xs
xsm
sm
md
lg

ไทยมีคำตอบ! เปิดเบื้องหลัง "เศียรพระรากไม้" มรดกโลกอยุธยา เกิดจากอะไร? หลัง "เขมร" ทำเลียนแบบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"นักโบราณคดีอยุธยา" เปิดเบื้องหลัง 'เศียรพระในรากโพธิ์' วัดมหาธาตุ ชี้เป็นผลจากการตั้งใจอนุรักษ์ของช่างบูรณะเมื่อ 60 ปีก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติตั้งแต่สมัยเสียกรุง ย้ำความต่างหลังกระแสโซเชียลจับโป๊ะวัดกัมพูชาสร้างเลียนแบบ พร้อมกางมาตรการ 'ฉีดสารคุมเซลล์พืช' ยื้อเวลาไม่ให้รากหุ้มมิดมรดกโลก

จากกรณีทำเอาชาวเน็ตสาธุกันแทบไม่ทัน สำหรับ “เศียรพระในรากไม้” ในวัดดังของกัมพูชา เมื่อแฟนเพจของวัดดังแห่งหนึ่งในกัมพูชาโพสต์ภาพการมาทำบุญของศาสนิกชน และปรากฏภาพเศียรพระพุทธรูปอยู่ในรากไม้ คล้ายวัดมหาธาตุ มรดกโลกที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2562 เพจ "อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park" ได้เคยออกมาโพสต์ข้อความเผยที่มาที่ไปของ "เศียรพระพุทธรูปในรากต้นโพธิ์ วัดมหาธาตุ" จุดเช็กอิน Unseen ระดับโลก โดย นายวีระศักดิ์ แสนสะอาด นักโบราณคดีปฏิบัติการ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยข้อมูลผ่าน "สรรพสาระ อยุธยา" ถึงข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเศียรพระพุทธรูปหินทรายอันโด่งดังนี้ไม่ได้ตกลงมาอยู่ในรากโพธิ์เองตั้งแต่สมัยเสียกรุง แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ในช่วงการบูรณะวัดมหาธาตุเมื่อปี พ.ศ. 2511-2513

ในขณะนั้นนายช่างผู้ปฏิบัติงานได้นำเศียรพระที่พบบริเวณวัดมาตั้งวางไว้ใต้ต้นโพธิ์เล็กๆ ใกล้วิหารรายเพื่อความเรียบร้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี ต้นโพธิ์เจริญเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ จนรากค่อยๆ แผ่เข้าปกคลุมและโอบอุ้มเศียรพระไว้อย่างสวยงาม กลายเป็นภาพมหัศจรรย์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ความสวยงามนี้แฝงไปด้วยความกังวลในเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากต้นโพธิ์มีการเจริญเติบโตทุกปี จากการเก็บสถิติและเปรียบเทียบภาพถ่ายเก่าช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา พบความเปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2560-2561: รากต้นโพธิ์ขยายตัวห่อหุ้มพื้นที่เศียรพระเพิ่มขึ้นถึง 0.5-2.5 เซนติเมตร หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในที่สุดรากโพธิ์จะห่อหุ้มเศียรพระจนมิดและหายลับไปจากสายตาผู้คน

เพื่อรักษาจุดหมายสำคัญนี้ไว้ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับรุกขกรกรมป่าไม้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยการใช้ "สารสังเคราะห์ควบคุมการเจริญเติบโต" ซึ่งจะเข้าไปปรับกระบวนการทำงานของเซลล์พืช ผลลัพธ์คือ

1. ต้นโพธิ์จะหยุดการขยายขนาดชั่วคราวเป็นเวลา 4-6 เดือนต่อการฉีดหนึ่งครั้ง

2. ใบและกิ่งก้านยังคงเขียวสดใส แข็งแรงตามปกติ ไม่ยืนต้นตาย

3. ช่วยลดแรงกดทับของรากที่จะส่งผลเสียต่อตัวเศียรพระและโครงสร้างโบราณสถาน

ปัจจุบันต้นโพธิ์ประวัติศาสตร์นี้ยังคงแข็งแรงดี แม้จะผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่และยอดหักมาแล้ว ทั้งยังได้รับการการันตีคุณภาพด้วยรางวัล "รุกขมรดกของแผ่นดิน" เมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่งทางอุทยานฯ ยืนยันว่าจะดูแลรักษาสมดุลระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "โบราณวัตถุ" นี้ให้คงอยู่คู่เมืองอยุธยาต่อไปให้นานที่สุด