ปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการแล้วจำนวน 14 เส้นทาง ระยะทางรวม 279.84 กิโลเมตร (กม.) มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละกว่า 1 ล้านคน-เที่ยว และแนวโน้มจำนวนผู้โดยสารมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี แม้โครงข่ายจะเพิ่ม แต่ค่าโดยสารที่แพก็เป็นปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังไม่เลือกใช้บริการ กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เร่งผลักดันแผนการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2” หรือ M-MAP 2 ให้เกิดเป็นรูปธรรม พร้อมกับเร่งระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมให้เกิดขึ้นโดยเร็วด้วย ซึ่งล่าสุดมีการประกาศให้มีผลบังคับใช้ กฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางรางฯ และพ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมฯ แล้ว
โดยมีรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 โครงการ ระยะทางรวม 59.50 กม. ได้แก่ 1.สายสีส้ม(ตะวันออก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี ระยะทาง 22.50 กม. ปัจจุบันก่อสร้างงานโยธาเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเดินรถคืบหน้า 38.87% กำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 มี บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ดำเนินการ โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างเร่งรัดแผนดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เปิดบริการได้ปลายปี 2570 จากเดิมที่ผู้รับสัมปทานตั้งเป้าจะเปิดบริการในเดือนมกราคม 2571
2. สายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – บางขุนนนท์ ระยะทาง 13.40 กม. งานคืบหน้า 22.61 % แบ่งเป็นงานโยธา คืบหน้า 24.63% งานระบบไฟฟ้าและเดินรถ คืบหน้า 7. 22 % กำหนดเปิดให้บริการในปี 2573 มี BEM ดำเนินการ
3. สายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.60 กม. งานโยธามูลค่ากว่า 8.2 หมื่นล้านบาท คืบหน้า 68.69% กำหนดเปิดให้บริการในปี 2573 ปัจจุบันรฟม.กำลังทบทวนการศึกษา ส่วนของการเดินรถ คาดว่าจะเป็นการลงทุนรูปแบบ PPP - Gross Cost ภาครัฐจัดเก็บรายได้ทั้งหมดและชดเชยค่าตอบแทนให้บริษัทเอกชน รูปแบบเดียวกับสายสีม่วงช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่
โครงการที่เตรียมก่อสร้าง คือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ช่วงพญาไท - บางซื่อ – ดอนเมือง ซึ่งรวมอยู่ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 21.80 กม. ปัจจุบันรอขั้นตอนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานกับ บริษัท เอเชีย เอ รา วัณ จำกัด (กลุ่ม ซีพี.) ซึ่งคาดเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 และเปิดให้บริการในปี 2574
@เปิดพิมพ์เขียว M-MAP 2 ประเดิมสร้างสีแดงต่อขยาย 2 เส้นทาง
สำหรับ แผนการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2” หรือ M-MAP 2 ยังอยู่ในขั้นตอนการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยกรมรางฯ สรุปผลการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบราง กำหนด M-MAP 2 ไว้ จำนวน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่ม A1 : เส้นทางที่มีความจำเป็น/มีความพร้อม (ดำเนินการทันที) ปัจจุบันประมูลได้ผู้รับจ้างแล้ว 2 เส้นทาง ระยะทางรวม 29.34 กม. ได้แก่ รถไฟสายสีแดงต่อขยายด้านเหนือ ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม.วงเงินค่าจ้างรวม 6,057 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมลงนาม บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน เปิดให้บริการปี 2572
รถไฟสายสีแดงต่อขยายด้านตะวันตก ช่วง ศิริราช - ตลิ่งชัน -ศาลาย และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี ) ระยะทาง 20.50 กม. วงเงินค่าจ้างรวม 14,720 ล้านบาท รฟท.เตรียมลงนามสัญญา กับ กิจการร่วมค้า ยูที (บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่งฯ กับ บริษัท ทรัสตี้คอนสตรัคชั่น จำกัด ) เป็นผู้รับจ้าง ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน เปิดให้บริการปี 2572
รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย - ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.10 กม. วงเงินลงทุนรวม 41,720 ล้านบาท เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) โครงสร้างยกระดับตลอดทั้งเส้นทาง มีจำนวนสถานี 20 สถานี ปัจจุบัน รฟม. อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนรายละเอียด การศึกษาเพิ่มเติมในเรื่อง การวิเคราะห์เพิ่มเติม กรณีนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตามนโยบายรัฐบาล การบูรณาการโครงการร่วมกับโครงการทางด่วน ขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และศึกษาประเด็นผลกระทบ ข้อกฎหมาย สัญญาร่วมลงทุนสายสีชมพู และสายสีเหลืองในส่วนของ “ทางแข่งขัน” ตามข้อสั่งการของกระทรวงคมนาคม ก่อนนำเสนอโครงการตามขั้นตอน พระราชบัญญัติ การร่วมลงทุนของรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ซึ่งต้องรอนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
ขณะที่ตามรายงานการศึกษา และวิเคราะห์โครงการตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการฯ เดิมพบว่า ควรลงทุนรูปแบบ PPP-Net Cost โดยโครงการมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) 23.48%, NPV 56,662 ล้านบาท, B/C = 2.79 ค่าโดยสารแรกเข้า 14 บาท สูงสุดไม่เกิน 42 บาท ประเมินหากเปิดบริการปี 2571 จะมีปริมาณผู้โดยสารทั้งสิ้น 222,650 คน-เที่ยว/วัน
กลุ่ม A2: เส้นทางที่มีความจำเป็น/ต้องเตรียมความพร้อมก่อน (ดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2572) มีจำนวน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 61.21 กม. รวม 52 สถานี มูลค่าลงทุน 178,747 ล้านบาท ประกอบด้วย
1. รถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ – หัวลำโพง Missing Link ระยะทาง 5.76 กม. มี 5 สถานี วงเงินลงทุน 25,505 ล้านบาท (Commuter)
2. รถไฟฟ้าสายสีเขียว สนามกีฬาแห่งชาติ – ยศเส ระยะทาง 1.20 กม. มี 1 สถานี วงเงินลงทุน 3,489 ล้านบาท (Heavy Rail)
3. รถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล – ทองหล่อ ระยะทาง 16.25 กม. มี 15 สถานี วงเงินลงทุน 27,853 ล้านบาท (Light Rail)
4. รถไฟฟ้าสายสีเขียว บางหว้า – ตลิ่งชัน ระยะทาง 7.5 กม. มี 6 สถานี วงเงินลงทุน 14,863 ล้านบาท (Heavy Rail)
5. รถไฟฟ้าสายสีแดง วงเวียนใหญ่ – บางบอน ระยะทาง 12.20 กม. มี 11 สถานี วงเงินลงทุน 63,110 ล้านบาท (Commuter)
6. รถไฟฟ้าสายสีเงิน บางนา – สุวรรณภูมิ ระยะทาง 18.30 กม. มี 14 สถานี วงเงินลงทุน 43,927 ล้านบาท (Light Rail)
กลุ่ม B: เส้นทางที่มีศักยภาพ (พิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งปี พ.ศ. 2572) มีจำนวน 9 เส้นทาง ระยะทางรวม 132.35 กม. มี 82 สถานี มูลค่าลงทุน 341,182 ล้านบาท ประกอบด้วย
1.รถไฟฟ้าสายสีฟ้า ดินแดง – สาทร ระยะทาง 6.70 กม. มี 9 สถานี วงเงินลงทุน 14,731 ล้านบาท (Light Rail) 2. รถไฟฟ้าสายสีเทา พระโขนง – ท่าพระ ระยะทาง 20.60 กม. มี 19 สถานี วงเงินลงทุน 35,602 ล้านบาท (Light Rail) 3. รถไฟฟ้าสายสีเทา ลำลูกกา – วัชรพล ระยะทาง 11.50 กม. มี 5 สถาน วงเงินลงทุน 17,514 ล้านบาท (Light Rail)
4. รถไฟฟ้าสายสีเขียว คูคต – วงแหวนรอบนอก ระยะทาง 6.80 กม. มี 4 สถานี วงเงินลงทุน 16,347 ล้านบาท (Heavy Rail) 5. รถไฟฟ้าสายสีเขียว ตลิ่งชัน – รัตนาธิเบศร์ ระยะทาง 10.50 กม. มี 7 สถานี วงเงินลงทุน 20,948 ล้านบาท (Heavy Rail) 6. รถไฟฟ้าสายสีแดง หัวลำโพง – วงเวียนใหญ่ ระยะทาง 3.45 กม. มี 1 สถานี วงเงินลงทุน 14,774 ล้านบาท (Commuter)
7. รถไฟฟ้าสายสีเขียว เคหะสมุทรปราการ – ตำหรุ ระยะทาง 9.50 กม. มี5 สถานี วงเงินลงทุน 15,882 ล้านบาท (Heavy Rail) 8. รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางแค - พุทธมณฑล สาย 4 ระยะทาง 8.00 กม. มี 4 สถานี วงเงินลงทุน 21,249 ล้านบาท (Heavy Rail) 9. รถไฟฟ้าสายสีแดง บางบอน - มหาชัย – ปากท่อ ระยะทาง 55.30 กม. มี 28 สถานี วงเงินลงทุน 184,135 ล้านบาท (Commuter)
กลุ่ม C: เส้นทาง Feeder (Tram ล้อยาง รถเมล์ไฟฟ้า เป็นต้น) มีจำนวน 27 เส้นทาง ระยะทาง รวม 343.7 กม. แบ่ง 3 กลุ่ม ดำเนินครบภายในปี พ.ศ. 2583
@ดันรถไฟฟ้าสายใหม่ 4 สาย ชงครม.ปี 69-70
สำหรับรถไฟฟ้า 3 สายใหม่ที่ คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มีมติให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) โอนให้รฟม. ได้แก่ 1.สายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2.สายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ และ3.สายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร โดย รฟม.เตรียมจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษาเดิม คือ สายสีเงิน และสายสีเทา เนื่องจากกายภาพในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง มีการกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และอัตราค่าโดยสาร โดยตั้งงบประมาณปี 2569 โครงการละประมาณ 70-80 ล้าน คาดสรุปและนำเสนอ ครม. ในปี 2571
โดยสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 19.7 กม.มีจำนวน 14 สถานี วงเงินลงทุนประมาณ 89,948.27 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 บางนา-ธนาซิตี้ ระยะทาง 14.6 กม.มี 12 สถานี ระยะที่ 2 ธนาซิตี้-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 5.1 กม.มี 2 สถานี จะศึกษาออกแบบเส้นทางให้เชื่อมกับอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) ของสนามบินสุวรรณภูมิ รูปแบบเป็นรถไฟฟ้า Light Rail มีข้อดี คือ สามารถแยกงานโยธาออกมาทำก่อนได้ โดยรัฐลงทุนงานโครงสร้าง ส่วนงานระบบทำภายหลัง รูปแบบเอกชนร่วมทุน PPP Gross Cost คล้ายกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ ต่างจาก รถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ที่งานระบบกับโยธาผูกโยงกัน และต้องเลือกงานระบบก่อนจึงจะออกแบบงานโยธาให้สอดคล้องกับระบบต่อไป สายสีเทาระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ระยะทางประมาณ 16.3 กม.มี 15 สถานี ลงทุนประมาณ 29,130 ล้านบาท
ส่วนสายสีน้ำตาล อยู่ระหว่างการทบทวนปรับแบบเสาและตอม่อ ให้สอดคล้องกับ โครงการทางพิเศษสายศรีรัช - ฉลองรัช (N1) ระยะทาง 11.3 กม. ซึ่งเป็นระบบทางด่วนขั้นที่ 3 ตอนเหนือ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่เขตทางเดียวกัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปและนำเสนอครม.พิจารณาได้ในปี 2569
@กทม.รอนโยบายชัด พร้อมโอนเพิ่ม สายสีเขียว ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน
สายสีเขียว ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน) เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีบางหว้า ได้จัดรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding) โครงการศึกษาและวิเคราะห์ ตามพ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ 2562 คาดสรุป รูปแบบการร่วมลงทุน แผนการดำเนินงานภายใน 1-2 เดือนนี้ ขณะที่ มีมติคจร.ให้โอน ไปยัง รฟม.เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อจัดทำค่าโดยสารร่วม แต่กระบวนการยังต้องรอรอรัฐบาลใหม่เข้ามาผลักดัน
และยังมี รถไฟสายสีแดง (Missing Link) ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และ ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทาง 25.9 กม.คาดจะสรุปการศึกษาและเสนอครม.ขออนุมัติในการปรับกรอบวงเงินได้ภายในปี 2569- 2570
“หากมีการผลักดันนโยบายตั๋วร่วม และค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตราเดียว ไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเป็นรูปธรรม รถไฟฟ้าในแผน M-Map 2 จำนวน 19 เส้นทาง ระยะทางรวม 245 กม.มีวงเงินลงทุนประมาณ 5.83 แสนล้านบาท จะต้องใช้รูปแบบ PPP Gross Cost รวมถึงต้องซื้อสัมปทานคืนจากเอกชนที่ใช้รูปแบบ PPP Net Cost กลับมาเป็นของรัฐโดยเร็ว คาดว่า รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะเดินหน้าเรื่อง ค่าโดยสารเหมา 40 บาท/ วัน ส่วนการซื้อสัมปทานคืนจากเอกชน โจทย์ใหญ่คือ”ต้องไม่กระทบหนี้สาธารณะ...แล้วจะเอาเงินจากไหนไปจ่ายเอกชน” ล่าสุด จะใช้วิธีให้สัมปทาน 30 ปี เพื่อให้เอกชนนำสัมปทานไปค้ำประกันเงินกู้จากสถาบันการเงิน และนำเงินดังกล่าวมาจ่ายค่าซื้อคืน แล้วค่อยจ้างเอกชนเดินรถและทยอยคืนหนี้ งานนี้ นโยบายจากฝ่ายการเมือง “วาดภาพรัฐคุมเกมทั้งระบบ ประชาชนจ่ายค่าโดยสารราคาถูก...เอกชนรับค่าจ้างวิ่ง ไม่เสี่ยงขาดทุน”

