xs
xsm
sm
md
lg

โปรดเกล้าฯปธ.สภา-2 รอง "โสภณ" ลั่นปรับทำมากกว่าพูด ขำ "วรงค์" ชี้ข้าวสส.มีมานาน โยนทั้งสภาตัดสิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โปรดเกล้าฯ ตั้ง “โสภณ “นั่ง ปธ.สภาฯ พร้อมรองปธ. 1-2 เจ้าตัวลั่นเดินหน้าปรับวิธีทำงานสภา เน้นการกระทำมากกว่าคำพูด ย้ำต้องเป็นที่พึ่งปชช. เปิดพื้นที่ส.ส.เสนอแนวทางพัฒนาสภา และขับเคลื่อนกม.พาชาติฝ่าวิกฤตโลก ขำข้อเสนอ “หมอวรงค์” ปมอาหารสส. บอกไม่ต้องพูดให้เป็นเรื่อง ย้ำอยู่สภามาตั้งแต่ปี 44 มีข้าวเลี้ยงนี้มานานแล้ว โยนให้ทั้งสภาตัดสินใจ

วันนี้ (16มี.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อม นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทย และข้าราชการรัฐสภาเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

นายโสภณ กล่าวว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ชีวิตของทั้งสามคนและครอบครัว ที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมยืนยันว่าจะน้อมนำพระราชดำรัสในวันเปิดประชุมรัฐสภามาเป็นแนวทางในการทำงาน

นายโสภณ ระบุว่าวันนี้ถือเป็นวันที่ทั้งสามคนได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างสมบูรณ์ และจะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นกับสภาชุดนี้ โดยต้องการให้สภาแห่งนี้เป็นที่พึ่งของประชาชน พร้อมทั้งอยากเห็นการเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของสภา โดยให้สภาทำงานด้วยการกระทำมากกว่าการพูด เรื่องใดที่ประชาชนไม่ชอบหรือรู้สึกเบื่อหน่าย จะพยายามไม่ให้เกิดขึ้นในสภา รวมถึงเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์หรือมีสาระน้อย จะพยายามให้เกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

นายโสภณ ยังกล่าวด้วยว่า การนำปัญหาความทุกข์ร้อนของประชาชนมาหารือหรือยื่นญัตติในสภาจะต้องนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และอยากให้กระทู้หรือญัตติเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ส่วนปัญหาปกติให้ดำเนินการตามกลไกอื่นที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน การถ่วงดุลตรวจสอบยังเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านตามระบบรัฐสภา

นอกจากนี้ ยังอยากเห็นสภาชุดนี้ช่วยขับเคลื่อนกฎหมายเพื่อเป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหารในการพาประเทศก้าวข้ามวิกฤตของโลกในปัจจุบัน โดยทั้งสามคนจะทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี เพราะหากผู้นำทำงานไม่ราบรื่นหรือไม่ไว้ใจกัน ก็ยากที่จะสร้างความสามัคคีในสภาได้

“เราอยากเรียกร้องให้สมาชิกสภาคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ชอบ หรือเบื่อหน่าย ขอความกรุณาอย่านำมาใช้ในสภา แม้บางเรื่องจะพูดเหมือนเป็นอุดมการณ์ แต่ก็ต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง และทำให้เกิดทิศทางที่ดีได้” นายโสภณกล่าว

นายโสภณ ยังฝากถึงประชาชนว่า ขอให้เป็นกำลังใจและสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยตนและรองประธานสภาทั้งสองคนพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น ไม่ว่าจะมาจากภาคประชาชน หน่วยราชการ หรือสมาชิกสภา และพร้อมนำมาปรับปรุงการทำงาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ที่เสนอให้ยกเลิกสวัสดิการอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณหัวเราะก่อนกล่าวว่า ตลก เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องหยิบมาพูดในลักษณะนี้ เพราะสามารถหารือกันภายในสภาได้ และหากได้ข้อสรุปอย่างไรจึงค่อยมาแถลง

“ผมอยู่ในสภามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ก็มีการจัดอาหารให้สมาชิกเช่นนี้มาโดยตลอด เนื่องจากในอดีตการประชุมสภามีระยะเวลานาน เช่น วันพุธเริ่มประชุมตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงหกทุ่ม และวันพฤหัสบดีตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงหกโมงเย็นเรื่องนี้สามารถหารือร่วมกันได้ หากสมาชิกเห็นอย่างไรก็ให้เป็นมติของสมาชิกสภา โดยตนพร้อมดำเนินการตามมติ”

นอกจากนี้ นายโสภณยังระบุว่า จะเปิดโอกาสให้สภาชุดนี้เป็นสภาชุดแรกที่ก่อนการประชุม ยกเว้นวันเลือกนายกรัฐมนตรี จะเปิดให้สมาชิกอภิปรายในนามตัวแทนพรรค เพื่อเสนอแนวคิดว่าอยากเห็นสภาชุดนี้เดินไปในทิศทางใด และจะนำข้อเสนอเหล่านั้นไปปรับใช้ในการทำงาน เพื่อให้เกิดมิติใหม่ในการทำงานของรัฐสภาไทย