วานนี้ (27 ก.พ.) ที่หน้าธนาคารออมสินตลาดคลองแงะ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา ตัวแทนชาวคลองแงะ ต.พังลา จำนวนหนึ่ง ได้รวมตัวกันประท้วงด้วยการสวมหน้ากาก และใช้เครื่องขยายเสียงกล่าวถึงการประท้วงครั้งนี้ เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการแปรรูป จำนวน 4 โรง ที่ตั้งอยู่ใน ต.พังลา ส่งกลิ่นเหม็น รบกวนชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ตั้งโรงงาน รวมทั้งประชาชนในตลาดคลองแงะ และนักเรียนใน โรงเรียน 3 แห่งที่ได้รับผลกระทบ คือ รร.บ้านคลองและ รร.อนุบาลวงศ์วิทย์ รร.กอบกุลวิทยาคม ที่ต้องทนอยู่กับกลิ่นเหม็นที่มาจากโรงงานยางพาราทั้ง 4 โรง
ก่อนการชุมนุม กลุ่มผู้ประท้วงได้ใช้รถที่มีป้ายเขียนว่าหากโรงงานยังไม่หยุดส่งกลิ่นเหม็น เด็กๆในชุมชนจะอยู่กันอย่างไร หลังจากนั้น จึงมารวมตัวใส่หน้ากาก ชูป้ายประท้วง ใช้เวลา 20 นาทีก่อนจะสลายตัว ซึ่งเป็นการชุมนุมแสดงสัญญลักษณ์ ที่ไม่มีหัวหน้ากลุ่ม โดยมี ปลัดอำเภอสะเดา ปลัด อบต.พังลา กำนัน ต.พังลา และ สมาชิกสภาเทศบาลพังลา มาสังเกตุการณ์
นายอภิชาติ กำเนิดทอง กำนัน ต.พังลา เปิดเผยว่า โรงงานทั้ง 4 โรง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน ในพื้นที่มาถึง 20 ปี มีประชาชนนุมนุมประท้วงหลายครั้ง และนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต ส.ส.สงขลา เคยแจ้งความดำเนินคดี แต่สุดท้ายเรื่องเงียบหายไม่รู้ว่า จบอย่างไร อุตสาหกรรมจังหวัดมาตรวจโรงงานทุกครั้งที่มีการประท้วง โดยผู้บริหารโรงงานต่างรับปากว่าจะมีการแก้ไข แต่สุดท้าย กลิ่นเหม็นจากโรงงานก็ยังคงอยู่ สร้างมลภาวะ หรือ มลพิษ ให้แก่ประชาชน นักเรียน อย่างต่อเนื่อง
ด้านนายวริศ ศิริแสง ปลัดอำเภอสะเดา ที่มาสังเกตุการณ์ กล่าวว่า อำเภอไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบโรงงาน แต่เมื่อประชาชนเดือดร้อน อำเภอก็จะส่งเรื่องให้อุตสาหกรรมจังหวัดให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่าโรงงานทำผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่นเหม็น หรือเรื่องของการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำลำคลอง สำหรับการประท้วงของตัวแทนประชาชนครั้งนี้ อำเภอได้รายงานให้จังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดให้รับทราบแล้ว
ส่วน ปลัด อบต.พังลา กล่าวว่า เรื่องกลิ่นเหม็นเป็นปัญหาที่จัดการได้ยากกว่าเรื่องการปล่อยน้ำเสียของโรงงาน เพราะการปล่อยน้ำเสียจะมีหลักฐานที่ชัดเจนให้เห็นเป็นหลักฐานในการเอาผิด เช่นน้ำในลำคลองเน่า ปลาตาย และส่งกลิ่นเหม็น ส่วนการมีกลิ่นเหม็นของโรงงาน ที่เป็นมลภาวะ รบกวน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ในการหายใจสูดกลิ่นเหม็น จะเหม็นมากเหม็นน้อย อยู่ที่ทิศทางลม อยู่ที่วัตถุดิบของโรงงาน คือ ยางพารา ยางถ้วย ที่โรงงานเก็บไว้ว่ามากน้อยเท่าไหร่ การตรวจสอบมีคณะกรรมการที่รับผิดชอบ หากกรรมการลงพื้นที่ในวันที่วัตถุดิบน้อย กลิ่นเหม็นก็จะเบาบาง และเอาผิดโรงงานได้ยาก
ในส่วนของ อบต.ได้ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาโดยตลอด และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา แต่ก็ยอมรับว่า เรื่องกลิ่นเหม็น เป็นเรื่องเรื้อรังที่ประชาชนได้รับ และโรงงานทั้ง 4 โรง ที่รับปากกับอุตสาหกรรมจังหวัด ว่าจะแก้ไข ก็ยังแก้ไม่ได้ตามที่ได้รับปากไว้

