xs
xsm
sm
md
lg

ทนายแฉ ปชน.รับรู้มาตลอด ผู้สมัคร สส.มหาสารคามโดนคดีข่มขืน แต่เมินคำท้วงติง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ภัทรพงษ์" ทนายฝ่ายโจทก์ และยังเป็นอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ก้าวไกล แฉแจ้งพรรคส้มให้ทราบตั้งแต่ปี 66 ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคามมีคดีข่มขืน แต่พรรคเมินคำท้วงติง ส่งลงสมัครถึง 2 ครั้ง ยันโพสต์ไม่ได้หวังทำร้ายพรรค แต่พรรคกำลังทำร้ายตัวเอง

วานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) จากกรณีที่ศาลฎีกาพิพากษา นายธีรวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา โดยได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

โดย นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมา โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้วนะครับ

ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนรอบนี้ ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน

โดยผมเข้าใจว่าเหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง และตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี

แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัคร สส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วว่าจำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ

โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่พรรคเคยขับ ส.ส.ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกลนครราชสีมาเมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร ส.ส.ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย)

สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง