เมื่อเร็วๆ นี้ เพจอินฟลูเอนเซอร์ดังที่มีจำนวนผู้ติดตามสูงถึง 3.5 ล้านคน ได้แชร์โพสต์ของลูกเพจที่บอกเล่าประสบการณ์เรียกใช้บริการแอปเรียกรถค่ายหนึ่ง แต่คนขับที่มารับเป็นชาวจีน และแทบพูดภาษาไทยไม่ได้ รวมทั้งเมื่อดูข้อมูลก็พบว่าตรงปก แต่พบชื่อคนขับเป็นชื่อภาษาจีน ซึ่งลูกเพจแสดงความกังวลว่า แม้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น แต่การที่มีคนต่างด้าวได้รับอนุมัติจากแอปอย่างถูกต้อง เป็นการทำตามระบบหรือไม่ มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมไหม เป็นต้น เนื่องจากห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ถ้าเจอคนขับต่างด้าว และเกิดปัญหา
ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก แค่วันเดียวมียอดผู้เข้าไปมีส่วนร่วมกด Like และอื่นๆ ประมาณ 7 พันคน จำนวนการแสดงความคิดเห็นมากกว่า 200 ความคิดเห็น ยอดแชร์กว่า 100 ครั้ง และยังร้อนแรงต่อเนื่องถึงวันที่สอง โดยช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 69 มียอดการมีส่วนร่วมทะลุ 8 พันคน จำนวนการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเป็นกว่า 400 ความคิดเห็น และยอดแชร์กว่า 300 ครั้ง
สำหรับประเด็นที่ชาวโซเชียลซึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นพูดถึงและแสดงความกังวลมากที่สุด (Most Concerned) คือ ปัญหาต่างด้าวลักลอบขับรถแอปผิดกฎหมาย และกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาเปิดแอปเองในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม รวมทั้งมีการชี้เป้าพิกัดที่เคยพบเห็นคนขับเป็นชาวต่างชาติกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวและย่านเศรษฐกิจ เช่น สาทร, สีลม, ประตูน้ำ, รัชดา, ห้วยขวาง, ทองหล่อ รวมถึงเมืองใหญ่อย่าง พัทยา, ภูเก็ต, เชียงใหม่, ขอนแก่น และกระบี่
กลุ่มสัญชาติที่พบ มีทั้งชาวจีน , รัสเซีย , อินเดีย/ตะวันออกกลาง และกลุ่มแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาชีพขับรถรับจ้าง เป็นอาชีพสงวนของคนไทย ทำไมจึงปล่อยต่างด้าวเข้ามาแย่งอาชีพคนท้องถิ่น อีกทั้ง บางคอนเม้นต์จากคนที่ขับรถแอปอยู่แล้ว ก็แสดงความคับข้องใจว่า การขออนุมัติเข้มงวดมากกับคนไทย แต่ทำไมปล่อยอนุมัติคนต่างด้าวง่าย
นอกจากนี้ มีการชี้เป้าพฤติกรรมกลุ่มทุนต่างชาติ พบการใช้แอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่ม (เช่น แอปจีนสีส้ม) เพื่อรับส่งคนชาติตนเองโดยเฉพาะ และชาวรัสเซีย ในจังหวัดภูเก็ต ที่มีการทำแอปและสร้างกลุ่มของตัวเอง แม้จะมีสื่อในพื้นที่อย่างเช่น ภูเก็ตไทม์ (Phuket Times) เคยนำเสนอข่าว แต่จนถึงขณะนี้ก็ไม่มีการจัดการปัญหา
ความปลอดภัย และการไม่รับผิดชอบของแพลตฟอร์ม
หัวข้อที่มีการแสดงความคิดเห็นอันดับรองลงมา คือ ผู้บริโภคกังวลเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัย โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความเสี่ยงเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรืออาชญากรรม จะไม่มีผู้รับผิดชอบเนื่องจากตัวตนไม่ตรงกับในระบบ
โดยชาวโซเชียลที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและการตรวจสอบของแพลตฟอร์ม ในการปฏิบัติตามมาตรฐานกฎระเบียบที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ทั้งในเรื่องการปล่อยให้มีการเช่า/ขายไอดี การละเลยการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และขั้นตอนการสมัครที่ดูเหมือนง่ายจนเกินไปสำหรับบางกลุ่ม แต่กลับยากสำหรับคนไทยบางคน
ที่สำคัญ ผู้ใช้บริการรู้สึกว่าแอปไร้ความรับผิดชอบ และปล่อยให้มาตรฐานการบริการตกต่ำลง จนผู้โดยสารต้องแบกรับความเสี่ยงเอง
ร้องรัฐลงดาบแพลตฟอร์ม-คนขายไอดี
ทั้งนี้ มีเสียงเรียกร้องให้กรมการขนส่งทางบก, กระทรวงแรงงาน และตำรวจ เข้ามาตรวจสอบและจับกุมอย่างจริงจัง ตลอดจนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีภารกิจหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับแอปต่างๆ ควรเข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปัญหานี้ด้วย
รวมทั้ง ต้องการเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและเป็นรูปธรรม โดยให้มีบทลงโทษที่เด็ดขาดสำหรับทั้งแอปพลิเคชันที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎระเบียบ รวมทั้งคนไทยที่ปล่อยเช่าไอดีให้เป็นเคสตัวอย่าง
ชี้เป้าแอปดังรายหนึ่ง การันตีใบต่างด้าวใช้อนุมัติได้
ก่อนหน้านี้ ได้มีผู้เข้ามาโพสต์ในเพจกลุ่มคนขับ Bolt Thailand ตั้งคำถามว่า “Bolt ให้คนต่างด้าวมาวิ่งได้ด้วยหรอครับ” พร้อมกับภาพหน้าจอการสนทนาผ่านไลน์ ที่มีการสอบถามว่า มีเพื่อนที่ถือบัตรต่างด้าว (บัตรสีชมพู) สนใจสมัครเป็นคนขับรถในแอปนี้ได้หรือไม่
โดยได้รับคำตอบว่าสมัครได้ หลังจากผู้สนใจยืนยันว่า พูดอ่านเขียนภาษาไทยได้ พร้อมทั้งนัดหมายให้นำเอกสาร รวมถึงใบขับขี่ และบัญชีธนาคาร มาที่บูธรับสมัคร เพื่อเจ้าหน้าที่ประจำบูธ จะดำเนินขั้นตอนการสมัครให้

