xs
xsm
sm
md
lg

กองทัพเคลียร์ปมพลทหารเสียชีวิต ยืนยันสาเหตุหัวใจล้มเหลว พร้อมรับการตรวจสอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กองทัพแจงปมพลทหารเสียชีวิตขณะถูกขัง ยันเกิดจากหัวใจล้มเหลว ไม่ใช่ถูกทำร้าย แม้พบช้อนในกองกระดูก พร้อมเปิดให้ตรวจสอบทุกข้อสงสัยเพื่อความโปร่งใส

การเสียชีวิตของพลทหาร เพชรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี ได้กลายเป็นประเด็นที่สังคมสนใจ เนื่องจากญาติติดใจการเสียชีวิต และพบช้อนปะปนอยู่ในกองกระดูกของผู้เสียชีวิต ในกรณีนี้ พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในช่วงก่อนที่พลทหารเพชรรัตน์จะมีภาวะหัวใจล้มเหลว ได้ถูกจำขังตามความผิดทางวินัยฐานขาดราชการ และขังรวมอยู่กับเพื่อนพลทหารด้วยกัน จำนวนมาก เป็นเวลานับ 10 วัน และจากการรตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วในระหว่างที่ถูกจำขังไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือมีเพื่อนพลทหารที่อยู่ด้วยกันได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เพื่อนที่อยู่ด้วยกันยืนยันว่าผู้เสียชีวิตยังดูมีอาการปกติ แต่อยู่ดีๆ ได้หมดสติล้มลง เพื่อนพลทหารจึงได้เข้าช่วยเหลือ ทางหน่วยได้นำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งแพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรักษา แต่ไม่เป็นผล จากผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง ซึ่งในช่วงนั้น ได้ประสานชี้แจงทางครอบครัวและญาติ ให้ได้รับทราบตามข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ติดใจ และมีความเข้าใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ทางหน่วยฯ จึงดูแลอำนวยความสะดวกในการจัดพิธีศพ พร้อมติดตามเรื่องสิทธิสวัสดิการต่างๆ ตามแบบธรรมเนียมอย่างเหมาะสม

"จากการที่มีบางบุคคล ได้นำกรณีนี้มานำเสนอซ้ำกับสังคม จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนได้มีการตั้งข้อสังเกตคาดเดาถึงสาเหตุการเสียชีวิต ในมุมต่างๆ ซึ่งอาจไม่ตรงกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานบุคคลที่ในกรณีนี้มีอยู่จำนวนมาก และข้อเท็จจริงทางกฎหมายตามระบบราชการ หากญาติหรือครอบครัว หรือบุคคลใด เปลี่ยนใจกลับมาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และกังวลสงสัยในช่วงนี้ ทางหน่วยต้นสังกัดยินดี และพร้อมให้รายละเอียด สามารถประสานทางหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มเพื่อนพลทหารจำนวนมากที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลาในช่วงก่อนเหตุ และระหว่างเกิดเหตุ เพื่อจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง หรือทำความเข้าใจเพิ่มเติมให้ได้ตลอดเวลา" พล.ต.วินธัย กล่าว

สำหรับกรณีพบช้อนหลังการเผาร่างพลทหารเพชรรัตน์ พล.ต.วินธัย ชี้แจงว่า ตามปกติ ทหารจะพกช้อนไว้กับตัวกัน ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า แต่ประเด็นหลัก ที่จะต้องอธิบายซ้ำอธิบายคือ เสียชีวิตอย่างไร ทุกอย่างชี้ไปที่ ตายธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกกระทำ นอกจากนี้ ช้อนไม่อยู่ในผลชันสูตรพลิกศพ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ระบบราชการ

ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุความตอนหนึ่งว่า การเสียชีวิตของพลทหารเพชรัตน์ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่สังคมจะปล่อยให้เงียบหายไป เบื้องต้นทราบว่า พลทหารเพชรัตน์ถูกทำโทษ เนื่องลากลับบ้านเกินกำหนด โดยถูกสั่งขังที่เรือนจำ มณฑลทหารบกที่ 12 จำนวนสิบห้าวัน แต่มาเสียชีวิตในเรือนจำในวันที่สิบของการคุมขัง โดยมีอาการชักเกร็ง แล้วหมดสติ เพื่อนผู้ต้องขังปฐมพยาบาล แล้วนำส่งโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และจากนั้นแพทย์ก็แจ้งว่าพลทหารเพชรัตน์ไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ถือว่าเป็นการเสียชีวิตระหว่างที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งตามกฎหมาย นอกจากจะกระทำ โดยแพทย์และพนักงานสอบสวนแล้ว ยังต้องให้พนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอขึ้นไปเข้าร่วมตรวจสอบด้วย และเมื่อชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จะต้องให้พนักงานสอบสวนร่วมกับอัยการทำสำนวน และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีการไต่สวนกันเสียชีวิตโดยศาล และให้ศาลเป็นผู้ทำคำสั่งว่า ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และระบุถึงสาเหตุ และพฤติการณ์การเสียชีวิต

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบผลการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดว่า ได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่ามีการชันสูตรพลิกศพที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร และในกรณีที่พบร่องรอย ที่สันนิษฐานได้ว่า พลทหารเพชรัตน์ ถูกซ้อมทรมาน หรือถูกกระการใดๆ อันเป็นพฤติกรรมที่โหดร้าย เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะต้องมีการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งต้องบังคับใช้มาตรา 42 ของ พ.ร.บ.อุ้มหาย เพื่อเอาผิดกึ่งหนึ่งกับ ผบ.ค่าย ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาด้วย