xs
xsm
sm
md
lg

“แป๊ะซะ” ร้องไห้ สัญญาจะไม่ลืม “แตงโม” จะทำบุญให้ทุกปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“แป๊ะซะ” ร้องไห้ ทำบุญครบรอบ 4 ปี “แตงโม” คิดถึงเพื่อนมาก หวังชาติหน้าจะได้เจอกันอีก มีฝันถึงก่อนทำบุญ มาหาหน้าเศร้า บอกห่วงคุณแม่และ “น้องอีสเตอร์” เชื่อรับรู้ในสิ่งที่ทำให้ สัญญาจะทำบุญให้ทุกปีจนกว่าจะกัน ยอมรับมีน้อยใจ เพื่อนคนอื่นไม่ว่างมาด้วย อัปเดตคดีจาก “หมอธวัชชัย” เป็นไปในทางที่ดี ส่วนตัวคิดว่าเป็นการฆาตกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุ

แม้จะผ่านมา 4 ปีแล้ว สำหรับการจากไปของสาว “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” แต่ครอบครัวและเหล่าเพื่อนสนิทก็ยังคงคิดถึงและหมั่นทำบุญให้อยู่เสมอ อย่างล่าสุดวันนี้ (22 ก.พ.) เพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนของสาวแตงโม อย่าง “แป๊ะซะ พิชัยภูษิต บุตรเนียม” ก็ได้จัดพิธีทำบุญครบรอบให้เจ้าตัว ที่วัดปากน้ำ จ.นนทบุรี ซึ่งงานนี้“พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์” ได้มาร่วมพิธีในช่วงเช้าด้วย ส่วน “คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน” คุณแม่ของแตงโม ได้โอนเงินเป็นปัจจัยมาร่วมทำบุญแทน โดยแป๊ะซะได้เปิดใจกับสื่อทั้งน้ำตา เผยว่าคิดถึงเพื่อนมาก และเชื่อว่าแตงโมรับรู้ในสิ่งที่ทำให้

“คือจริงๆ แล้วผมก็รับปากกับโมไว้ ว่าจะทำแบบนี้ทุกๆ ปีเลย ต่อให้จะมีคนมาหรือไม่มีคนมาก็ตาม ก็จะทำแบบนี้ทุกปี ปีนี้ครบรอบ 4 ปีแล้ว ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่นาน สำหรับตัวเรานะครับ จริงๆ แล้วผมก็ติดต่อแล้วก็เชิญชวนเพื่อนๆ ไปหลายคนครับ แต่ว่าต่างคนต่างก็ติดธุระนะครับ ผมก็เข้าใจ ณ ที่นี้ครับ ก็เข้าใจมากๆ เลย แต่แรกๆ ก็จะรู้สึกแบบน้อยใจหน่อย ว่าแบบอยากจะให้เพื่อนๆ มารวมตัวกัน ก็อยากจะให้มาอยู่ด้วยกัน มาทำบุญร่วมกัน หนึ่งปีมีครั้งหนึ่งครับ แต่ว่าโอเคเขาติดภารกิจ หรือว่าเขามีอะไรต่างๆ ที่จะต้องทำ ผมก็รู้สึกว่าโอเคไม่เป็นไรครับ”

เตรียมงานล่วงหน้ามา 1 เดือน ทำเอาคนเดียวทั้งหมด
“โห ผมเตรียมมาตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วครับ เพราะผมอะเตรียม แล้วก็ชวนเพื่อนด้วยล่วงหน้า เพราะผมรู้ว่าเขาทำงานกันแบบโอเค บอกล่วงหน้าไว้สักเดือนหนึ่ง แล้วก็ทุกอย่างผมก็จัดเตรียมไว้เองหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร ในเรื่องของสังฆทาน หรืออะไรต่างๆ ในเรื่องของการจองวัดต่างๆ ก็ทำเองหมดเลยครับคนเดียว

