กมธ.สธ. วุฒิฯ เดินเกมตรวจสอบงบสปสช. หลังพบข้อมูลค้างจ่ายรพ.อื้อ “สว.ประพนธ์” เรียกร้อง เปิดข้อมูลงบฯ ย้อนหลังอย่างโปร่งใส เหตุรพ.รัฐอ่วม แบกภาระหนี้จนขาดสภาพคล่อง ประเมิน 1-2 ปี รพ.เล็กอยู่ไม่ได้แน่นอน
เมื่อวันที่ (22 ก.พ. 2569) นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การสาธารณสุข วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการบริหารงบประมาณกองทุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากความล่าช้าและความไม่ชัดเจนในการเบิกจ่ายงบประมาณของสปสช.ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดบริการการจัดซื้อยาเวชภัณฑ์และการบริหารค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ ว่า ทางกมธ.ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการบริหารงบประมาณของ สปสช. และผลกระทบต่อโรงพยาบาลของรัฐขึ้น โดยได้เชิญสปสช.เข้ามาชี้แจง แต่ข้อมูลที่ได้รับมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับข้อร้องเรียนที่ทางกมธ.ได้รับมา เช่นทางสปสช. ยืนยันว่าข้อมูลยอดค้างจ่ายไม่เป็นความจริงโอนงบได้ดำเนินการตามปกติ ทั้งที่ยังมีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเชิญสปสช.มาชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อให้ประเด็นที่ยังไม่สอดคล้องกันเกิดความกระจ่างมากขึ้น ทางกมธ.จึงเรียกร้องให้ สปสช. เปิดเผยข้อมูลงบประมาณที่ค้างจ่ายต่อโรงพยาบาลอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งเร่งรัดการจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลที่มีภาระหนัก รวมถึงจัดทำรายงานสถานการณ์ทางการเงินของกองทุนให้ชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ และยุติการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่
นพ.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการบริหารจัดการทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐจำนวนมาก หลายแห่งจำเป็นต้องนำเงินบำรุงสะสมมาใช้เพื่อดำเนินการประจำวัน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาการโอนงบประมาณจาก สปสช. และระบบบริหารงบประมาณของ สปสช. ยังคงใช้แนวทางงบประมาณแบบปลายปิด ซึ่งมีลักษณะการจัดสรรและคำนวณงบประมาณย้อนหลังจากสิ้นปีงบประมาณไปแล้ว ทำให้หน่วยบริการไม่สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องรับภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าโดยไม่ทราบจำนวนเงินที่จะได้รับจริงส่งผลให้หลายโรงพยาบาลประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินและเกิดผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลบางแห่งไม่สามารถจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยได้ ทางกมธ.ยังได้ข้อมูลอีกว่ามีโรงพยาบาลหลายแห่งได้รับการจัดสรรงบไม่เป็นไปตามภาระงาน แต่เบื้องต้นทางรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเองได้ออกมายืนยันแล้วว่าทางสปสช.ได้อนุมัติงบประมาณล่วงหน้าเพื่อลดภาวะการขาดสภาพคล่อง ซึ่งทางกมธ.ต้องไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ และเงินตอบแทนนั้นสอดคล้องกับทรัพยากรทางการแพทย์หรือไม่ งานทางการแพทย์ต้องใช้บุคลากรที่เก่งและมีความสามารถเป็นอย่างมาก หากได้รับค่าตอบแทนที่น้อยกว่าความเป็นจริง โรงพยาบาลเองก็ไม่สามารถอยู่ได้ คาดว่าภายในสองปีนี้โรงพยาบาลขนาดเล็กอาจจะเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ดังนั้นทางกมธ. จะเร่งตรวจสอบและพยายามแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อสาธารณสุขของประเทศไทย

