MGR ออนไลน์ - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการปฏิบัติการฉ้อโกงทางไซเบอร์เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลของเขา หรือว่าทางการร่วมมือกับเฉิน จื้อ หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหา โดยระบุว่าเครือข่ายดังกล่าวทำลายเศรษฐกิจและชื่อเสียงระหว่างประเทศของกัมพูชา
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้นำกัมพูชากล่าวว่าศูนย์หลอกลวงออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจมืด” ที่กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของประเทศและทำลายชื่อเสียงของกัมพูชา ส่งกระทบเชิงลบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน เขากล่าวว่า “นี่คือเหตุผลที่เราต้องกำจัดมันออกไปให้หมด”
แม้ฮุน มาเนต จะยอมรับว่าการปฏิบัติการของศูนย์หลอกลวงออนไลน์ดังกล่าวอาจช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและสร้างงานได้บ้างในทางอ้อม แต่เขาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่าประเทศได้รับผลประโยชน์จากการฉ้อโกงเหล่านี้
ในประเด็นที่เฉิน จื้อ ถูกจับกุมและถูกเนรเทศไปยังประเทศจีนในเดือนม.ค. ฮุน มาเนต กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าเฉิน จื้อ มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทำผิดทางอาญาใดๆ
“เราไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง” ฮุน มาเนต กล่าวให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี พร้อมเสริมว่าจากการตรวจสอบประวัติไม่พบสิ่งผิดปกติ และกลุ่มบริษัทปรินซ์ (Prince Group) ของเฉิน จื้อ ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศ รวมทั้งอังกฤษ
ฮุน มาเนต กล่าวว่าก่อนที่จะมีการกล่าวหานั้น เฉิน จื้อ เป็นเพียงนักธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเสริมว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทันทีเมื่อทราบถึงการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา
กัมพูชาได้เพิ่มความเข้มข้นในการรณรงค์ต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์หลังถูกนานาชาติกดดัน โดยเริ่มปฏิบัติการร่วมกับพันธมิตรต่างชาติตั้งแต่ปีที่แล้ว
ทางการกัมพูชาระบุว่าได้ปิดศูนย์สแกมไปแล้วมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และจับกุมบุคคลระดับแกนนำกว่า 170 คน
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 มีผู้ที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมฉ้อโกงประมาณ 13,500 คน จาก 66 ประเทศ ถูกเนรเทศออกจากกัมพูชา และรายงานดังกล่าวยังประเมินว่ามีผู้คนอย่างน้อย 100,000 คน ถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงออนไลน์
รัฐบาลกัมพูชาได้ให้คำมั่นว่าจะกำจัดปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ให้หมดไปภายในเดือนเม.ย.