ทำพิธีแบบพุทธ เพราะสะดวกและสบายใจกว่า พิธีทางคริสเตียนจะเป็นฝั่ง “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร”
“วันนี้ก็มีถวายเพลพระ ถวายสังฆทาน แล้วก็ถวายผ้าไตรพระนะครับ ก็มันก็จะมีพวกคนที่เข้ามาคอมเมนต์ผมนะครับว่าทำไมถึงทำแบบพุทธ คือผมจะบอกตรงนี้เลย ว่าผมถนัดทำแบบนี้จริงๆ ครับ ส่วนทำเรื่องของคริสต์ อาจจะเป็นทางฝั่งของพี่เอน่าจะสะดวกกว่า ผมสะดวกทางฝั่งนี้ ผมก็รู้สึกว่าผมทำแบบนี้แล้วสบายใจ แล้วก็สะดวกกว่า ผมเลยเลือกที่จะทำแบบพุทธครับ”

มั่นใจเพื่อนได้รับผลบุญแน่นอน มีฝันถึงบอกว่าห่วงคุณแม่และ “น้องอีสเตอร์”
“ใช่ครับ มันเป็นการระลึกถึง ในทุกๆ สัปดาห์บางครั้ง ผมก็ยังใส่บาตรให้โม แล้วก็นึกถึงโม เอาตรงๆ ก่อนใกล้ถึงวันที่ครบที่ผมทำบุญเนี่ย ผมก็ฝันถึงโมด้วย ผมก็ไม่รู้ว่าผมอาจจะหมกมุ่นกับความคิดเรื่องของโมมากเกินไปหรือเปล่า แต่ว่าในฝันของผม โมแต่งตัวมาสวยเลยครับ สวยก็เหมือนเดิม ความสวยเหมือนภาพข้างหลังนี้ แต่ว่าเขาก็เศร้า มันเป็นความฝันที่แบบเหมือนจริงมากเลยนะครับ เพราะโมบอกว่าโมเขาห่วงแม่ แล้วก็ห่วงอีสเตอร์ลูกเขา ห่วงมากๆ อีสเตอร์ลูกที่อยู่กับกระติก (อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์) อะครับ เขาบอกเขาห่วง ห่วงมากๆ เลย ในฝันผมก็ได้แค่แบบโอเค เดี๋ยวจะจัดการให้ ในส่วนนี้นะผมขอฝากหนึ่ง คุณแม่ของแตงโม คุณแม่ภนิดา ก็ร่วมทำบุญด้วย แค่ไม่ได้มาด้วยตัวเองเฉยๆ แค่นั้นเองครับ”

เชื่อว่าเพื่อนรับรู้ในสิ่งที่ทำให้
“น่าจะ เพราะว่าผมเองผมเป็นคนชอบพูดลอยๆ ตลอดเวลาผมจะไปไหนมาไหน สมมติผมจะไปพัทยาวันนี้ ผมก็จะพูดว่าโม ไปกับกูไป ไปด้วยกันเถอะ แล้วผมก็คิดว่าโมก็น่าจะรับรู้กับผมทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกวันนี้ผมยังทักไลน์ไปหาโมแทบจะทุกครั้ง ทุกวัน ทุกๆ เทศกาล ผมก็ยังทักไปหาโมอยู่นะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าโมก็น่าจะรับรู้ เพราะว่าเผื่อวันไหนวันใดวันหนึ่ง โมอาจจะเปิดอ่านข้อความผม หรือว่าตอบข้อความกลับมาหาผมบ้างครับ”

กลั้นน้ำตาไม่อยู่ คิดถึง “แตงโม” มากๆ
“(ร้องไห้) มันคิดถึงครับ คิดถึงมากๆ ครับ ผมมีเพื่อนผมที่รักผมอยู่คนเดียว คือคนอื่นๆ ผมก็รักนะ แต่คนนี้ผมก็รักมากๆ เพราะว่าเขาให้โอกาสผม แล้วอีกอย่างผมก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะได้เจอกันมากนัก ก่อนที่เขาจะเสีย แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ร่ำลา หรือว่าโอกาสที่จะขอโทษอะไรเลยสักอย่างหนึ่ง ก่อนที่เขาจะไป แล้วอีกอย่างผมเชื่อว่าโมก็ยังจากแบบยังไม่สงบอะครับ ผมก็เลยยังรู้สึกคิดถึงเพื่อน มันคิดถึงอะครับ มัน... ถ้าผมยังมีโมอยู่ตอนนี้ ผมก็คงจะแบบมีความสุขมากกว่านี้ ผมเชื่อว่าแบบนั้น แล้วโมก็คงจะไม่เจอเหตุการณ์อะไรแบบนั้น ถ้าเกิดผมยังอยู่ ณ ตอนนั้นอะครับ”

