“Feel All the Feelings : เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก” เป็นอีกหนึ่งแคมเปญชวนเที่ยวเมืองไทยที่ไม่ธรรมดา ของ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” เพราะงานนี้ได้ซุปตาร์สาวชาวไทยชื่อก้องโลกแห่งยุคอย่าง “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” มาทำหน้าที่เป็น “Amazing Thailand Ambassador” เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสทุกความรู้สึกที่ประเทศไทย ที่มีมากกว่าจุดหมายปลายทาง ก็คือประสบการณ์คุณภาพของ Quality Leisure Destination
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. เปิดเผยว่า แคมเปญดังกล่าว นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยประสบการณ์จริงในประเทศไทยแล้ว ยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์ LISA Effect “เที่ยวตามรอยลิซ่า” ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ของโครงการ
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ปรากฏในภาพยนตร์โฆษณา Feel All the Feelings ที่ลิซ่ามาเชิญชวนให้คนไปตามรอยนั้นก็มีอยู่หลากหลาย อาทิ วัดเจดีย์หลวง (จ.เชียงใหม่) น้ำตกทีลอซู (จ.ตาก) ผาช้างน้อย หรือที่หลาย ๆ คนมักเรียกกันว่าภูลังกา (จ.พะเยา) พระปรางค์วัดอรุณ (กทม.-สถานที่จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้) ทะเลบัวแดงหนองหาน (จ.อุดรธานี) ภาพปู่ม่าน-ย่าม่าน วัดภูมินทร์ (จ.น่าน)
รวมถึง “เสม็ดนางชี” แลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลกแห่งใหม่ในจังหวัดพังงาที่เป็นอีกหนึ่งเช็กอินไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ไปเที่ยวจังหวัดนี้
จากเหม็ดนางชี สู่เสม็ดนางชี
“เสม็ดนางชี” หรือ “จุดชมวิวเสม็ดนางชี” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านท่าหินร่ม ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา สถานที่แห่งนี้มีตำนานเล่าขานกัน ว่า ในอดีตมีหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณนี้ โดยมีพระภิกษุชรารูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่ “เขาพระอาดเฒ่า” และพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ “เขาพระอาดหนุ่ม” รวมถึงมีแม่ชีอาศัยอยู่ที่ใกล้ ๆ กับบริเวณจุดชมวิวแห่งนี้ ซึ่งมักจะเดินไปมาหาสู่กัน แต่จะต้องเดินผ่านลำคลองที่กั้นขวางในบริเวณนี้
ยามเมื่อแม่ชีเดินผ่านลำคลองก็จะต้องพับชายผ้าขึ้นหรือถลกชายผ้าขึ้น ซึ่งภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เหม็ดผ้า” ขึ้น เพื่อให้พ้นจากระดับน้ำ ไม่เช่นนั้นชายผ้าก็จะเปียกหมด นั่นจึงเป็นที่มาของคำว่า “เหม็ดนางชี” ก่อนที่ภายหลังจะเพี้ยนเป็น “เสม็ดนางชี” มาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนชื่อเขาพระอาดนั้นมาจากปฏิกิริยาของพระภิกษุเมื่อเห็นแม่ชีถลกผ้าข้ามคลองแล้วมีอาการกำหนัด ซึ่งภาษาถิ่นเรียกว่า “อาด” จึงเป็นที่มาของชื่อ “เขาพระอาด”
จุดชมวิวเสม็ดนางชีแจ้งเกิดเป็นที่รู้จักตั้งแต่เมื่อช่วงราวปี พ.ศ. 2559 หลังจากนั้นเสม็ดนางชีก็ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจากอันซีนพังงา กลายเป็นจุดชมวิวสุดปังที่ไม่ควรพลาดของผู้มาเที่ยวพังงา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมที่นี่ได้ตลอดทั้งปี
สำหรับผู้มาเยือนเสม็ดนางชี จะได้สัมผัสกับทัศนียภาพสุดอเมซิ่งแบบพาโนรามาของ “อ่าวพังงา” ที่มีไฮไลต์คือ “ป่าเกาะ” เป็นกลุ่มภูเขาหินปูนน้อย-ใหญ่ จำนวนมากหลากหลายรูปฟอร์ม ตั้งตระหง่านเรียงรายผุดโผล่ขึ้นมาในน้ำทะเลริมอ่าวพังงา กระจัดกระจายตัวทับซ้อนเป็นมิติเชิงชั้น เบื้องหน้ามีแนวระนาบของป่าชายเลนผืนใหญ่เขียวขจี กับเส้นสายลายลำคลองคดเคี้ยวเติมเต็มในองค์ประกอบ ดูปานประหนึ่งประติมากรรมจาก “ธรรมชาติประทาน” อันน่าตื่นตาตื่นใจและงดงามกระไรปานนั้น
บียอนด์ สกายวอล์ก เสม็ดนางชี
ปัจจุบันเสม็ดนางชีนอกจากจะเป็นจุดชมวิวและจุดเช็กอินสำคัญสำหรับผู้ที่ล่องใต้ไปเที่ยวพังงาแล้ว บริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยที่พัก ลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร คาเฟ่ รวมไปถึงไฮไลต์จุดใหม่คือ “บียอนด์ สกายวอล์ก” ของรีสอร์ตหรูหรา 5 ดาวที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น
บียอนด์ สกายวอล์ก เสม็ดนางชี (เสียค่าบริการในการใช้สถานที่) เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 เป็นสะพานทางเดินชมวิวพื้นกระจกใสลอยฟ้าริมทะเลที่สูงที่สุดและยาวที่สุดในประเทศไทย (ณ ปัจจุบัน)
ทางเดินสกายวอล์กแห่งนี้ สร้างสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 80 เมตร มีความยาว 180 เมตร เป็นพื้นกระจกสามชั้นหนา 30 มิลลิเมตร รับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 1,500 คนต่อรอบ
นอกจากสะพานทางเดินกระจกใสแล้ว บริเวณ บียอนด์ สกายวอล์ก ยังมีร้านอาหาร (ของที่พัก) ร้านกาแฟ มุมดอกไม้ มุมโมเดลผีเสื้อ (ยักษ์) และพร็อพถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปคู่กับป่าเกาะเสม็ดนางชีกันอีกเพียบ
บียอนด์ สกายวอล์ก ในวันนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ไม่ควรพลาดแห่งใหม่ของจังหวัดพังงาควบคู่ไปกับจุดชมวิวเสม็ดนางชี ซึ่งนักท่องเที่ยวนอกจากจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์หลักล้านของอ่าวพังงาแล้ว ยังได้ร่วมตื่นเต้นยามเมื่อเดินชมวิวอยู่บนสะพานชมวิวพื้นกระจกใสแห่งนี้อีกด้วย
เสม็ดนางชี Feel All the Feelings
ปัจจุบันความโด่งดังของเสม็ดนางชีไม่เพียงเป็นที่รู้จักของคนไทย แต่ยังโด่งดังระบือไกลในฐานะจุดชมวิวระดับโลกอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเลือกปักหมุดมาชมบรรยากาศความสวยงามของที่นี่
นอกจากนี้ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดอย่าง Star Wars ได้เคยใช้ภาพบรรยากาศของบริเวณอ่าวพังงาไปผสมผสานเทคนิคพิเศษเนรมิตให้เป็นดาวเผ่าวู้กกี้
ส่วนแอนิเมชั่นเรื่อง “Raya and The Last Dragon” ก็ได้แรงบันดาลใจจากทัศนียภาพป่าเกาะของเสม็ดนางชี นำไปสร้างเป็นฉากอันน่าตื่นตาตื่นใจของแอนิเมชั่นเรื่องนี้
ขณะที่เสม็ดนางชีในภาพยนตร์โฆษณา Feel All the Feelings ที่ได้ลิซ่ามาชวนเที่ยวเมืองไทย ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความปังที่คาดว่าจะมีคนแห่มาเช็กอินตามรอยลิซ่ากันเป็นจำนวนมาก
เที่ยวเชื่อมโยง 2 แลนด์มาร์กระดับโลก
เสม็ดนางชีเป็นจุดชมวิวที่สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ซึ่งบรรยากาศของท้องฟ้า สภาพแสง สภาพแวดล้อม และตำแหน่งของพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล
โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาชมวิวทิวทัศน์ที่เสม็ดนางชีกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรอชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือป่าเกาะแห่งอ่าวพังงา ในมุมมองย้อนแสงแบบซิลลูเอท ซึ่งในบางเช้าหลังค่ำคืนที่ฝนพรำจะมีสายหมอกลอยอ้อยอิ่งบาง ๆ บริเวณป่าเกาะดูสวยงามน่าประทับใจไปอีกแบบ
ส่วนใครที่ชื่นชอบบรรยากาศการแคมป์ปิ้ง นอนดูดาวท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ไกลจากเสม็ดนางชีเป็นที่ตั้งของ “จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี” ที่นอกจากจะเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวอ่าวพังงาที่สวยงาม และสามารถมองเห็นบริเวณเสม็ดนางชีได้แล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังได้รับการคัดเลือกจาก ททท. และ “สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ให้เป็น “เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคล” (Dark Sky Properties) แห่งแรกของภาคใต้ เมื่อปี 2566 อีกด้วย
สำหรับใครที่เที่ยวชมความงามของเสม็ดนางชีแล้ว ยังติดใจในบรรยากาศของอ่าวพังงาก็สามารถทำกิจกรรม “ล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา” จากการล่องเรือกับชุมชนที่ “ท่าเรือบ้านหินร่ม” หรือการล่องเรือกับบริษัทนำเที่ยวต่าง ๆ ได้ ทั้งในแบบทัวร์ครึ่งวันและเต็มวัน
กิจกรรมล่องเรือเที่ยวอ่าวพังงา มีจุดน่าสนใจให้แวะเที่ยวชม อาทิ เกาะพนัก ถ้ำลอด เกาะละวะ เกาะห้อง (ขึ้นอยู่กับการจัดวางโปรแกรม) รวมถึง 3 จุดหลักต้องห้ามพลาดอห่งอ่าวพังงา คือ “เกาะปันหยี” หมู่บ้านลอยน้ำกลางทะเล “เขาพิงกัน” ที่เป็นผาหินเขาแผ่นเรียบ 2 ลูกตั้งเอนพิงกัน และไฮไลต์สำคัญคือ “เขาตาปู” กับลักษณะธรณีวิทยาของขุนเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาตั้งโดเด่นอยู่กลางทะเล
เขาตาปู เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กชื่อดังระดับโลกสุดคลาสสิกของพังงา ที่นี่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “เจมส์ บอนด์” ตอน “เพชฌฆาตปืนทอง” ในปี พ.ศ. 2517 (ผู้รับบทเจมส์บอนด์ในตอนนี้คือ “โรเจอร์ มัวร์”)
อิทธิพลของหนังเจมส์บอนด์ตอนนี้ได้หนุนส่งให้เขาตาปูมีชื่อเสียงโด่งดังก้องโลก จนชาวต่างชาติเรียกขานเขาลูกนี้ว่า “เกาะ เจมส์ บอนด์” (James Bond Island) ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเขาตาปูและล่องเรือชมอ่าวพังงากันเป็นจำนวนมาก
นั่นจึงทำให้วันนี้ทางจังหวัดพังงา ได้ผลักดันให้เสม็ดนางชีเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลกแห่งใหม่ เคียงคู่กับแลนด์มาร์กดั้งเดิมคือเขาตาปู ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวเชื่อมโยง 2 แลนด์มาร์กระดับโลก ตามรอย “ลิซ่า” และ “เจมส์บอนด์” ไปในทริปเดียวกันได้อย่างสบายๆ
##############################
ค่าบริการ บียอนด์ สกายวอล์ก ผู้ใหญ่ 500 บาท/คน (มีเครดิตอาหารและเครื่องดื่มให้ 300) และโปรโมชั่น 200 บาท/คน (ไม่มีอาหาร-ข้อกำหนดเป็นไปตามที่สถานที่กำหนด) ทั้งนี้ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นและช่วงเวลา ควรตรวจสอบก่อนเดินทางอีกครั้ง
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ในจังหวัดพังงาเชื่อมโยงกับเสม็ดนางชีได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพังงา โทร. 076 413 400

