ดีลตั้งรัฐบาลกล้าธรรม-ภูมิใจไทยยังอึมครึม สวนทางธรรมนัสที่ออกมาเปรยเรื่องเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ ชี้เป็นเรื่องน่ากังวลกว่าการตั้งรัฐบาล ขณะที่อนุทินยังคงเก็บตัวเงียบ เลี่ยงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
ความไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างพรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทยเริ่มก่อตัวรุนแรงมากขึ้นทุกที ภายหลังจนถึงเวลานี้ทั้งสองพรรคยังไม่ประกาศร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ในทางตรงกันข้ามปรากฎว่าร้อยเอกธรรมรัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กลับพูดถึงเรื่องการเลือกตั้งที่อาจเป็นโมฆะออกมาอย่างมีนัยสำคัญ
ในเรื่องนี้ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า เสัญญาณการเข้าร่วมรัฐบาลยังคงยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติมไปกว่าที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แถลงไว้ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคกล้าธรรม วันที่ 19 ก.พ.นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และสส.ในสังกัดพรรค ก่อนที่จะเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ยุโรป ซึ่งไม่ใช่การไปพักใจ เป็นไปตามกำหนดการที่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นปีแล้ว ตอนนี้ก็เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ตลอดและหลังในวันที่ประชุมพรรคในวันที่ 19ก.พ.นี้ จะเดินทาง คงต้องปิดโทรศัพท์
ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า เวลานี้เฝ้าติดตามและสอบถามคนรู้จักที่อยู่ในวงการและมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ยอมรับขณะนี้กังวลในเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต. มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่า จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้ตั้งสมมุติฐาน ว่า หากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดโมฆะ ไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้ จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แต่ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมมีความพร้อม หากจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากจะต้องมีการนับคะแนนใหม่มันเสียเวลา การเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดปัญหาจนถึงขั้นเป็นโมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่และสร้างความยุ่งยากอย่างมาก ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลยิ่งกว่าการจัดตั้งรัฐบาล พรรคได้ระดมนักกฎหมายของพรรค ปรึกษาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญและครูบาอาจารย์หลายท่าน โดยเฉพาะอดีตอัยการสูงสุด อดีตตุลาการศาลและอดีตกรรมการการเลือกตั้งหลายท่าน ซึ่งต่างก็แสดงความเป็นห่วงว่า สถานการณ์ในเวลานี้มีความหมิ่นเหม่ หากเป็นประเด็นที่ทำให้การเลือกตั้งถูกวินิจฉัยเป็นโมฆะ จะเป็นเรื่องใหญ่มาก
ด้านความเคลื่อนไหวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนั้น ตลอดทั้งวันเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ไม่มีภารกิจงานอย่างเป็นทางการทั้งในทำเนียบรัฐบาลและนอกทำเนียบรัฐบาล แต่เเก็บตัวอยู่บนห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด ก่อนที่ เวลา 16.09น.นายอนุทิน เดินทางออกจากทำเนียบฯโดยนายกฯ มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และชี้มายังผู้สื่อข่าวที่รอบริเวณด้านข้างตึกไทยคู่ฟ้าผู้สื่อข่าวจึงพยายามตะโกนขอสัมภาษณ์นายกฯ ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาหลังจากที่ผู้นำกัมพูชาให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ระหว่างการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อร่วมประชุม”คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ของทรัมป์ โดยนายกฯ ได้ยกมือขึ้นมาป้องหู เพื่อฟังว่าผู้สื่อข่าวถามว่าอะไร ก่อนจะทำท่าโบกมือปฏิเสธและนำมือมาจับที่คอ เพื่อสื่อว่าเจ็บคอ ไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ และนำมือขึ้นมาปิดปากทำท่าไอ ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบฯ
ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก “สถาบันพระปกเกล้า” เปิดเผยถึงปฏิทินไทม์ไลน์หลังการเลือกตั้ง 2569 โดยคาดการณ์ว่า กกต.พิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด หรือภายในวันที่ 9 เม.ย.2569 ซึ่งจะต้องรับรองผลการเลือกตั้งอย่างน้อยร้อยละ 95 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 จะเข้ารายงานตัวได้ในช่วงวันที่ 10 - 16 เมษายน 2569 ก่อนที่จะเปิดสภา และเข้าสู่วาระการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง จากนั้นจะกำหนดวันเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และจะเข้าสู่โหมดการจัดตั้งรัฐบาล โดยวางปฏิทินเบื้องต้นว่า ในช่วงต้นเดือน พ.ค.2569 ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดวันประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และขั้นตอนจากนั้นในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.2569 จะเป็นช่วงของการจัดตั้ง ครม.นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฯ ช่วงเวลาที่ ครม.ใหม่ เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยไม่มีกำหนดเงื่อนไขเวลาและคาดว่าช่วงกลางเดือน มิถุนายน 2569 นี้ รัฐบาลใหม่จะเริ่มแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน15วันนับจากวันที่เข้ารับตำแหน่ง