“แตงโม” เป็นเพื่อนคนเดียว ที่ให้โอกาสในหลายๆ อย่าง
“เป็นเพื่อนคนเดียวที่ให้โอกาสผมหลายอย่างมาก ให้โอกาสการเข้าสังคม ให้โอกาสเข้าวงการบันเทิง เราอยู่ด้วยกันอะครับ อยู่ด้วยกัน อดด้วยกัน กินด้วยกัน มีความสุขด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน ทะเลาะกัน มันอยู่รวมๆ กัน มันคือแบบเหมือนเราเป็นเพื่อนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าชาติหน้าผมจะได้เจอเขาอีกไหม (เสียงสั่น) หรือว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม เวลาแบบเราคิดถึงใคร หรือว่ารักใครสักคนหนึ่ง เราไม่รู้ครับว่าชาตินี้เราจะได้เจอเขาอีกไหม หรือว่าชาติหน้าเราจะได้เจอกันอีกไหม แล้วเมื่อไหร่เราจะได้เจอกัน มันก็รู้สึกเศร้าแล้วก็รู้สึกดิ่งเหมือนกันครับ บางครั้งถ้าผมอยู่กับตัวเอง”

4 ปีผ่านไป ยังทำใจไม่ได้ เชื่อว่าเพื่อนยังอยู่ด้วยกัน
“ก็ยังครับ ก็ยังไม่... ผมก็ยังเชื่อว่าโมก็ยังอยู่กับผมอะ แต่บางคนก็บอกนะว่าปล่อยให้โมแบบไปเกิดได้แล้ว หรือแบบปล่อยซะ แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าผมแค่อยากจะเก็บไว้เป็นอยู่ในความทรงจำของผมแบบนี้ตลอดไปอะ ผมก็ยังเชื่อนะ ว่าผมไม่รู้ว่าเกิดวันหนึ่งวันใดวันหนึ่งที่ผมไป ผมจะได้เจอโมอีกไหม ผมรักเขาจริงๆ นะ ผมไม่ได้สร้างภาพหรืออะไรทั้งนั้น แต่ว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม เรานิสัยเหมือนกัน มันจะได้เจอใครที่มันเหมือนกันขนาดนี้ แล้วก็รักกันขนาดนี้ ผมรู้สึกว่าผมเสียดายโอกาส เสียดายเวลาครับ ที่โมได้ไปแบบนี้”

ขอให้ได้เจอกันอีกในชาติหน้า วันนี้ทำของโปรดมาถวายเพลให้หมดเลย
“ถ้าได้เจอกันอีก ผมอยากเจอเขาอีก เพราะผมว่ายังมีความสัมพันธ์ ยังมีบุญสัมพันธ์กันอยู่ ชาติหน้าก็คงได้เจอกันเป็น เป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง กันได้อีกครับ วันนี้ตอนที่ทำบุญ ก็อธิษฐานถึงเพื่อนครับ บอกว่าวันนี้มาทำบุญให้นะ ไม่รู้มึงได้รับหรือว่าไม่ได้รับก็ตาม อาหารวันนี้ที่เอามาถวายเพลพระ ก็เป็นของโปรดของโมทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นใบเหลียงผัดไข่ แกงเขียวหวานไก่ ไข่เจียว หมูก้อนทอด คั่วกลิ้งไก่ เป็นของโปรดของโมหมดเลย ที่ผมแบบนึกได้แล้วทำให้โมดีกว่า”

น้อยใจที่เพื่อนๆ ไม่ว่างมา เพราะกลัวเพื่อนลืม “แตงโม”
“ใช่ ผมกลัวเพื่อนลืมแตงโม แต่ผมเข้าใจนะว่าเขามีภารกิจส่วนตัว อาจจะเป็นความเอาแต่ใจของผมที่แบบผมอยากจะให้มา 1 ปีมี 1 ครั้ง ผมก็เตรียมทุกอย่างไว้ให้หมดละ ว่าแบบมาแต่ตัวนะ แต่ว่าเขาติดภารกิจตรงนี้ผมก็เข้าใจ แต่ตอนแรกผมก็โอ๊ย เสียดายจังไม่มา เหมือนโดนปฏิเสธ คนนี้ก็มาไม่ได้ คนนี้ก็ไม่ว่าง ผมก็รู้สึกว่าโมเอ๊ย เหลือกูคนเดียวละ แต่เขาคงไปทำต่างหากแยกออกไป แต่ส่วนตัวผมอะ อยากเจอ ความเอาแต่ใจของผมคืออยากเอามารวมตัวกันและมาเจอกัน 1 ปีมีครั้งหนึ่ง”

