xs
xsm
sm
md
lg

พ่อชาวอุดรฯโล่งอก! ลูกชายรอดชีวิต หนึ่งในลูกเรือมยุรีนารี เหตุโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี-พ่อลูกเรือ Mayuree Naree โล่ง หลังทราบข่าวลูกชายรอดชีวิต จากเหตุกองทัพอิหร่านโจมตี ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เชื่อเหรียญองค์พระธาตุพนมปี 2518 ที่ให้ลูกชายติดตัวไว้ ช่วยให้แคล้วคลาดจากเหตุร้าย

นายประเสริฐศักดิ์ สิทธิ์ธนู พ่อชองนายเอเปค หนึ่งในลูกเรือ มยุรี นารี รอดชีวิตจากการโจมตีเรือ ที่ช่องแคบฮอร์มุซ
จากกรณีเรือ Mayuree Naree เรือสินค้าสัญชาติไทยถูกยิงโจมตี บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จนเกิดเพลิงไหม้บริเวณห้องเครื่อง ทำให้ลูกเรือต้องสละเรือกลางทะเล ขณะเรือกำลังเดินทางจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือกันดาล ประเทศอินเดีย ซึ่งหนึ่งในลูกเรือทั้ง 23 คนนั้น พบว่ามีชาวอุดรธานีเป็นลูกเรือทำงานกับเรือลำดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (12 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพ่อของลูกเรือที่รอดชีวิต โดยพบกับนายประเสริฐศักดิ์ สิทธิ์ธนู อายุ 49 ปี พ่อของนายเอเปค อายุ 23 ปี ลูกเรือที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์โจมตีเรือมยุรี นารี ที่ช่องแคบฮอร์มุซ

นายประเสริฐศักดิ์ สิทธิ์ธนู พ่อของนายเอเปค ลูกเรือที่รอดชีวิต เปิดเผยว่าตอนแรกตนได้ยินข่าวลือว่า เรือที่ลูกชายทำงานอยู่ถูกโจมตี ตอนนั้นกำลังขับรถอยู่ ถึงกับตกใจ แขนขาอ่อนแรง จนแทบขับรถตกถนน เพราะภรรยาโทรมาบอกว่าเรือลูกชายถูกยิง ทำให้ใจหายทันที คิดในใจเพียงว่า “ลูกเอ๊ย” ต่อมาไม่นาน ลูกชายก็ติดต่อกลับมา บอกว่าขณะนี้ปลอดภัยแล้วและได้รับการช่วยเหลือออกจากเรือ ทำให้รู้สึกโล่งใจมาก

“เมื่อวานได้คุยกับลูก ลูกบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง พ่อกับแม่ไม่ต้องกังวล ถ้าเอเปคดูข่าวนี้อยู่ พ่ออยากบอกว่าพ่อคิดถึงลูกมาก ดีใจที่สุดที่ลูกปลอดภัย ส่วนครอบครัวของผู้ที่ยังสูญหายหรือเสียชีวิต ก็ขอแสดงความเสียใจด้วย” นายประเสริฐศักดิ์กล่าว






ก่อนที่ลูกชายจะไปทำงานบนเรือตนได้มอบ เหรียญองค์พระธาตุพนม ปี 2518 ให้ติดตัวไว้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยเป็นพระผงที่ตนพกติดตัวมานาน เชื่อว่าพระองค์นี้ช่วยให้ตนแคล้วคลาดจากเหตุร้ายมาก่อน อะไรที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจพ่อ ก็อยากให้ลูกพกติดตัวไปด้วย และภาวนาให้ลูกได้กลับบ้านโดยเร็ว

นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวต่อว่าเอเปคเป็นลูกชายคนที่ 2 ซึ่งเกิดก่อนกำหนดตั้งแต่อยู่ในครรภ์เพียงประมาณ 5 เดือน ตอนคลอดมีน้ำหนักเพียง 900 กรัม แต่สามารถเติบโตมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ จนกลายเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สำหรับเอเปค เพิ่งไปทำงานเป็นลูกเรือได้ประมาณ 7-8 เดือน โดยมีญาติชักชวนให้ไปทำงาน เนื่องจากมีรายได้ดี สามารถส่งเงินมาช่วยดูแลพ่อแม่ได้ โดยตลอดเวลาที่ไปทำงาน ลูกชายจะโทรกลับมาพูดคุยกับพ่อแม่เป็นประจำ สอบถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาครอบครัวอยู่เสมอ