xs
xsm
sm
md
lg

"หมอเมธี" เปิดเบื้องหลัง! ทำไมแพทย์คือ “สายพันธุ์ต้องห้าม” ในวงการโฆษณา เตือนฝ่าฝืนเสี่ยงคุก-ปรับนับสิบล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรรมการแพทยสภาแฉเบื้องหลัง “ขบวนการนักล่ารางวัล” จ้องจับผิดหมอโฆษณาแฝง เผยเคสตัวอย่างโดนคุก-ปรับอ่วม 10 ล้าน ย้ำชัดทำไมหมอเป็น 'สายพันธุ์ต้องห้าม' ในวงการโฆษณา หากปล่อยปละกรรมการเสี่ยงติดคุก ม.157 เอง

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. เฟซบุ๊ก “Methee Wong“ หรือ รศ.(พิเศษ)นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการแพทยสภา ได้ออกมาโพสต์ถึงปัญหาเกี่ยวกับการโฆษณาของวิชาชีพ โดยระบุว่า

ปัญหาเรื่องการโฆษณา เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายมากที่สุดในรอบสามสี่ปีที่ผ่านมา

"ทำไมต้องมีการควบคุมโฆษณาทางการแพทย์?"

"ทำไมแพทย์จึงถูกห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโฆษณาทางการแพทย์?"

"ทั่วโลกมีกฎเกณฑ์หรือระเบียบแบบเดียวกับเมืองไทยหรือไม่?"

"มีการลงโทษอย่างไร?"

"มุมมองต่อความผิดฐานโฆษณาโดยผิดกฎหมาย/ข้อบังคับว่าด้วยการโฆษณาในต่างประเทศเป็นอย่างไร?"

"ทำไมจึงคุมเข้มแพทย์ แต่ไม่คุมเข้มคนที่ไม่ใช่แพทย์ ...เป็นหนึ่งในคำถามที่แสดงถึง.....?"

"ทำไมแพทย์จึงเป็นสายพันธ์ต้องห้ามในการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ?"

"มีแต่แพทย์เท่านั้นหรือ ที่เป็นสายพันธ์ต้องห้าม?"

บรรยายให้กับ นักศึกษาแพทย์ แพทย์จบใหม่ แพทย์ประจำบ้าน บริษัทยา สมาคมทางการแพทย์ ราชวิทยาลัยทางการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน สมาคมโรงพยาบาลเอกชน กรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค และด้านสาธารณสุข ในรัฐสภา+วุฒิสภา รวมทั้งให้กับ KOLที่เกี่ยวข้องกับวงการAesthetic มาตลอดสองสามปี จนต้องขอ งด การบรรยาย และแนะนำให้เชิญคนอื่นมาให้ความรู้บ้าง

จุดประสงค์หลักเพื่อลดคดีที่เข้าสู่แพทยสภา เพื่อปกป้องตัวแพทย์และประชาชนไปพร้อม ๆ กัน (ล่าสุดมีคดีที่แพทย์ เอเจนซี่ และเจ้าของคลินิกถูกศาลตัดสินจำคุก และปรับเป็นเงินหลายสิบล้านบาท ในความผิดฐาน ฉ้อโกง นำเข้าสู่ระบบคอมด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ..ในมูลเหตุจากการโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม)

กลุ่มคนฟังที่ยังขาดและต้องการให้มาแลกเปลี่ยนความรู้กันมากที่สุดคือ กลุ่ม Key leader ของ อย. สคบ. และ สบส. ....เพราะแพทยสภาไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ตามลำพัง

ปล.1 เกือบทุกคดี ...แพทยสภาไม่ใช่เป็นผู้ไปเสาะหา แต่มีผู้ร้องเป็นตัวเป็นตน ทั้งจาก Bounty Hunter (นักล่ารางวัล ที่มาจากหน่วยงานอื่น) ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน(อย สคบ สบส. กระทรวงสธ. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาคุ้มครองผู้บริโภค แพทย์ที่ทนดูไม่ได้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ หรือแม้แต่คลินิกคู่แข่ง !!)

คดีจริยธรรมหนึ่งคดี แพทยสภามีต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 60,000 บาท ในการทำคำตัดสิน ..ใช้เวลาอย่างน้อย 6-15 เดือน ..ใช้บุคลากรต่อคดีไม่ต่ำกว่า 70-100 คน... ...ยังไม่นับต้นทุนแฝงคดี คดีปกครองที่แพทยสภาโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง (จากผู้ร้อง และแพทย์ผู้ถูกร้อง)

สรุป แพทยสภาไม่อยากให้มีคดี ไม่อยากตัดสินคดี แต่เป็นเพราะมีคนชงเข้ามา หากไม่ดำเนินการ กรรมการแพทยสภาจะโดน ม. 157 เสียเอง

ปล 2 แพทยสภาไทย ยังไม่สุดโต่งเท่าต่างประเทศ ..เพราะเกือบทั้งหมดไม่อนุญาตให้แพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบริษัทผู้ผลิตที่มีหน้าที่ในการโฆษณายิงตรงไปยังประชาชน แต่ต้องขออนุญาตและส่งให้ทางการตรวจสอบเนื้อหาก่อน

แพทยสภาไทย ยังอนุญาตให้แพทย์ทำการให้ความรู้วิชาการแก่ประชนได้ แต่....ต้องไม่มีลักษณะเป็นการโฆษณาแอบแฝง

ศาลปกครองในไทยก็ตัดสินคดีในแนวทางเดียวกับแพทยสภาและสภาวิชาชีพด้านสาธารณสุขอื่น ๆ เช่นกัน คือ คุ้มครองประชาชน"