คาดเพื่อนๆ น่าจะแยกย้ายกันไปทำ
“น่าจะครับ ผมไม่แน่ใจ อย่างฝั่งของพี่เอ ผมก็เชื่อว่าพี่เอก็น่าจะทำทุกปีเหมือนกัน แต่อันนั้นฝั่งของคริสเตียน”

เผย “คุณแม่ภนิดา” ฝากปัจจัยมาร่วมทำบุญ
“ใช่ครับ คุณแม่ภนิดาฝากมาทำบุญด้วย ให้มาเป็นปัจจัย เป็นเงินจำนวนหนึ่ง บอกเอาไปทำเลยลูก เพราะแม่ไม่สะดวกมานะ ในเรื่องของปัญหาสุขภาพด้วยอะไรหลายๆ อย่าง แล้วก็เรื่องการเดินทางด้วย คุณแม่ไม่สะดวก ทีแรกแม่รับปากผมเลย แล้วแม่ก็ไม่มา (หัวเราะ) แม่ส่งมาเป็นเงินแทน ผมก็โอเคไม่เป็นไร อะผมน้อยใจละหนึ่ง เพื่อนก็ปฏิเสธไม่มาเลย ผมก็โอเคไม่เป็นไร ผมคนเดียวก็ได้ แล้วผมก็บอกโมว่าทุกคนเขาก็คงมีภารกิจแหละ ปีหน้ามึงรวมพลังใหม่นะ เอามาใหม่เอามาเยอะๆ เลยนะ”

มีคนมาหรือไม่มี ก็ยังจะทุกปี
“ไม่ใจเสียเลย ผมต้องจัดทุกปี ผมเชื่อว่าโมก็ยังรอ ผม 1 ปี ผมจะทำ 2 ครั้งนะ งานครบรอบการจากไปของโม 1 แล้วก็วันเกิดของแตงโมอีก 1 ครั้ง ผมก็จะทำ 2 ครั้งต่อปีครับ”

24 กุมภาพันธ์ เวียนมาทีไร ก็ยังเชื่อว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม
“ไม่อยากให้มันเป็นวันนี้เลย จริงๆ ไม่อยากนับวันครบรอบตั้งแต่ครั้งแรกที่นับว่าครบรอบ 1 ปี 1 เดือน หรือ 1 วันก็ตามนะ ไม่อยากให้มันเป็นวันที่แบบโมได้จากเราไป ก็จริงๆ แล้วผมก็ยังเชื่ออยู่ นะครับ ในเรื่องของคดี 4 ปีละ ผมก็ยังเชื่อว่ามันเป็นไม่ใช่ อุบัติเหตุ ก็ยังเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอยู่ สำหรับตัวผมนะครับ ผมก็ยังเชื่อว่าเป็นแบบนี้อยู่ มันเป็นความคิดส่วนตัวของผมนะครับ ผมเชื่อว่าเป็นแบบนั้น ผมก็ยังรู้สึกว่าเป็นแบบนั้นอยู่”

มีอัปเดตคดีกับ “หมอธวัชชัย” แต่พูดไม่ได้
“คุยครับ แต่ผมพูดไม่ได้สักอย่างเลยครับ เป็นการอัปเดต เพราะต้องรอทาง DSI ทางผู้ใหญ่ท่านได้ออกมาแถลง ช่วงนี้งานของ DSI ก็ค่อนข้างเยอะ ประชาชนทุกคนต้องเข้าใจด้วยนะครับ ว่าหลักฐานเริ่มต้นตั้งแต่แรก ตั้งแต่เริ่มต้นอย่างที่อาจารย์ปานเทพได้บอก ว่าติดกระดุมเม็ดแรกก็ผิดแล้ว หลักฐาน พยานแวดล้อม หรืออะไรต่างๆ มันจางไปหมดเลยครับ

