วันนี้ (30 มี.ค. 2569) นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญจากคำวินิจฉัยของศาล มีความท้าทายกับมุมมองนักวิชาการ กระแสสังคม โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ระบบนิติรัฐทำร้ายฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ และภาพลักษณ์ในความเป็นกลางจำเป็นต้องกู้คืนหรือไม่ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องวิวัฒนาการ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นเพื่อตัดสินวินิจฉัยข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญ คนที่ยื่นเรื่องต่อศาลส่วนใหญ่มีทุกฝ่าย ไม่ว่าเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงส่วนน้อย เมื่อมีข้อพิพาทก็จะยื่นเรื่องมาที่ศาล มันออกได้ทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคำตัดสินของศาลเป็นที่ยอมรับหรือไม่ สุดท้ายก็ต้องเลือกข้าง ข้างใดข้างหนึ่ง ระหว่างข้างผิด ข้างถูก และการตัดสินใจก็ไม่เป็นที่ถูกใจใครทั้งหมด
.
ทั้งนี้ วิวัฒนาการภาพลักษณ์ของศาลเกิดขึ้นเมื่อสังคม การเมือง มีวุฒิภาวะเพียงพอ แปลว่าการแก้ไขปัญหาทางการเมืองบางเรื่อง ควรมีกติกาเป็นที่ยอมรับในสังคม และวุฒิภาวะของสังคมต้องมีในระดับสูงที่มากพอ ซึ่งวุฒิภาวะสังคม แปลว่า กติการของการเข้าสู่อำนาจ การลงจากอำนาจ ต้องอยู่ในระดับที่ยอมรับกันได้ ศาลรัฐธรรมนูญจากทุกประเทศ ถ้าดูจากภาพรวม จะมีปัญหาในระยะแรกๆ เกือบทั้งหมด ในช่วงก่อตั้งคนมักจะมึน ว่าศาลรัฐธรรมนูญเกิดและก่อตั้งมาเพื่ออะไร เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้ว เชื่อว่าก็จะใช้กรณีอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหา แต่ในปัจจุบันของสังคมไทย พอมีปัญหาทางรัฐธรรมนูญ ก็คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นที่พึ่ง ตนเชื่อว่าคำตัดสินของศาลจะมีคำอธิบายให้สังคมไทยเข้าใจได้มากพอ ว่าคำว่าการเลือกตั้งเป็นความลับทางรัฐธรรมนูญแปลว่าอะไร
.
ศาลรัฐธรรมนูญในประเทศต่างๆ ก็มีปัญหาใกล้เคียงกับเรา เช่น กรณีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีสินค้าต่างประเทศ ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา ชี้ว่าเรื่องภาษีเป็นอำนาจของรัฐสภา ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจ คิดว่าศาลช่วยใคร ช่วยคนส่วนน้อยหรือคนส่วนมาก นอกจากนี้ ในประเทศเกาหลีใต้หนักกว่านี้ ประธานาธิบดีออกกฎอัยการศึก สุดท้ายถูกรัฐสภาโหวตให้ประธานาธิบดีพ้นจากตำแหน่ง แต่การพ้นจากตำแหน่งต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบอีกครั้ง ว่าการดำเนินการของรัฐสภาชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายก็เอาออก ดังนั้น เสียงข้างมากเสียงข้างน้อยอยู่ข้างไหนกันแน่ นี่คือปัญหาแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าเราใช้อารมณ์คิดก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเราใช้เหตุผลคิด ก็จะเห็นว่าปัญหามันซับซ้อนมาก พอเรื่องขึ้นศาลมันก็จะต้องออกมาข้างใดข้างหนึ่ง
.
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีว่าที่รัฐบาลใช้มาตรฐานทางจริยธรรมมาเป็นคุณสมบัติหลัก ในการกลั่นกรองรัฐมนตรี แต่ในรัฐบาลที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีบางคนเหมือนขาดคุณสมบัติแต่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้ใช้มาตราฐานใดวัด ว่า ปัญหาเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องใหม่รัฐธรรมนูญของเรามีวิวัฒนาการบางอย่างก็เพิ่มมาใหม่ บางอย่างหายไปอย่างในรัฐธรรมนูญปี 2560 เรื่องใหม่คือเรื่องจริยธรรม เราไม่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญปี 2550 เลย ส่วนเรื่องที่หายไปคือการยุบพรรค ที่ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคน้อยกว่าในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาก เพราะหากยุบพรรคโดยการตรวจสอบบัญชี ใช้จ่ายเงินจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองเป็นเท็จ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถยุบได้ทันทีไม่ต้องยื่นเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการยุบพรรคซึ่งเดิมมีจำนวนมาก ก็ลดน้อยลงไปเพราะขณะนั้น กกต. สามารถยุบได้เอง
.
ส่วนคำถามว่าทำไมคนที่มีปัญหาถึงเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้ก็เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ยังไม่มีคนยื่นเรื่องมาที่ศาล ศาลไม่สามารถริเริ่มคดีได้ คิดเองทำเองไม่ได้ ชงเองไม่ได้ ตนจะไปบอกให้เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญไปทำคดีมา มายื่นก็ไม่ได้ ถ้าสื่อมวลชนหรือประชาชนมีความข้องใจก็ยื่นเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่การยื่นเรื่องนั้นกรณีที่มีความสงสัยว่ารัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ มันก็ต้องมีช่องทางของมัน ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะยื่นได้ ต้องยื่นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ดังนั้นคำตอบก็คือ ก่อนหน้านี้ที่เป็นได้เพราะไม่มีคนมายื่นศาลรัฐธรรมนูญก็ทำอะไรไม่ได้ เราไม่สามารถวินิจฉัยเองได้
.
ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่ทำงานแบบพาสซีฟเราไม่ใช่แอคทีฟ ไม่ใช่คิดเองทำเองได้หมด เพราะว่าบ้านเมืองบริหารด้วยกติกา ของฝ่ายบริหารและฝ่ายสภาอยู่แล้ว ศาลเป็นองค์กรตุลาการ ที่ตัดสินใจ หลังจากที่มีข้อพิพาท ในสังคมแล้ว และต้องเป็นข้อพิพาทไม่ใช่ข้อสงสัย ผมสงสัยท่านไม่ได้ ผมกับท่านต้องมีเรื่องชกต่อยกันแล้วถ้ายอมความกันได้ก็จบไม่ต้องไปโรงพัก แต่ถ้ายอมความกันไม่ได้ ท้ายสุดก็ต้องไปที่กระบวนการยุติธรรม ต้องไปฟ้องในศาล ตอบคือเมื่อมันไม่มีเรื่องมาสู่ศาล ศาลก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้ อย่างไรก็ตาม ความระมัดระวังของฝ่ายบริหารตอนนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีทำไปแล้วก็ดี เขาก็ควรจะระมัดระวัง เพราะมันเป็นเรื่องที่อาจเป็นกรณีร้องต่อศาลได้
.
นายนครินทร์ ยังกล่าวถึง ความคืบหน้าในการพิจารณาคดีบัตรเลือกตั้ง ว่า ต้องรอคำชี้แจงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย มติของศาลรับแล้วให้เวลาทางกกต. และคนยื่นคือผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งสองฝ่ายต้องยื่นคำแถลง และบัญชีพยานและการได้มาซึ่งพยาน เพื่อให้ศาลได้เข้าถึงพยานเหล่านั้น แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดการไต่สวนหรือไม่ เมื่อเราได้รับคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย ถ้าทั้งสองฝ่ายส่งบัญชีพยานเป็นบุคคลก็ต้องถามบุคคล ถ้าบุคคลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นที่เข้าใจหมดแล้วก็ไม่ต้องไต่สวน แต่ถ้าคำชี้แจงนั้นไม่เป็นที่เข้าใจ ตุลาการก็สามารถขอไต่สวนได้ ส่วนถ้าบัญชีพยานไม่ใช่บุคคลอาจจะเป็นเทปหรืออุปกรณ์ทางอื่นอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง อาจจะไต่สวนหรือไม่ไต่สวนก็ได้ จะต้องดูเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้
.
เมื่อถามว่ากรณีบัตรเลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนครินทร์กล่าวว่า ตนยังตอบอะไรไม่ได้ จนกว่าจะได้เห็นหลักฐาน เอาหลักฐานเข้ามาที่ศาลดีกว่า ถ้าหลักฐานเข้ามาทั้งสองฝ่ายทั้งทางผู้ตรวจการฯ ซึ่งก็อยากรู้เช่นกันว่าผู้ตรวจการจะยื่นใครมาเป็นพยาน เพราะมีผู้ร้องเข้ามาจำนวนมาก ผู้ตรวจการฯอาจจะหนักใจ อาจจะอมทุกข์คนเดียวไม่ได้ นอกจากจะเอาความทุกข์มาที่ศาล ก็อยากเห็นเหมือนกันว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะยื่นมาทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้าไม่ยื่นก็จบ ส่วนกกต. ก็เช่นกันต้องดูว่าจะยื่นใครมาเป็นพยาน จึงต้องตัดสินใจว่าจะถึงขั้นนั้นหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน ศาลอาจจะเรียกพยานหลักฐานเพิ่มก็ได้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ส่งเข้ามา เพราะตอนนี้ก็มีในใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังพูดไม่ได้ จนกว่าจะเห็นหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่จะยื่นเข้ามา
.
ส่วนบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่นั้น นายนครินทร์ กล่าวว่าจะลับหรือไม่ลับก็อยู่ที่ข้อกฎหมาย ซึ่งเรายังไม่ได้คุยกัน เพราะคำว่าศาลไม่ใช่ความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นความเห็นของทั้ง 9 คนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้นหน้าที่ตามอำนาจของรัฐธรรมนูญและพระราชบัญบัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มอบหมายให้ทำ ทั้ง 9 คนมีดุลพินิจเป็นอิสระ ดังนั้นหลังจากฟังข้อเท็จจริงแล้วแต่ละคนเชื่อว่ามีดุลพินิจในการวินิจฉัย ฉะนั้นบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ ซึ่งคำวินิจฉัยก็เป็นคำวินิจฉัยส่วนตน
.
เมื่อถามว่ากรณีที่ภาคประชาชนจัดการเลือกตั้งจำลอง เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปหาผู้เลือกได้ จะถูกนำหลักฐานมาพิจารณาต่อศาลได้หรือไม่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยังไม่เคยเข้ามาที่ศาล ศาลไม่เคยได้รับมาก่อน ข้อเท็จจริงที่อยู่นอกศาล ขอให้นำเข้ามาในศาล ให้เข้ามาอยู่ในกระบวนการของศาล ส่วนจะนำหลักรัฐศาสตร์มาวินิจฉัยในกรณีนี้ด้วยหรือไม่ เพราะมีคำพูดที่ว่า การที่เดินหน้าตั้งรัฐบาล และสงครามตะวันออกกลาง อาจทำให้ศาลไม่กล้าสั่งให้กันและตั้งเป็นโมฆะ นายนครินทร์ กล่าวยืนยันว่าวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีทั้งหลักรัฐศาสตร์และหลักนิติศาสตร์อยู่ในตัวเองแต่เมื่อมาผสมกันแล้ว กลายมาเป็นรัฐธรรมนูญที่กลมกล่อมหรือไม่ อยู่ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
......
Sondhi X

