ฉาววงการสีกากี รอง ผกก.รับสารภาพใช้ขวดเบียร์ฟาดหัวสาวคู่กรณีกลางร้านหมูกระทะจริง อ้างบันดาลโทสะหลังถูกทำร้ายก่อน ด้านต้นสังกัดไฟเขียว สภ.หนองบัวแดง ดำเนินคดีตามกฎหมายเต็มที่ ไม่มีละเว้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในข่วงนี้ว่า ได้มีผู้หญิงวัย 32 ปีคนหนึ่งแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิว่า ถูกนายตำรวจระดับรอง ผกก.สภ.แห่งหนึ่ง ทำร้ายร่างกาย โดยใช้ขวดเบียร์ฟาดจนศีรษะแตก เหตุเกิดภายในร้านหมูกระทะ ตลาดเทศบาลหนองบัวแดง ถนนราชการ ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ คืนวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในร้านบันทึกเหตุการณ์ว่า เวลา 23.10 น. ได้มีลูกค้าเข้าไปกินหมูกระทะและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 โต๊ะ โดยโต๊ะแรกมีชายหญิงนั่งดื่มกินอยู่ 5 คน อีกโต๊ะหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียง มีผู้ชาย ผู้หญิง เด็กหญิงนั่งดื่มกิน
จากภาพกล้องวงจรปิดระบุว่า ได้สังเกตเห็นหญิงทั้ง 2 โต๊ะหันหน้ามองกันบ่อยครั่ง และดูท่าทางไม่พอใจกัน ก่อนจะมีการถามโต้เถียงว่ามองหน้าทำไม จนในที่สุดผู้หญิงใส่เสื้อแขนกุดสีดำหยิบขวดน้ำเปล่าปาใส่โต๊ะอีกฝ่าย ก่อนที่ผู้หญิงใส่เสื้อลายขาวแดงคว้าขวดเบียร์ขว้างกลับไป ซึ่งขวดเบียร์ถูกบริเวณหน้าผากผู้ชายนั่งอยู่ใส่กางเกงขาสั้นสีดำเสื้อยืดสีดำจนหน้าผากแตก
จากนั้นผู้ชายใส่กางเกงขาสั้นสีดำลุกขึ้นบนเก้าอี้ หยิบขวดเบียร์ขว้างใส่ผู้หญิงอีกฝ่าย จากนั้นผู้หญิงชุดสีดำหยิบขวดเบียร์เดินเข้าหาอีกฝ่ายคู่กรณี เเละคู่กรณีได้คว้าเอาขวดเบียร์เดินเข้าหา กระทั่งผู้ชายกางเกงขาสั้นสีดำซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นนายตำรวจ ยศ พ.ต.ท. ตำแหน่ง รอง ผกก. ถือขวดเบียร์เข้ามาแล้วฟาดศีรษะหญิงเสื้อลายขาวเเดงที่เป็นคู่กรณีจนศรีษะแตก และมีการทะเลาะวิวาททำร้ายกัน จากนั้นเพื่อนของทั้งสองฝ่ายและเจ้าของร้านเข้าห้ามแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกัน
จากนั้นวันที่26ก.พ.รอง ผกก. นายดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ เปิดเผยว่าในวันที่เกิดเหตุตนและครอบครัวเดินทางไปร่วมงานศพพ่อตา จากนั้นได้เข้าไปที่ร้านอาหารดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเช็กบิลเพื่อจะเดินทางกลับ ยอมรับว่าคืนวันนั้นดื่มเบียร์ 1 ขวดแต่ตอนนั้นภรรยาของตนลืมกุญแจและมองไปที่โต๊ะ ของตน
รองผกก.นายดังกล้าวระบุว่า คู่กรณีกล่าวหาว่าภรรยาของตนไปมองหน้า ก่อนที่จะมีปากเสียงกัน ภรรยาของตนหยิบขวดน้ำโยนใส่คนที่ใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิป หลังจากนั้นคู่กรณีได้ปาขวดเบียร์เเละถูกหน้าผากตนเป็นแผลแตกก่อน นาทีนั้นโมโหมาก และเกิดเหตุการณ์ชุลมุน ตนจะเข้าไปแยกภรรยากับคู่กรณี
“ยอมรับว่าได้เอาขวดเบียร์ฟาดไปที่ศีรษะผู้หญิงคู่กรณีจริงตามคลิปที่ปรากฏ เหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เข้าแจ้งความ ไม่ได้เข้าทำการรักษา เนื่องจากว่าตนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นต่างฝ่ายสมัครใจทะเลาะวิวาท หากฝ่ายคู่กรณีแจ้งความเอาผิด ก็ว่ากันไปตามขั้นตอน และพร้อมจะแจ้งความกลับหากคู่กรณีให้การเท็จเพราะตนก็บาดเจ็บและไม่ได้ไปหาเรื่องก่อน โดยคู่กรณีเป็นภรรยาของตำรวจ สภ.หนองบัวแดงคนหนึ่ง
ด้าน พ.ต.อ.พินิจ ประสิทธิเขตกิจ ผกก.สภ.หนองบัวแดง แจ้งว่าขณะนี้ ได้มีการออกหมายเรียก รอง ผกก. มาให้ปากคำแล้ว ซึ่งเจ้าตัวได้แจ้งมาว่าจะเดินทางพบกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองบัววแดง ในวันที่ 27 ก.พ. 69 ทางตำรวจ สภ.หนองบัวแดง พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย
ล่าสุด(27ก.พ.2569)กองบังคับการตำรวจกูรจังหวัดร้อยเอ็ดเเจกเอกสารข่าวกับสื่อมวลชนเรื่องยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้าราชการตำรวจเกี่ยวข้องเหตุทะเลาะวิวาทด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เข้าข้างฝ่ายใด โดยระบุว่า
ตามที่ปรากฏคลิปและกระแสข่าวในสื่อสังคมออบโลน์ กรณีข้าราชการตำรวจ ระดับ รองผู้กำกับการ
สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุกะเลาะวิวาทภายในร้านอาหารในพื้นที่อำเภอ
หนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 24 กุบภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 22.10 น. นั้น
ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูล อย่างถูกต้อง
ดังนี้
1. จากการรายงานของสถานีตำรวจภูธรหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้ง เหตุทะเลาะวิวากภายในร้านอาหารและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแนะนำให้คู่กรณี แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
2. พนักงานสอบสวน สภ.หนองบัวแดง จังหวัดชัดชัยภูมิ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ ข้าราชการตำรตำรวจดังกล่าวรับทราบแล้วว่าร่วมกันทำร้าย ร่างภายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ
ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย
3. ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้รายงานเหตุข้าราราชการตำรวจต้องคดีอาญาญามายังต้นสังกัด ของข้าราชการตำรวจดังกล่าวทราบแล้ว
ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ขอเรียนให้ทราบว่า
การดำเนินคดีอาญา เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุ มีการดำเนินการอย่างเป็น
ธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่คำนึงถึงถึงยศตำแหน่งหรือสถานะของผู้ถูกกล่าวหา ในส่วนทางวินัย ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงควบคู่กันไปด้วย เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบหรือวินัยข้าราชการตำรวจหรือไม่ หากพบว่ามีความผิด จะ
ดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยอย่างเคร่งครัด โดยไม่เข้าข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่อย่างใด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการ
ตำรวจ และพร้อมตรวจสอบข้อเท็จจจริงทุกกรณีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรม
และยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธา ของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ

