กกต.ถูกมองยอมรับผิด หลังสั่งลงคะแนนใหม่แต่เปลี่ยนบัตรไร้เลขต้นขั้ว อดีต กกต. ชี้ชัดอาจเป็นการสารภาพว่าบัตรเดิมมีปัญหา เสี่ยงถูกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะซ้ำ
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ได้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ จำนวน 3 แห่ง ตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบด้วย 1.การออกเสียงลงคะแนนใหม่การเลือกตั้ง สส.แบบเขตเลือกตั้ง จังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน 2.การออกเสียงลงคะแนนใหม่การเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ตำบลโพนสูง และ 3. การออกเสียงลงคะแนนใหม่เลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและสส.แบบบัญชีรายชื่อ และกาลงคะแนนออกเสียงประชามติ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งและเขตออกเสียงประชามติที่ 15 หน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติที่ 9 แขวงคันนายาว แต่ปรากฎว่ามีประเด็นน่าสนใจ คือ กกต.ได้มีการเปลี่ยนมาใช้บัตรเลือกตั้งแบบใหม่ที่ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว ซึ่งแตกต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้มีหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกต
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นว่า ทำไมบัตรใหม่ จึงแตกต่างจากบัตรเดิม โดยไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว เรื่องนี้ยังไม่มีคำอธิบายใด ๆ จาก กกต. แต่อาจมาจากการลงมติของ กกต. ในการประชุมต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้มีการพิมพ์บัตรใหม่ที่ไม่มีหมายเลขที่ต้นขั้ว จึงเหมือนคำสารภาพของ กกต. ว่า บัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งทั่วประเทศเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ เป็นปัญหา และหากกรณีการพิมพ์บัตรใหม่ที่แตกต่างวันนี้ ไม่มีมติ กกต. รองรับ แล้วบัตรที่พิมพ์ไม่เหมือนกับบัตรตามเงื่อนไขการจ้างก่อนหน้า เท่ากับการจัดการเลือกตั้งวันนี้ ใช้บัตรที่ชำรุดเสียหายไม่ตรงกับ TOR การจ้างมาใช้ในการเลือกตั้ง อาจมีการร้องให้ การเลือกตั้งหน่วยนี้เป็นโมฆะได้อีกรอบหรือไม่ ภาษิตไทยว่า ลิงกับแห นั้นไม่ค่อยถูกกัน ดังนั้น อย่าให้ลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่งเหยิง
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) กล่าวว่า การที่บัตรเลือกตั้งใหม่ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ไม่มีเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ แสดงให้เห็นว่า กกต. เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิมมีเหลืออยู่หลายล้านใบ ไม่หยิบออกมาใช้ เป็นการยอมรับโดย กกต. แล้วว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ.มีปัญหา จึงขอเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ตอนนี้หลายคดีอยู่ในกระบวนการ ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เอาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดำเนินการตรงไปตรงมา พรรคประชาชนเตรียมยื่นตามมาตรา 157 และในส่วนภาคประชาสังคมเองก็ร้องช่องทางอื่นหมดแล้ว

