high-level segment) ที่นครเจนีวา นายสีหศักดิ์จะเป็นผู้แทนไทยกล่าวถ้อยแถลงในการประชุม HRC โดยจะย้ำผลกระทบของขบวนการ ออนไลน์สแกม จากมุมมองสิทธิมนุษยชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการตกเป็นเหยื่อ การหลอกลวงทางการเงิน การบังคับใช้แรงงาน การลิดรอนเสรีภาพ ความรุนแรงทางจิตใจ และการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ จะพบและหารือผู้บริหารระดับสูงขององค์การสหประชาชาติถึงแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับสหประชาชาติในมิติต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สำคัญ ๆ ในภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของไทยบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม และสอดคล้องกับถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ทั้งสองฝ่ายลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

