GISTDA เตือนคนไทยเตรียมรับมือ! ปรากฏการณ์เอลนีโญจ่อถล่มกลางปีนี้ ดันอุณหภูมิพุ่งสูงทุบสถิติร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ กระทบทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร
ปีนี้โลกร้อนด้วยไฟสงครามยังไม่พอ เรายังต้องเผชิญกับอากาศ ที่อาจร้อนแล้งปรอทแตก เป็นประวัติการณ์อีกด้วย
โดย Gistda หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ - องค์การมหาชน ออกโรง เตือนประชาชนคนไทย ให้เตรียมตัวรับมือเนิ่นๆ อากาศร้อนอันตราย กําลังจะมาเยือนในช่วงกลางปีนี้ ค่อนข้างแน่นอน จากปรากฎการณ์เอลนีโญ
จากการวิเคราะห์ผลพยากรณ์ของสำนักอุตุนิยมวิทยา 12 สำนักทั่วโลก พยากรณ์ว่าอุณหภูมิของประเทศไทยจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติไปจนถึงเดือนกรกฎาคม ขณะที่ปริมาณน้ำฝนในหลายพื้นที่มีแนวโน้มต่ำกว่าหรือใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ
ผลกระทบไม่ได้ผลเกิดเฉพาะสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ สุขภาพของประชาชน สภาพเศรษฐกิจ และสังคม รวมไปถึงความมั่นคงทางอาหารของประเทศด้วย
โดยองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ของสหรัฐอเมริกา ทำนายว่า ขณะนี้ปรากฏการณ์ลานีญา ลากยาวมาถึงต้นปี 2026 กําลังเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง แล้วอาจพัฒนาไปเป็น เอลนีโญ ในช่วงมิถุนายนไปจนถึงสิ้นปี
และอาจทําให้ปีนี้ ทําลายสถิติอุณหภูมิ ที่ร้อนที่สุด นับจากปี 2024 ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นปีที่อุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลก
แต่ที่น่าห่วงก็คือ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี เอลนีโญก็ตาม แต่ปี 2026 ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์อยู่ดี เนื่องจากแนวโน้มของภาวะโลกร้อน และหากมี เอลนีโญ ก็จะยิ่งร้อนขึ้นไปอีก
แล้วปี 2027 ก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ซ้ำอีก หากปรากฏการณ์ เอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เกิดมีความรุนแรงและลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม การคำนวณของ GISTDA ของไทย ด้วยข้อมูลดาวเทียม พบว่าสถานการณ์ภัยแล้งของปีนี้ อาจไม่รุนแรงเท่าปี 2024 อย่างที่ทางสหรัฐฯทํานายไว้
GISTDA คาดการณ์ว่า ประเทศไทยปีนี้ ช่วงเดือนที่เสี่ยงแล้งที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม ซึ่งมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับปานกลาง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในระบบการเกษตรในบางพื้นที่
โดยเดือนมีนาคม ไทยมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 10 ล้านไร่ เมษายน 23 ล้านไร่ พฤษภาคม 32 ล้านไร่ มิถุนายน 7.9 ล้านไร่ กรกฎาคม 1.7 ล้านไร่ และเดือนสิงหาคม 2 ล้านไร่
เพื่อช่วยให้คนไทยติดตามสถานการณ์ได้อย่างใกล้ชิด GISTDA จึงพัฒนาเป็น platform และ application ต่าง ๆ ขึ้นมา เช่น
Disaster Platform เว็บไซต์สำหรับติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติของประเทศ เช่น น้ำท่วม ไฟป่า ภัยแล้ง
DRIPlus พัฒนาต่อยอดจาก application เช็คแล้ง สำหรับเฝ้าระวังภัยแล้งในพื้นที่เกษตร
เช็คน้ำ Mobile application สำหรับติดตามและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมทั่วประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือ
เช็คฝุ่น Web และ mobile application สำหรับติดตามสถานการณ์ฝุ่นและคาดการณ์ปริมาณฝุ่นล่วงหน้าทั่วประเทศ
ไลฟ์ดี (Life Dee) mobile application ที่บูรณาการข้อมูลภูมิสารสนเทศร่วมกับข้อมูลสุขภาพ