เพราะฉะนั้นการที่ DSI จะรวบรวมหลักฐาน ข้อมูล หรืออะไรต่างๆ ปะติดปะต่อเรื่อง มันต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน เพราะด้วยหลักฐานอะไรต่างๆ ที่มันจางหายไปแล้ว มันปนเปื้อนทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็เลยค่อนข้างที่จะใช้เวลาและก็ยากพอสมควร แต่ผมแอบมีกำลังใจและแอบมีความหวังนะครับ ว่าอย่างต่างประเทศใช้เวลา 10-20 ปี ก็ยังไม่สายเกินไปสำหรับคดีคดีหนึ่งที่จะจับคนร้ายมาได้ กับคดีที่ถูกฆาตกรรมหรืออะไรแบบนี้ ผมเชื่อว่าคนไทยหรือว่าตำรวจไทยก็เก่งแบบนี้เหมือนกันครับ

แนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี
“ไปในแง่ดีครับ แง่ดีเลย แต่ผมยังไม่สามารถพูดได้ เพราะว่าบางอย่างผมก็ยังไม่เข้าใจมาก ผมก็ถามพี่หมอว่าพอพูดได้ไหม พี่หมอก็บอกว่าอย่าเพิ่งเลยดีกว่า เดี๋ยวรอทาง DSI ได้ออกมาแถลงข่าวดีกว่าครับ”

ปักใจเชื่อว่าเป็นฆาตกรรม เพราะหลักฐานและการกระทำของคนบนเรือ
“ด้วยต่างๆ ครับ ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ผมก็เชื่อว่าประชาชนหลายๆ คนครับ ดูจากเรื่องของคดีแตงโม หรือว่าสนใจในเรื่องคดีของแตงโมเนี่ย ก็ยังเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง... คือถ้าเกิดมันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ หลักฐานทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะไม่ถูกทำอะไรให้มันเป็นแบบนั้น ผมไม่ได้บอกนะครับว่าใครทำ แต่ผมแค่บอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้เราสงสัยเองครับ ทั้งในเรื่องของคนบนเรือเอย ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ และทำไมถึงไม่อยู่ให้การ หรือว่าการยื่นหลักฐานอะไรต่างๆ หรือเรือที่เกิดเหตุ ทำไมถึงเอาไปปนเปื้อนอะไรแบบนั้น มันทำให้เรารู้สึกว่า อ้าว ทำแบบนี้มันทำให้เราสงสัยเอง เด็ก 3 ขวบมองยังรู้เลยครับผมว่ามันก็น่าสงสัยแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ

ผมไม่เคยบอกนะครับว่าคนบนเรือทำอะไร แต่ผมแค่อยากจะบอกให้คนบนเรือพูดความจริงให้หมด บอกความจริง มีอะไรบอกความจริงให้หมดไปเลย แล้วทุกอย่างเดี๋ยวตำรวจก็คงจะไปจัดการให้ต่อเอง ผมเชื่อว่าตำรวจเก่ง DSI เก่ง ผมเชื่อแบบนั้น ผมไม่รู้นะครับว่าทั้ง 5 คนนั้นจะรู้สึกยังไง แต่ผมอะสูญเสียเพื่อนผมไป ผมก็ต้องรู้สึกและก็ต้องคิดแบบนั้น เพราะคุณทำให้ผมสงสัยเอง (ยังไม่มีฟีดแบ็กอะไรมาถึงเราใช่ไหม?) ยังครับ ไม่มีตั้งแต่แรก ผมไม่เคยได้รับฟีดแบ็กอะไรกลับมา ในทางที่แบบเหมือนโดนขู่หรืออะไรใช่ไหม ไม่มีครับ”

ยกนิ้วเกี่ยวก้อยสัญญา จะทำบุญระลึกถึง “แตงโม” ทุกปี
“ก็สัญญาเนอะว่าจะทำแบบนี้ทุกปี จะนึกถึงแบบนี้ตลอด แล้วก็จะเป็นเพื่อนกันแบบนี้ตลอด จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง มึงไปแล้ว เหลือกู แต่กูก็ยังทำแบบนี้อยู่จนกว่ากูจะไม่บนโลกใบนี้แล้ว ก็ยังทำแบบนี้ สัญญาจากหัวใจเลย ว่าจะทำแบบนี้ทุกๆ ปี (ร้องไห้) แล้วก็จะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ ครับ รักมึงนะแตงโม”