รัฐฉาน เมียนมา – มลพิษข้ามพรมแดนภาคเหนือส่อรุนแรงขึ้น..พบ “กองทัพว้าแดง” สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ ห่างแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ถึง 20 กม. แถมติดน้ำกกที่ไหลลงแม่อาย เชียงใหม่ จนเสี่ยงน้ำปนเปื้อนเพิ่ม ทั้งยังอาจก่อวิกฤตฝุ่น-ซัลเฟอร์ฯ ยันฝนกรด ขึ้นได้
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army - UWSA) หรือว้าแดง ได้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ทางตอนใต้ของเมืองสาด รัฐฉานตะวันออก ประเทศเมียนมา โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองสาดประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากชายแดนไทยด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ประมาณ 19 กิโลเมตร ที่สำคัญคืออยู่ติดแม่น้ำกกฝั่งตรงกันข้ามหมู่บ้านฮุง ซึ่งจะทำให้มีการปนเปื้อนของโลหะหนักในแม่น้ำกกที่เลวร้ายมากขึ้น
สำหรับบ้านฮุงเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการแห่งแรกของศูนย์บัญชาการภาคใต้ของกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2540 ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นี้เริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าไปให้กับฐานทัพต่างๆ โรงเรียนฝึกทหาร โรงผลิตอาวุธและโรงงานยางพาราในเขตบ้านฮุงแล้ว
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกเผยแพร่เป็นครั้งแรกโดยรัฐบาลทหารเมียนมาเมื่อเดือน พ.ย.2563 โดยตัวแทนรัฐบาลเมียนมาเดินทางไปเยี่ยมชมโครงการ และมีการระบุชื่อผู้พัฒนาโครงการว่าเป็น บริษัท วานฮุง เนเชอรัล เอนเนอร์จี จำกัด (Wan Hong Natural Energy Co. Ltd.,) มีกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาด 30 เมกะวัตต์ และนอกจากที่บ้านฮุงจะจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ที่อยู่ติดกบ จ.เมืองสาด และอยู่ตรงกันข้ามกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย อีกด้วย
คนในพื้นที่บอกว่ามีการใช้คนงาน 150 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ และมีช่างเทคนิคชาวจีนคอยกำกับดูแลการก่อสร้าง มีการขุดและขนส่งถ่านหินจากเหมืองแบบเปิดใกล้เทือกเขาบ้านนาป่าก๋าว ต.แม่แกน อ.เมืองโต๋น ตรงข้าม อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปยังโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่บ้านฮุงดังกล่าวด้วยระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร มีการใช้รถบรรทุก 10 ล้อขนาดใหญ่เร่งขนส่งถ่านหินทั้งกลางวันและกลางคืน
ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแกนเริ่มมีอาการคันด้วยผื่นแดงจากการใช้น้ำ สัตว์น้ำเริ่มตายลง ขณะที่น้ำแกนไหลลงสู่แม่น้ำหางก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ขณะที่ชาวบ้านในบ้านฮุงระบุว่าพวกเขาได้กลิ่นควันถ่านหินจากโรงไฟฟ้าเมื่อต้องออกไปนอกบ้าน
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ แสดงความกังวลเบื้องต้นเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่ จ.เมืองสาด ว่าจะปล่อยสารพิษจากการเผาถ่านหินซึ่งประกอบด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และฝุ่นละออง (รวมถึงโลหะหนัก) ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชน รวมทั้งทำให้เกิดฝนกรดที่เป็นภัยคุกคามต่อการพืชผลในรัศมี 80 กิโลเมตร
นอกจากนี้จะมีผลกระทบในอนาคตคือ น้ำเสียที่ไหลออกมาจากกองแร่ถ่านหินและขี้เถ้าจากการเผาไหม้ เพราะน้ำเสียจะไหลลงสู่แม่น้ำกก เศษขี้เถ้าประกอบด้วยสารพิษที่เป็นโลหะหนักทั้งสารปรอท ตะกั่ว และสารหนู ซึ่งภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2569 แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ตอนเหนือของโรงไฟฟ้าอยู่ติดกับแม่น้ำกกและดูเหมือนจะถูกใช้เพื่อเก็บถ่านหินด้วย
สำหรับบ้านฮุงเดิมมีประชากรเป็นชาวไทใหญ่ประมาณ 200 ครัวเรือน แต่ระหว่างปี 2542-2554 หลังจากมีการตั้งศูนย์บัญชาการภาคใต้ของกองทัพสหรัฐว้านำโดยเหว่ย เซียะ กัง ได้มีการบังคับให้ชาวว้าประมาณ 24,000 คน อพยพจากทางภาคเหนือของว้าที่ติดกับประเทศจีน มาอาศัยอยู่ที่บ้านฮุงและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้โครงสร้างของประชากรในบริเวณนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ในช่วงเวลาเดียวกันยังบังคับให้ชาวว้ากว่า 126,000 คนจากตอนเหนืออพยพโยกย้ายมาอยู่ในพื้นที่เมืองโต๋น เมืองสาด และท่าขี้เหล็ก ติดกับพรมแดนภาคเหนือของประเทศไทยด้วย
นอกจากโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่บ้านฮุงแล้วยังพบโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่อีก 1 แห่ง เป็นโรงไฟฟ้าจีจี อยู่ที่เมืองปางลองทางตอนใต้ของรัฐฉาน ซึ่งเป็นกิจการของบริษัท อู๋ซี ฮวากวง อิเล็กทริก พาวเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (Wuxi Huaguang Electricity Power Engineering Co. Ltd.,) จากประเทศจีน เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 และมีกำลังผลิตไฟฟ้า 120 เมกะวัตต์
ซึ่งองค์กรเยาวชนปะโอรายงานว่าในปี 2554 มีมลพิษทางอากาศและทางน้ำจากเหมืองแร่และโรงไฟฟ้าดังกล่าวซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการเกษตรและสุขภาพของชาวบ้านเกือบ 12,000 คนที่อาศัยอยู่ในรัศมีรอบเหมือง 8 กิโลเมตร และชาวบ้านในพื้นที่ 50% มีอาการผื่นแดงที่ผิวหนังเพราะมีฝุ่นขี้เถ้าพิษ 100-150 ตันเกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้าทุกวัน และมีน้ำเสียไหลลงสู่แหล่งน้ำด้วย
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐว้าเคยมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฉาน โดยในปี 2543 บริษัทหงปังของกองทัพสหรัฐว้าได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลทหารเมียนมาว่าจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 12 เมกะวัตต์ ทางตอนเหนือของ จ.ท่าขี้เหล็ก อย่างไรก็ตามเกิดการต่อต้านจาก
เพราะชุมชนชายแดนฝั่งประเทศไทยแสดงความกังวลเกี่ยวกับมลพิษข้ามพรมแดน ชาวไทยที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ถึงขั้นเข้าขัดขวางรถบรรทุกที่จะขนส่งอุปกรณ์การก่อสร้างจากประเทศไทยและจะขนส่งผ่าน อ.แม่สาย เข้าไปในประเทศเมียนมา ในเดือน เม.ย.2544

