ราชบุรี - วิกฤต! วงการโคนมปะทุในพื้นที่จังหวัดราชบุรี หลังเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมกว่า 80 ราย รวมตัวหน้าบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ภายหลังถูกตัดโควตารับซื้อน้ำนมดิบแบบไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้น้ำนมดิบกว่า 40 ตันต่อวันเสี่ยงไร้ปลายทาง ส่อแววต้องเททิ้ง สูญเสียมูลค่ามหาศาล
วันนี้ ( 28 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง รวมตัวหน้าบริษัท ราชบุรี เฟรช จำกัด หลังถูกคู่ค้ารายใหญ่แจ้งตัดโควตารับซื้อน้ำนมดิบตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลตรวจพบการปนเปื้อนน้ำในน้ำนม
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากการรีดนมเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถหยุดได้ หากไม่มีผู้รับซื้อ นอกจากต้องเททิ้งแล้ว ยังเสี่ยงกระทบต่อสุขภาพวัวนมโดยตรง
นายเสกสรรค์ ธาราฉัตร เกษตรกรรุ่นที่ 2 เลี้ยงวัวกว่า 80 ตัว รีดนมได้วันละกว่า 500 กิโลกรัม เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา และยังมีสัญญาซื้อขายที่กำหนดสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 แต่กลับถูกตัดโควตาทันทีโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
“หากพบว่านมบางคันไม่ได้คุณภาพ ควรตีคืนเฉพาะส่วนนั้น ไม่ใช่ตัดทั้งระบบ ทำให้เกษตรกรหมุนตัวไม่ทัน” นายเสกสรรค์กล่าว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งของตลาดนมไทย ที่ระบุว่าน้ำนมดิบไม่เพียงพอ แต่กลับเกิดภาวะนมล้นตลาด และมีการกดราคารับซื้อจากเดิมกิโลกรัมละ 22.75 บาท เหลือเพียง 10–15 บาทต่อกิโลกรัมในบางช่องทาง
ด้านนายบุญญฤทธิ์ โจสรรนุสนธิ์ ผู้จัดการบริษัท ราชบุรี เฟรช จำกัด ยอมรับว่า บริษัทจะพยายามแบกรับภาระรับซื้อน้ำนมจากเกษตรกรได้เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น พร้อมเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สหกรณ์โคนมหนองโพ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเร่งด่วน
ทั้งนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงโครงสร้างตลาดนมไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากการนำเข้านมผง ส่งผลให้กลไกราคาเบี่ยงเบน และเปิดช่องให้เกิดการรับซื้อนอกระบบ หรือที่เรียกว่า “นมผี” ซึ่งกระทบต่อเกษตรกรผู้ผลิตนมคุณภาพโดยตรง
ขณะนี้ เกษตรกรเรียกร้องให้ภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เร่งเข้ามาไกล่เกลี่ย และจัดหาแหล่งรับซื้อน้ำนมดิบโดยด่วน เพราะทุกวันที่ผ่านไปหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงที่อาชีพเลี้ยงโคนมในพื้นที่จะล้มทั้งระบบ

