ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ ปิดฉาก “อ.ต้น คนตัดกรรม” อวตารพระผู้สร้าง ลด ละ กรรม ขบวนการฟอก เงินบาปในคราบนักบุญ หนีออกนอกประเทศแล้วแอบกลับเข้ามาจนถูกจับกุมได้ เบื้องต้นให้การปฎิเสธและไม่ให้ข้อมูลใดๆ ตอนนี้รอภรรยา อ.ต้น ชี้แจง สรุปความเสียหาย 15 ล้านบาทจากผู้เสียหาย 14 คน เตรียมทำการยึด อายัดทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหาย
เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา (2 มีนาคม 2569) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำทีมโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. , พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. , พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนารอง ผบก.ป. , ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. และ
ผู้บริหาร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน “นายปิยะ ศรีวิกะ” ผอ.กองคดี 2 (ผู้แทน ปปง.) ตั้งโต๊ะแถลงข่าวทลายขบวนการ ปิดฉาก “อ.ต้น ชวิศร์” อวตารพระผู้สร้าง ลด ละ กรรมขบวนการฟอก เงินบาป ในคราบ นักบุญ ในคดี คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน
โดยมีผู้เสียหายนักธุรกิจ “ดาต้า ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” และดาราสาว “มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย” ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ได้เปิดการแถลงข่าวด้วยภาพรวมคดีนี้ สรุปความเสียหายเพียง 15 ล้าน จากที่เคยแจ้งไว้ก่อนหน้านี้ 50 ล้าน
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ : “บุคคลเหล่านี้อาศัยความเชื่อของพี่น้องประชาชนในยามเจ็บป่วย มีความทุกข์ มาให้พี่น้องประชาชนทำบุญตามช่องทางต่างๆ ท้ายที่สุดเราพบมีผู้มาร้องทุกข์ 14 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาทจากจำนวนก่อนหน้านี้ 50 ล้าน ที่เอาผิดได้น้อยเพราะมีผู้เสียหาย 14 ราย แต่ไม่ได้รวมถึงการทำบุญที่ประชาชนโอนเงินใส่ตู้บริจาคเข้าตู้โดยตรงกับสถานปฎิบัติธรรม รวมถึงเงินสด เงินที่ให้ใส่กระเป๋าส่วนตัว รวมถึงมีบางส่วนที่ไม่ได้เข้าแจ้งความเพราะไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายด้วย”
“พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ” ผบก.ป. เผยถึงปฎิบัติการสู่การจับกุมผู้ต้องหา
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ : “ผู้ต้องหามีการกล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษ ร่างของตนเป็นพระผู้สร้างสามารถติดต่อกับเทพ เทวดา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ชอบทำนายทายทักผู้อื่นว่ามีเคราะห์กรรม จะมีภัยอันตราย แต่สามารถพ้นเคราะห์กรรมได้โดยจะต้องมาจ่ายเงินให้ตนเป็นค่าครูในการลดละกรรม หากต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้มีกรรมมากขึ้นให้มาทำกับตนเองจะดีกว่าไปทำกับคนอื่น
โดยจะมีการเน้นย้ำว่าถ้าไม่จ่ายมาที่บัญชีผีก็จะไม่ไป มีการทำนายให้กับกลุ่มธุรกิจสีเทา เครือข่ายพนันออนไลน์ว่าให้แบ่งกำไรจากรายได้มาให้ตน 30% จะแคล้วคลาดจากการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนั้นก็ยังมีนักธุรกิจ ดารานักแสดงที่ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอกอีกมากมาย
ข้อมูลการสอบสวนพบว่า อ.ต้น ได้นำเงินที่ได้จากการหลอกไปซื้อทรัพย์สิน ใช้ชีวิตหรูหรา ซื้อบ้านหรูมูลค่า 30 ล้าน รถยนต์หรู 2-3 คัน ในประวัติ อ.ต้นเคยมีคดีฉ้อโกงบริษัทประกันชีวิต โดยอ้างว่าภรรยาตนเองเสียชีวิต จนทางบริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ และยังเคยถูกฟ้องล้มละลาย กลายเป็นบุคคลล้มละลาย”
“ปิยะ ศรีวิกะ” ผอ.กองคดี 2 (ผู้แทน ปปง.) เผยถึงเส้นทางการเงินและการจับกุม
ปิยะ : “หลังจากที่ อ.ต้น ได้เงินจากผู้เสียหาย ในบัญชีนามนิติบุคคลที่เขาแต่งตั้งขึ้นมาโอนไปให้บัญชีของคนในครอบครัวใช้จ่าย การแปลงทรัพย์สินมีทั้งบ้านและรถ เมื่อมีคนมาแจ้งความร้องทุกข์ก็ได้มีการหลบหนีออกนอกประเทศ การกลับเข้ามาใช้ช่องทางธรรมชาติเพราะไม่ปรากฎอยู่ในการเดินทางเข้า-ออก จนถูกจับกุมได้ในที่สุด คือทำทีว่าตัวเองหลบหนีออกจากนอกประเทศไปแล้ว แต่จริงๆ หลบเลี่ยงเข้ามาในประเทศไทย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ และไม่ให้ข้อมูลใดๆ ฉะนั้นตอนนี้ยังมีข้อมูลฝ่ายเดียวจากผู้เสียหาย จากนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีกคนคือภรรยาของ อ.ต้น ก็รอให้เขากลับมาต่อสู้และชี้แจงข้อเท็จจริง ตอนนี้ภรรยา อ.ต้นอยู่ที่ไหนยังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
ในส่วนของทรัพย์สินแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิด มีมูลค่า 40 กว่าล้าน และทรัพย์ที่ได้มาจากผู้เสียหายมีการโอนเปลี่ยนสภาพไปยังบุคคลอื่นที่สัมพันธ์กัน หากตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะทำการยึด อายัดทรัพย์สินคืนให้กับผู้เสียหาย”
ผู้เสียหาย “ดาต้า ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” โล่งใจและสบายใจที่จับตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ
ดาต้า : “เรารู้สึกสบายใจและโล่งใจที่ทางตำรวจจับผู้ต้องหาได้สำเร็จ ชื่นชมการทำงานของกองปราบและสอบสวนกลางมากๆ ดีใจที่วันนี้ความเจ็บปวดของเราสามารถนำมาเป็นความรู้ให้กับผู้อื่นต่อไปได้ อยากให้เคสของเราเป็นอุทาหรณ์กับทุกคนได้ตระหนักรู้จะเชื่อใคร ทำบุญกับใครการที่เรามีเพียงศรัทธาอย่างเดียวมันก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ ต้องมีสติและปัญญาประกอบด้วย”

