xs
xsm
sm
md
lg

นักข่าวเขมรยื่นอุทธรณ์โทษจำคุก 14 ปี​ข้อหากบฎ ปมถ่ายภาพติดทุ่นระเบิดบนปราสาทตาควาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอพี - นักข่าวชาวกัมพูชา 2 คน ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีกบฎและโทษจำคุก 14 ปี จากการโพสต์ภาพถ่ายบนเฟซบุ๊กที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การปะทะชายแดนกับไทยเมื่อปีที่แล้ว คู่สมรสของนักข่าวคนหนึ่งและเจ้าหน้าที่ศาลระบุเมื่อวันศุกร์ (20)

พร โสเพียบ จากสำนักข่าว Battambang Post TV Online และเพียบ เพียรา จาก TSP 68 TV Online ถูกจับกุมในสถานที่ต่างกันเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ขณะเดินทางกลับจากการทำข่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่าพวกเขาได้ถ่ายภาพในเขตทหารหวงห้าม และภาพหนึ่งในนั้นได้แสดงให้เห็นทุ่นระเบิด ที่ดูเหมือนเป็นการหักล้างกับคำปฏิเสธของทางการกัมพูชาเกี่ยวกับการใช้อาวุธดังกล่าว

พวกเขาถูกศาลจังหวัดเสียมราฐตัดสินลงโทษในเดือน ธ.ค. จากข้อหาจัดหาข้อมูลที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติให้แก่รัฐต่างชาติ ซึ่งโทษจำคุกในข้อหากบฎนั้นมีตั้งแต่ 7-15 ปี

กัมพูชาถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 161 จาก 180 ประเทศและเขตแดนในดัชนีเสรีภาพสื่อโลกประจำปี 2568 ขององค์กรนักข่าวไร้พรมแดน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่สถานการณ์เสรีภาพสื่ออยู่ในระดับ “ร้ายแรงมาก” ตามรายงานขององค์กรที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส

“ทางการกัมพูชาไม่ควรคัดค้านคำอุทธรณ์ของเพียบ เพียรา และพร โสเพียบ ต่อคำพิพากษาที่อยุติธรรมเหล่านี้ และควรหยุดใช้กฎหมายความมั่นคงของชาติที่คลุมเครือเพื่อทำให้การรายงานข่าวที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นความผิดทางอาญา” ชอว์น คริสพิน ผู้แทนอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของคณะกรรมการคุ้มครองนักข่าว ระบุในคำแถลง

กลุ่มสิทธิมนุษยชน Licadho ในกัมพูชาระบุว่า ตามข้อมูลที่ศาลเสียมราฐเปิดเผยในเดือนก.ย. ข้อหาดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโพสต์เฟซบุ๊กที่ชายทั้งสองโพสต์ขณะที่พวกเขากำลังรายงานข่าวการปะทะระหว่างกัมพูชาและไทย

ทั้งสองถูกจับกุมตัวในข้อหาเก็บรวบรวมข้อมูลและถ่ายภาพในเขตทหารหวงห้ามใกล้กับสนามรบ โดยศาลอ้างว่าการกระทำของพวกเขาสามารถบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติได้ ตามรายงานของสมาคมพันธมิตรนักข่าวแห่งกัมพูชา (CamboJa)

ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวางโดยสื่อไทย ที่อ้างว่าภาพนั้นได้แสดงให้เห็นทุ่นระเบิดที่ยังไม่ได้ฝังหลายลูกอยู่ด้านหลัง

กัมพูชาได้ปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่าไม่ได้ใช้ทุ่นระเบิดในความขัดแย้ง โดยระบุว่าตนปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศห้ามการใช้ทุ่นระเบิด แต่ไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดนที่ทำให้ทหารไทยที่ลาดตระเวนได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่ทางการกัมพูชากล่าวว่าทุ่นระเบิดเหล่านั้นอาจตกค้างจากความขัดแย้งที่ยาวนานหลายทศวรรษที่สิ้นสุดลงในช่วงปลายทศวรรษ 1990

ออม สารัธ ภรรยาของเพียบ เพียรา กล่าวกับสำนักข่าวเอพีว่าสามีของเธอไม่มีเจตนาที่จะทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ

“มันไม่ยุติธรรมกับสามีของฉันเลย เพราะเขาแค่เอาสิ่งของไปมอบให้กับทหารแนวหน้าและถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกโดยไม่รู้ว่ามีทุ่นระเบิดอยู่ด้านหลัง” ออม สารัธ กล่าวทางโทรศัพท์จากบ้านของเธอใน จ.บันเตียเมียนเจย

“ถ้าเขารู้ว่ารูปที่เขาถ่ายกับทหารแนวหน้าอยู่ในพื้นที่หวงห้าม เขาอาจไม่เผยแพร่รูปนั้น”

เธอกล่าวว่าเธอได้ยื่นอุทธรณ์ผ่านทนายความและหวังว่าศาลจะตัดสินให้สามีของเธอได้รับความยุติธรรมและให้ทั้งคู่พ้นผิด

ยิน สราง โฆษกศาลจังหวัดเสียมราฐ ยืนยันโทษจำคุก 14 ปีที่ศาลตัดสินให้กับชายทั้งสองคน และกล่าวว่าครอบครัวของทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว

เอพีระบุว่าการสู้รบตามแนวชายแดนในเดือน ก.ค. และเดือน ธ.ค. ทำให้ประชาชนหลายแสนคนในไทยและกัมพูชาต้องพลัดถิ่น และมีทหารและพลเรือนเสียชีวิตประมาณ 100 คน ทั้งนี้ ไม่มีการสู้รบใหม่เกิดขึ้นนั้นตั้งแต่มีการหยุดยิงในเดือน ธ.ค. แม้ว่าความตึงเครียดจะยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม.