xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)‘แจ้ห่ม’เหม็นทั้งอำเภอแล้ว!บ่อปฏิกูลโดนปิด ส้วมเต็มไม่มีรถรับสูบ ผู้นำท้องถิ่นยังไร้ช่องทางแก้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ลำปาง – น้ำมันขาดแคลนยังพอหามาตุนได้ แต่ส้วมเต็มชาวบ้านหมดทางแก้.. “แจ้ห่ม”ใกล้เหม็นทั้งอำเภอแล้ว หลังบ่อทิ้งสิ่งปฏิกูลโดนปิด-ผู้ให้บริการรถสูบส้วมในพื้นที่ต้องหยุดให้บริการ ชาวบ้านร้องผู้นำท้องถิ่น-ประชุมกับ อบต.แล้ว แต่ยังไร้ทางออกชัดเจน จ้างรถนอกพื้นที่เข้าสูบทิ้งบ่อเดิม โดนแจ้งจับซ้ำ



ขณะนี้ชาวอำเภอแจ้ห่ม จ.ลำปาง ต่างเดือดร้อนหนักกันทั้งอำเภอ หลังผู้ให้บริการสูบส้วมหยุดให้บริการ เพราะถูกปิดบ่อทิ้งสิ่งปฏิกูล ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นยังไร้ทิศทางแก้ไขปัญหา เบื้องต้นนายอำเภอให้แต่ละพื้นที่แก้ปัญหาระยะสั้นหาที่ทิ้งในพื้นที่ แต่เกิดปัญหาซ้ำ เมื่อจ้างรถต่างถิ่นมารับบริการแล้วนำทิ้งในบ่อที่ถูกปิด เกิดการแจ้งความดำเนินคดีขึ้น

ป้าบาน หนึ่งในชาวบ้านหนองนาว อ.แจ้ห่ม บอกว่า ในหมู่บ้านขณะนี้มีชาวบ้านประมาณกว่า 10 หลัง ได้ลงชื่อให้รถดูดส้วมเข้ามาดูดไปเมื่อ 23 มีนาคม จนวันนี้ก็ยังเงียบ ที่ผ่านมาได้ลงทุนกว่าหมื่นบาทจ้างคนมาขุดบ่อเพิ่ม แต่บ่อใหม่น้ำก็เริ่มเต็ม จึงอยากให้เร่งแก้ปัญหาให้เสร็จเพราะขณะนี้เดือดร้อนมาก

เจ้าของ หจก.สินทวีเคหะกิจ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างแต่ละวันมีลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงพนักงานในร้าน ต้องเข้าห้องน้ำ ทำให้ส้วมที่มีอยู่ 5 บ่อ เต็มไปแล้ว 2 บ่อ บ่อที่เหลือก็ไม่แน่ใจว่าจะเต็มเมื่อไหร่ จึงต้องการหารถสูบส้วมมาสูบออก แต่ปัญหาคือไม่มีรถมาให้บริการ เพราะผู้ให้บริการแจ้งว่าไม่มีที่ทิ้งสิ่งปฏิกูล จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็ต้องรอ

ผู้ช่วย ผญบ.บ้านม่วง ต.แจ้ห่ม เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากชาวบ้านทุกวันเพื่อลงชื่อติดต่อรถให้เข้ามาสูบส้วม บ้านของตนก็เหลืออีกนิดหน่อยที่จะเต็มก็ไม่รู้ทำอย่างไร ต้องรอเพราะรถไม่มา เนื่องจากหาที่ทิ้งไม่ได้ ชาวบ้านก็ต้องรอ ตอนนี้เรื่องใหญ่ที่สุดคือเรื่อง “ขี้” ไม่มีที่ทิ้ง รองลงมาคือน้ำมัน แต่น้ำมันยังหาซื้อมาสำรองได้ แต่ส้วมเต็มเมื่อรถมาสูบไม่มีที่ทิ้งก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ขณะที่ นายอดุลย์ กล้าหาญ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านฮ่องลี่ และ นายณรงค์ ปากกล้า ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เดิมผู้ประกอบการใช้พื้นที่ของตนซึ่งเป็นพื้นที่ครอบครองสิทธิ์ ทำเป็นบ่อทิ้งสิ่งปฏิกูล แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 68 ชาวบ้านร้องเรียน จึงได้มีการทำประชาคมหมู่บ้านให้ปิดบ่อ ผู้ประกอบการต้องหยุดให้บริการ หลังจากนั้นจึงเกิดปัญหาคือส้วมของชาวบ้านในหมู่บ้าน 46 หลังเต็ม ร้องเรียนไปยังอำเภอ ซึ่งนายอำเภอแจ้ห่มได้เรียกประชุม และมอบนโยบายเบื้องต้น ให้แต่ละพื้นที่หาที่ทิ้งกันเองก่อน ระหว่างที่หาพื้นที่ที่เหมาะสมในการดำเนินการทำบ่อที่ถูกต้องต่อไป


แต่เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาการทิ้งสิ่งปฏิกูลในตำบลแจ้ห่ม ร่วมกับ อบต.แจ้ห่ม โดยมีข้อตกลงให้เปิดบ่อทิ้งสิ่งปฏิกูลของผู้ประกอบการเดิมที่ถูกสั่งปิด จนกว่าจะมีการสร้างบ่อใหม่ โดยขอเวลาถึง 30 มีนาคม

วันรุ่งขึ้น(21 มี.ค.) ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ประสานผู้ประกอบการนอกพื้นที่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน โดยเข้าใจว่า นายก อบต.แจ้ห่ม ได้ประสานทุกส่วนคือ เจ้าของบ่อเดิมเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้ประกอบการภายนอกมาสูบส้วมแล้วก็นำไปทิ้งในบ่อที่สั่งปิด เจ้าของบ่อซึ่งหยุดให้บริการไปแล้วทราบว่ามีการแอบเอาสิ่งปฏิกูลไปทิ้ง จึงเข้าแจ้งความจนกลายเป็นผู้รับบาปแทน

ทั้งนี้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้วิงวอนขอนายอำเภอ นายก อบต. ให้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน เพราะวางแต่นโยบายลงมา แต่ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ปล่อยให้ชาวบ้านแก้ไขปัญหาเองก็ต้องทำกันเท่าที่ทำได้ โดยไม่ทราบว่าสิ่งที่แก้ปัญหาให้ชาวบ้านถูกหรือผิดกฎหมายหรือไม่ จึงอยากให้รีบแก้ไขเรื่องนี้โดยด่วน เพราะขณะนี้ไม่มีผู้ให้บริการเข้ามาสูบส้วมให้ชาวบ้านแล้ว

ด้าน นายสุวดลย์ มอญขาม เจ้าของร้านมอญขามกรุ๊ป ผู้ประกอบการรถดูดส้วมมีเพียงรายเดียวของอำเภอแจ้ห่ม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนให้บริการชาวบ้านในราคาถูกเพียงบ่อละ 300-400 บาทเท่านั้น หลังถูกร้องเรียนเรื่องบ่อขยะในพื้นที่ ก็ต้องหยุดถาวรตั้งแต่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ก็พยายามจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านโดยการขอนำไปทิ้งในพื้นที่อื่นที่ได้รับอนุญาต แต่พอจุดที่ไปขอทิ้งเต็มก็ไม่มีที่ทิ้งอีก จึงต้องหยุดถาวร และไม่เคยขัดขวางหากผู้ประกอบการภายนอกจะเข้ามารับบริการแต่ขอให้มีที่ทิ้งเป็นของตัวเอง เพราะบ่อของตนถูกสั่งปิดไปแล้ว หากมีการลักลอบเข้าไปทิ้งตนเองก็จะถูกดำเนินคดีอีก

“ตอนนี้จะออกให้บริการเฉพาะพื้นที่ที่มีที่ทิ้งให้เท่านั้น หากไม่มีที่ทิ้งให้ก็จะไม่เข้าไปให้บริการเด็ดขาด ซึ่งตนเองอยากให้หน่วยงานหารือกันจึงจะแก้ปัญหาได้ หากปล่อยให้ต่างคนต่างแก้ไม่ได้แน่นอน เพราะพื้นที่ที่จะทิ้งเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หากบางหน่วยงงานไม่อนุญาตก็ทำไม่ได้ แต่ตอนนี้คงต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้ชาวบ้านก่อน”